bg-single

ฝ่ายค้านโชว์หลักฐาน ‘ย้ำ’ คดีฮั้วเลือก ส.ว. กกต. เสียง ‘ตกร่อง’ ยึดตามหลักฐาน ไม่มีธง จ่อลงมติชี้ขาดสิงหาคม

17.07.2026

ในประเทศ

คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กำลังกลับมาเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอีกครั้ง ภายหลังวุฒิสภาชุดปัจจุบันเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ครบ 2 ปี แต่ทว่ากระบวนการได้มาของ ส.ว.ชุดปัจจุบันบางคนซึ่งกำลังถูกตรวจสอบผ่าน 2 หน่วยงานหลัก ทั้งคณะกรรม การการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังไม่มีข้อสรุปออกมาว่าการเลือก ส.ว. ปี 2567 นั้น “ถูกต้อง โปร่งใส ไม่มีขบวนการฮั้ว อั้งยี่ สมคบกันฟอกเงิน” ตามที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาหรือไม่

ด้วยเหตุนี้ ส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาตั้งคำถามและเป็นห่วงกังวลว่าจะมีการ “เป่าคดี” ฮั้ว ส.ว.เกิดขึ้นหรือไม่?

เพราะเมื่อปรากฏหลักฐานชัดเจนและเพิ่มขึ้นเช่นนี้ เหตุใดคดีฮั้ว ส.ว.ยังไม่มีความคืบหน้า เรื่องยังไปไม่ถึงศาล ขณะที่การตรวจสอบของดีเอสไอ เบื้องต้นกลับสรุปสำนวนและเสนอให้อัยการสั่งฟ้องแค่ 8 คน ทั้งที่เป็นที่ทราบกันดีว่าขบวนการดังกล่าวมีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยวิปฝ่ายค้าน มีการจัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก ส.ว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว ส.ว.” โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆ เพื่อเป็นการเจาะลึกหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี ฮั้ว ส.ว. รวมทั้งจัดเวทีเสวนา ครบรอบ 2 ปี การเลือก ส.ว. : ปัญหาที่ยังค้างคา

โดยมีกิจกรรมวิเคราะห์โพยเลือก ส.ว. และบัตรเลือกตั้ง พร้อมกับย้อนสังเกตการณ์การนับคะแนนจากวันเลือกจริง และเปิดหลักฐานคดีฮั้ว ส.ว. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนัดหมายและว่าจ้าง

ไฮไลต์สำคัญของเวทีนี้ นอกจากเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญแล้ว

ยังเปิดฟลอร์โดยนำพยาน 4 คน คดีฮั้ว ส.ว. จาก 4 จังหวัดทั่วประเทศ คือจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดนครพนม จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดนครศรีธรรมราชมาร่วมเสวนาและบอกเล่าเหตุการณ์ขบวนการฮั้วเลือก ส.ว.อย่างละเอียดยิบ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า ทางฝ่ายค้านได้จัดงานครบรอบ 2 ปี เลือก ส.ว. เพื่อเจาะลึกหลักฐานในคดี “ฮั้ว ส.ว.” หรือ “โกง ส.ว.” ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ได้หมายถึงแค่การจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครเพื่อ “ทำโพย” และ “แลกคะแนน” กันอย่างเป็นระบบ แต่ยังรวมไปถึงพฤติกรรมของการ “จ้าง” คนมาสมัครหรือมาโหวต เพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ

คดีดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตประเทศไทย เพราะหากกลุ่มการเมืองกลุ่มใดสามารถแทรกแซงกระบวนการเลือก ส.ว. จนทำให้กำกับทิศทางการลงมติของ ส.ว.ได้ ก็เท่ากับกลุ่มการเมืองนั้นชี้ขาดว่าใครจะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้เช่นกัน

ตรงนี้เสี่ยงจะก่อให้เกิดสภาวะของการ “ฮั้วกันทั้งกระดาน” ที่ทำให้กลไกตรวจสอบอ่อนแอลง

