bg-single

ชัชชาติคิด อภิสิทธิ์ต้าน ทหารทำ

06.06.2014

หมายเหตุ : บทความเผยแพร่ครั้งแรกในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 6 มิ.ย. 2557

ภาพ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” “ล่ำบึ้ก” ในชุดเสื้อกล้ามดำ กางเกงดำ หิ้วถุงพลาสติกใส่กับข้าว เดินเข้าวัดเพื่อไปใส่บาตร หลังจากหลุดเข้าไปในโลกโซเชียล นำไปสู่ปรากฏการณ์ “ฮิต” อย่างที่ทราบกัน คือเป็นจุดเริ่มต้นฉายา “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” และมีผู้ซุกซนนำเอาภาพนี้ไปตัดต่อล้อเลียนเป็นตัวละครฮีโร่ต่างๆ นานา รวมทั้งใส่ฉาก ใส่เอฟเฟ็กต์ต่างๆ จากภาพยนตร์ เกม การ์ตูนมากมาย รวมไปถึงการทำมุขล้อเลียนต่างๆ สร้างรอยยิ้มให้กับผู้พบเห็นทั้งในและนอกโลกโซเชียล และวันนี้ มุขนั้นมาปรากฏบนปก “มติชนสุดสัปดาห์” มุขที่ “ชัชชาติที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” เดินเข้าเขตทหาร มากด้วย “สีสัน” หลังบรรยากาศการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557

อย่างที่ทราบกัน “ชัชชาติ” จับพลัดจับผลูเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควบคุมตัวหลังเป็นตัวแทนไปเจรจาหาทางออกจากข้อขัดแย้ง เมื่อการเจรจาล้มเหลว ที่สุดก็ถูกทหาร “ควบคุมตัว”

การควบคุมตัวนั้น ถูกแต่งแต้มสี โดย นาย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่โพสต์ข้อความ เยาะหยัน ส่อเสียดในเฟซบุ๊ก “ส.ส.นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” ว่า “ซูเปอร์แมนปีกหัก ใครกล้า-ไม่กล้า ให้ดูตอนวิกฤติ เวลาวิกฤติคนอ่อนแอที่สุดอาจจะกลายเป็นคนเข้มแข็งที่สุด คนเข้มแข็งที่สุดอาจกลายเป็นคนอ่อนแอที่สุดก็ได้ เมื่อสิ้นเสียงคำว่า…ผมยึดอำนาจประเทศนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผมยกนาฬิกาขึ้นดูเป็นเวลา 16.32 นาฬิกา ทหารพร้อมอาวุธครบมือเข้ามาเต็มห้องสโมสรทหารบก เข้าควบคุมผู้อยู่ในห้องประชุมผม เห็นนายทหารเข้าไปทำความเคารพรัฐมนตรีนักสร้างภาพเป็นซูเปอร์แมน ที่สร้างภาพว่าตนเป็นนักกล้าม เป็นผู้แข็งแรงที่สุด ท่านพยายามพยุงกายลุกขึ้น แต่ 2 แขนที่แข็งแรงไม่สามารถพยุงตัวขึ้นได้ ทรุดตัวลงกับเก้าอี้อีกครั้งหนึ่ง จนนายทหารต้องเข้ามาพยุงตัวออกไป ผมสะกิดให้ผู้อยู่ในห้องประชุมดูซูเปอร์แมนปีกหักที่ถูกพยุงออกไป ซูเปอร์แมนถูกหามออกไปแล้ว ผมเดินไปดูเห็นสมุดบันทึกส่วนตัวของซูเปอร์แมนวางอยู่ คงตกใจแล้วลืมไว้ ฝากบอกทหารหน้าห้องสโมสรช่วยเก็บไว้ให้ซูเปอร์แมนด้วยแล้วกัน ผมไม่กล้าเปิดอ่าน แต่คงเป็นบันทึกเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง”

“ส่อเสียด” แบบจัดเต็มจัดหนัก เช่นนี้ ทำให้ “ชัชชาติ” ออกมาตอบโต้ทันทีหลัง

จากถูกทหารปล่อยตัว ว่า สิ่งที่นิพิฏฐ์พูดไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย พร้อมกับเล่าเหตุการณ์จริงว่า “เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาควบคุมตัวโดยจับแขนของผม แต่ได้ปัดแขน 3-4 ครั้ง และกล่าวยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่า สามารถเดินไปเองได้ ไม่ต้องจูง ผมจึงไม่เข้าใจว่านายนิพิฏฐ์เขียนถึงผมในลักษณะนี้ด้วยเจตนาอะไร ต้องการอะไร”