และอาจทำให้กลุ่มการเมืองดังกล่าว “ทำอะไรก็ไม่ผิด”

นายพริษฐ์ระบุด้วยว่า แม้ตอนนี้คดีดังกล่าวกำลังถูกตรวจสอบโดย 2 หน่วยงาน (กกต. และ DSI) แต่หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้สังคมบางส่วนยังไม่ไว้วางใจ กกต. กับ DSI ในการทำหน้าที่ตรวจสอบคดีดังกล่าว หากมีการเป่าคดี สังคมคงอาจไม่ได้รับความชัดเจนว่าเป็นเพราะหลักฐานไม่ชัดเจนพอ หรือเป็นเพราะหน่วยงานไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา

“ขอบคุณพยานบุคคลทั้ง 4 คน จาก 4 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ได้ตัดสินใจด้วยความกล้าหาญ ในการนำเอาหลักฐานและข้อมูลที่พวกเขาเคยได้ให้การกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปก่อนหน้านี้ มาเล่าให้สังคมได้รับรู้ว่าหลักฐานที่อยู่ในมือ กกต. และ DSI ควรจะมีความชัดเจนเพียงใด ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์มากสำหรับสังคมในการตรวจสอบการทำงานของ กกต. และ DSI” นายพริษฐ์ระบุ

ฟากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังเป็นหน่วยงานที่ถูกพาดพิง รีบออกเอกสารข่าวชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ปี 2567

โดยเนื้อหาของเอกสารระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากทุกฝ่าย เพื่อประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน เป็นธรรม และเป็นไปตามกฎหมาย

กรณีมีการจัดเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี การเลือก ส.ว.” เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา ผู้เข้าร่วมเสวนา 4 รายได้ให้ข้อมูลและถ้อยคำในฐานะพยานต่อ กกต.ในคดีฮั้วเลือก ส.ว.แล้ว โดยจะพิจารณาข้อมูล คำให้การ และพยานหลักฐานของบุคคลดังกล่าวร่วมกับพยานหลักฐานอื่นทั้งหมดในสำนวน โดยยึดหลักข้อเท็จจริง กฎหมาย และความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เมื่อการพิจารณาแล้วเสร็จ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะเผยแพร่ผลการพิจารณาให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

ขณะที่นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมายืนยันว่า การพิจารณาคดีไม่ได้มีการตั้งธง เป็นการดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่คณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ได้รวบรวมไว้ อีกทั้งคดีนี้ไม่ได้ทำโดยเปิดเผย ทำให้พยานหลักฐานหายาก อีกทั้งพยานที่เข้ามาให้การก็ต้องปกปิดชื่อเพื่อความปลอดภัย ส่วนของพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้รับความร่วมมือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

แม้จะมีการรวบรวมหลักฐานได้จำนวนหนึ่ง แต่ยอมรับจะให้หาพยานหลักฐานง่ายๆ แบบคดีทั่วไปคงลำบาก

นายสิทธิโชติระบุด้วยว่า หากพบการฮั้วจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเป็นการเสียเป็นการเฉพาะตัว ไม่ทำให้กระบวนการทั้งหมดเสียไป อย่าลืมว่าคนที่เขาไม่ได้ฮั้วก็มี คนที่ฮั้วก็อาจจะมีหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ กกต.จะต้องพิจารณา เราจะทำให้ดีที่สุด

แต่จะเป็นไปตามที่สังคมบางส่วนอยากให้เป็นหรือไม่ เราตอบไม่ได้ อยู่ที่ดุลยพินิจของ กกต.ทั้ง 7 คน การลงมติของ กกต.คดีนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงเดือนสิงหาคม เพราะได้พิจารณาไปเยอะแล้ว ประชาชนยังคาดหวังต่อ กกต.ได้ เพราะมี กกต.ไว้เพื่อคัดคนดีเข้าสู่สังคมการเมือง แต่ตอนนี้เราทำตามใจที่เราคิดทุกอย่างไม่ได้ เพราะมีกฎหมายให้ใช้ในการพิจารณาอยู่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