พร้อมทั้งปล่อยมุข เรียกรายยิ้ม ในบรรยากาศเครียดๆ ว่า “ผมถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปควบคุมที่จังหวัดปราจีนบุรี มีเพื่อนร่วมค่ายทหาร อาทิ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล และ สุเทพ เทือกสุบรรณ”

“ระหว่างถูกควบคุมตัวนั้น ทหารให้การดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็ทำให้น้ำหนักลดลงไปถึง 4 กิโล ไม่ใช่เพราะอาหารแย่ แต่เป็นเพราะไม่มีพื้นที่ออกกำลังกาย เผาผลาญแคลอรี่ จึงตัดสินใจกินให้น้อยลง”

“ระหว่างถูกคุมตัวที่ค่ายทหารนั้น ไม่นานนัก นายสุเทพก็ได้รับการปล่อยตัว ต่อมา นายนิวัฒน์ธำรง ก็ได้รับการปล่อยตัวอีก แต่ทั้งๆ ที่ครบ 7 วันแล้ว ผมเองกลับไม่มีแววจะถูกปล่อยตัว”

“จึงสอบถามไปยังพลทหารที่อยู่ไม่ไกลว่า น้องๆ เมื่อไหร่พี่จะถูกปล่อยตัว พลทหารคนนั้นก็รีบวิ่งไปสอบถามผู้บังคับบัญชาให้ สุดท้าย จึงมีนายทหารระดับผู้กองเดินทางมาหาอดีต รมว.คมนาคม พร้อมตะเบ๊ะทำความเคารพหนึ่งครั้ง ก่อนจะแจ้งว่าขอโทษทีครับ ลืมปล่อยท่านครับ”

ปรากฏว่า กว่า “ชัชชาติ” จะได้รับการปล่อยตัวและกลับถึงบ้านที่ กทม. ก็ล่วงเอาเวลาเกือบเที่ยงคืนของวันที่ 29 พฤษภาคม รัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งในปฐพี ถูกลืม!!

แต่แล้ว จู่ๆ ชื่อของ “ชัชชาติ” กลับถูกฝ่ายทหาร “คิดถึง” โดยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประชุม คสช.ชุดใหญ่เพื่อติดตามความคืบหน้ามาตรการต่างๆ ของ คสช. หลังประชุม พ.อ.วินธัย สุวารี พร้อมด้วย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค และ พ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ ในฐานะทีมโฆษก คสช. ออกมาแถลงผลประชุม ว่ามีการพิจารณาโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทโดยหัวหน้า คสช. ให้พิจารณาโครงการไหนดีก็ให้เริ่มก่อน เน้นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนให้การยอมรับ และผ่านการตรวจสอบผลกระทบในสิ่งแวดล้อมและทุกหน่วยงานไม่มีข้อขัดแย้ง พร้อมทำประชาพิจารณ์ในเรื่องของคนที่ได้รับผลกระทบ

พ.อ.ณัฐวัฒน์ เป็นผู้กล่าวว่า “เรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูงให้ไปดูข้อดีข้อเสีย ทำแล้วคุ้มหรือไม่ การใช้แหล่งเงินทุนมาจากไหน ซึ่งจะต้องไม่กระทบวินัยการคลัง การก่อหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจจะลงทุนร่วมกับเอกชน และคาดว่าไม่น่าจะทันนำเสนอภายใน 2 สัปดาห์ แต่โครงการที่จะสานต่ออย่างแน่นอนก็คือรถไฟฟ้าทางคู่” และ “คสช. จะเรียก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม มาพูดคุยเพราะเป็นคนที่มีความรู้ เพื่อจะได้ศึกษาในด้านต่างๆ”

คำแถลงดังกล่าว กลายเป็นข่าวใหญ่ทันที เพราะต้องไม่ลืมว่า โครงการ 2 ล้านล้าน เป็นโครงการที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ เป็นโครงการที่พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และวุฒิสมาชิกกลุ่ม 40 ตั้งข้อรังเกียจ และมุ่งโจมตี โดยหวังเป็นไม้เด็ดที่หวังจะล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร การที่จู่ๆ คสช. ออกมาแถลงว่า โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้าน ยังคงอยู่ในการพิจารณา แถมยังจะเชิญ นายชัชชาติ มาพูดคุยและให้ข้อมูลอีก จึงทำให้ดูเหมือนว่า คสช. การันตีโครงการนี้ แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ถอนรากถอนโคนทิ้ง ตรงกันข้าม พร้อมจะปัดฝุ่นบางโครงการมาทำอีก เช่น รถไฟฟ้าทางคู่ นี่ย่อมไม่ธรรมดา!