“เชื่อมั่นว่า กกต.ทั้ง 7 จากที่ผมสัมผัสในห้องประชุม ท่านเป็นคนดี เป็นคนเก่ง คิดว่าทุกท่านใช้ดุลยพินิจในทางที่เหมาะสมแน่นอน อย่าได้กังวล ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน ถ้าจะยกไม่ไปศาลก็มีเหตุผล แต่ถ้าให้ไปก็จะมีเหตุผลว่าให้ไปเพราะอะไร ทุกคนมีเหตุผลเขียน อย่างคำพิพากษาที่ออกมาก็ไม่ได้ถูกใจใครทั้งหมดแต่อยู่ที่เหตุผล อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากสังคมเป็นเรื่องปกติ กกต.ก็โดนกดดันตลอด แต่ก็ต้องมีแนวทางการทำงานที่ดี มั่นใจได้ว่ามีเหตุและผล อย่าได้กังวล” นายสิทธิโชติระบุ

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงส่วนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า อยู่ระหว่างรอ กกต.วินิจฉัยชี้ขาดว่าจะมีบุคคลใดบ้างที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการฮั้วเลือก ส.ว. เป็นหนึ่งในคำแนะนำของพนักงานอัยการคดีพิเศษที่ให้ไปรวบรวมกับสำนวนของ กกต. วินิจฉัยชี้ขาดก็เพราะเป็นข้อสั่งการตามหนังสือสั่งพนักงานอัยการคดีพิเศษเพื่อให้ DSI ดำเนินการตามข้อสั่งการ

ส่วนสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ DSI ร่วมทำการสอบสวนกับ กกต. ได้มีมติดำเนินคดีถึง 229 ราย ในคดีฮั้ว ส.ว. ขณะที่ดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ส.ว.ได้เพียง 8 ราย เป็นตัวเลขที่แตกต่างจากจำนวนพยานดีเอสไอกว่า 2,000 รายก่อนหน้า พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าพยานหลักฐานไปถึงมากน้อยเพียงใด เพราะดีเอสไอต้องดูว่าพยานหลักฐานถึงแค่ไหนจึงสั่งฟ้อง

อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ไปคงต้องจับตารอดูอย่างใกล้ชิดว่า สรุปแล้วคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญ เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหาเป็นจำนวนมากจะจบลงอย่างไร คาดว่าเดือนสิงหาคมนี้คงได้รู้กัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘มติชน’ ชวน ‘สภาพัฒน์-ททท.-BDMS-PROUD-BNH’ เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย
ไฟนรก-ตายหมู่คาโรงเบียร์ ผลพวง ‘ผับ-บาร์’ เลี่ยงบาลี ภาครัฐงัวเงีย-เพิ่งตกใจตื่น สั่งเร่งอุดช่องโหว่กฎหมาย
เนเน่ทำให้คนไทยมีความสุขกว่ารัฐบาล
ไทย WHY วอด
เป็นหนุ่มโกงสอบราชการ พอแก่โกงทุกระบบ โกงจนสังคมล้มเหลว
จากฮอร์มุซถึง ICC ระเบียบโลกที่สั่นคลอน
ช่องแคบฮอร์มุซกับอันคลอส
จีนในบริบทการเมืองโลกหมดเวลาหน่อมแน้ม!
ฝ่ายค้านโชว์หลักฐาน ‘ย้ำ’ คดีฮั้วเลือก ส.ว. กกต. เสียง ‘ตกร่อง’ ยึดตามหลักฐาน ไม่มีธง จ่อลงมติชี้ขาดสิงหาคม
E-DUANG | รูปธรรม เคลื่อนไหว การเมือง “เทคโนโลยี” ใหม่ พื้นที่”ใหม่”
อนุทินลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู ล้างโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น เพิกถอนบรรจุ 5,814 ราย จับตา Last Boss สะเทือนสีน้ำเงิน?
เจ้าฟ้าและสามัญชน (7) : ชอบพัดลมไฟฟ้าหรือเปล่า