และเพราะไม่ธรรมดาอย่างที่ว่านี้เอง ปรากฏว่าในวันรุ่งขึ้น พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ต้องออกมาชี้แจง ว่ามีความคลาดเคลื่อนในเรื่องการสานต่อโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยขณะนี้โครงการขนาดใหญ่ยังไม่อยู่ในกรอบหารือเร่งด่วน ที่สื่อมวลชนนำเสนอว่า คสช. จะเชิญอดีตรัฐมนตรีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง มารับฟังความคิดและให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการพัฒนาระบบรถไฟไทยนั้น ยืนยันเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

ขณะที่ พ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ ย้ำว่า ข่าวทาบทามนายชัชชาติ มาให้ข้อมูลการจัดทำโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทางคู่ หรือรถไฟฟ้าความเร็วสูง คลาดเคลื่อน ในช่วงนี้ ยังไม่มีนโยบายเชิญนายชัชชาติ มาให้ข้อมูล การจัดทำโครงการก่อสร้างทั้งสองโครงการอยู่ระหว่างการพิจารณาหาข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบในด้านต่างๆ อย่างรอบครอบ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง คงยังไม่มีการพิจารณาดำเนินการในช่วงนี้ เนื่องจากไม่ใช่โครงการเร่งด่วน และต้องใช้งบประมาณสูง แต่อาจมีการพิจารณาจัดทำโครงการรถไฟฟ้าทางคู่ก่อนในพื้นที่ภูมิภาคต่างๆ ที่เหมาะสม

ที่สุดแล้ว กรณีนายชัชชาติ ก็มิได้เป็นความจริง อย่างน้อยในอนาคตอันใกล้นี้ กลายเป็นแค่การเติมมุขอีกหนึ่งมุข ที่ยั่วให้ยิ้ม ในยามที่บ้านเมืองอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก “ชัชชาติ คิด” “อภิสิทธิ์ ต้าน” “ทหาร ทำ” แม้ลึกๆ แล้วหลายคนรู้สึกเสียดายต่ออนาคตของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เสียดายที่หากขจัดความรู้สึกเป็นฝ่ายเขา ฝ่ายเรา ออกไป – แล้วให้ทหาร “ทำ” ภายใต้ความโปร่งใส รอบคอบ และรอบด้าน ความฝันถึงการคมนาคมอันทันสมัย ก็มีโอกาสเป็นจริงขึ้นเร็วขึ้น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น เชื่อว่าคงได้คะแนนนิยมอีกจม เพราะถือว่าคืนความสุขให้ชาวบ้านจริงๆ ●


หมายเหตุ : ต่อมาใน ปี 2565 ในวันที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 17 นายชัชชาติ ได้กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่มีความหมายสำหรับตน เพราะ 8 ปีที่แล้วเกิดรัฐประหาร ตนอยู่ในเหตุการณ์ โดยถูกคลุมศีรษะ มัดมือ ควบคุมตัวไว้ 7 วัน อย่างไรก็ตาม ตนให้อภัย

“วันนี้เป็นวันที่มีความหมายสำหรับผม เพราะว่า 8 ปีที่แล้วเกิดรัฐประหาร ผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมก็ถูกคลุมหัว มัดมือ ตอนนี้ล่ะ นาทีนี้เลย ผมถูกนำตัวไปที่ไหนยังไม่รู้ แต่เขาคลุมหัวไป ตอนกลับเขาก็คลุมหัวกลับ 7 วัน ผมไม่ได้ยึดติด หรือ เกลียด เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเราก็ให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น คือความทรงจำที่เตือนใจเรา ว่าเมื่อไหร่ที่ประชาชนทะเลาะ เกลียด ซึ่งกันและกัน สุดท้ายแล้วจะมีกลุ่มคนที่มาได้ผลประโยชน์ ไม่มีประโยชน์เลย เราเห็นต่างกันได้ แต่อย่าสร้างความเกลียดชังซึ่งกันและกัน นี่คือบทเรียนที่สำคัญ”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย