bg-single

สอบวัด KPI 3 เดือนรัฐบาล ‘หนู’ ไม่ ‘รั่ว’ แต่ ‘ร่วง’

10.07.2026

ในประเทศ

ถ้านับวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภาคือวันแรกของการมีอำนาจของรัฐบาลภูมิใจไทย จนถึงสัปดาห์นี้ ก็ผ่านไปแล้วราว 3 เดือนเศษ

ในเชิงแท็กติก-เทคนิคทางการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ค่ายสีน้ำเงิน” คือหนึ่งในกลุ่มก้อนทางอำนาจ ที่ “เล่นเกมไปจนกระทั่งแฮกระบบการเมือง” เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคใหม่

เอาชนะกติกาที่ออกแบบมาสกัดการมีอำนาจของพลังฝ่ายประชาธิปไตย ใช้ช่องว่างในจังหวะที่ฝ่ายอำนาจใหม่เพลี่ยงพล้ำ ผลักดันตัวเองและเครือข่ายจนเข้ามายึดกุมเสาหลักของอำนาจรัฐทุกระดับ

เป็นทั้งเบอร์หนึ่งของฝ่ายบริหาร เป็นเบอร์หนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติทั้ง 2 สภา ยังสามารถแทรกซึมบุคคลเข้าไปอยู่ใน “เสาอำนาจตรวจสอบ” ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

ค่ายสีน้ำเงินวันนี้ กลายเป็นผู้เล่นหลักของพลังฝ่ายอนุรักษนิยมในการเมืองไทยสำเร็จ เหนือกลุ่มก้อนทางอำนาจอนุรักษนิยมกลุ่มอื่นๆ เป็นที่เรียบร้อย

การเมืองในสภาของค่ายสีน้ำเงินก็อยู่ในระดับโคตรเซียนชนิดไม่มีใครกล้าลอกเลียนแบบ (และไม่มีใครคิดจะเลียนแบบ)

ล่อทีมค่ายสีส้มติดกับดัก สะสมฐานอำนาจทางการเมือง ปูทางไปสู่ชัยชนะศึกเลือกตั้งใหญ่ต้นปี 2569 สำเร็จ

หลังคว้าชัยถล่มทลายยิ่งย่ามใจ ใช้จังหวะฝ่ายอำนาจใหม่กำลังอ่อนแอ-ขัดแย้งกันเอง ค่ายสีน้ำเงินก็กดปุ่มเดินหน้าบดขยี้ทางการเมือง ไม่เล่นเกมประนีประนอม เปิดมาด้วยการประกาศวาระเดินหน้ายกร่าง “รัฐธรรมนูญฉบับสีน้ำเงิน” ตามด้วยการปิดประตูตายการนิรโทษคดีทางการเมืองสำคัญ

นั่นทำให้ค่ายส้มก็ลั่นกลองรบค่ายสีน้ำเงินเช่นกัน การเมืองจึงเข้มข้น ดุเดือด แม้รัฐบาลจะเพิ่งมีอำนาจเต็มแค่ 3 เดือน กลายเป็นรัฐบาลที่ไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูนพีเรียด

มิต้องพูดถึงปัจจัยภายใน แค่เดือนแรกของการมีอำนาจ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ต้องเจอกับวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก สหรัฐถล่มอิหร่าน เกิดวิกฤตราคาพลังงานพุ่งขึ้นสูงสุด ไทยเจอผลกระทบอย่างหนัก

ก็เป็นพลาดแรกของรัฐบาลกับการตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ให้มาดูแล แก้สถานการณ์วิกฤต

แทนที่จะคลี่คลายสถานการณ์ กลับเป็นว่านายพิพัฒน์เจอการตั้งคำถามอย่างมากจากสังคมว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน ลุกลามจนกระทบความเชื่อมั่นรัฐบาลอย่างหนัก

จะชี้แจงอย่างไรคนก็ไม่ฟัง ท้ายที่สุดต้องยอมถอย ตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส มาดูแลแทน

แต่คำถามเรื่องไอ้โม่งหาประโยชน์จากสถานการณ์ราคาน้ำมันก็ยังจับตัวไม่ได้ ล้มเหลวจนถึงปัจจุบัน

ถัดมาก็เจอกับวิกฤตสินค้าเกษตรสารพัดชนิด ทยอยเข้ามาทดสอบ “มือโปร” ซูเปอร์จี ที่รัฐบาลค่ายสีน้ำเงินพยายามผลักดันเป็นความหวัง

แต่แค่สตาร์ต ก็ออกตัวไม่ค่อยสวย เพราะปัจจัยที่มีวันนี้ทำให้การขยับเชิงโครงสร้างเป็นงานที่ยากมาก พอเน้นการตลาด กลับยิ่งพาให้ปัญหาออกทะเล ไม่ว่าจะเป็นกรณีล้งมะพร้าวหรือทุเรียน ที่กลายเป็นดราม่าตีกลับรัฐบาลจากทุกทิศ

เมื่อแก้ปัญหาไม่ตรงจุด รัฐมนตรีเทคโนแครตที่เป็น “เดอะแบก” ความหวังรัฐบาล วันนี้กลายเป็นสังคมถามหา “ศุภจี สุธรรมพันธุ์ หายไปไหน?”

ฝั่งนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาล วันนี้ต้องยอมรับว่าไม่ขยับไปไหนเลย โดนต้านหมด

มีความพยายามจะนำเอาเรื่อง “แลนด์บริดจ์” มาเป็นเรือธงในช่วงแรก ก็เจอภาคประชาสังคมต่อต้าน ข้อหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนโผล่ขึ้นทั่วพื้นที่ เช่น มีบุคคลใกล้ชิดวงอำนาจของรัฐบาลแห่กันไปซื้อที่ดินไว้เก็งกำไรหวังฟันงบประมาณบานเบอะ

ไม่นับความกังวงเรื่องสิ่งแวดล้อมและความคุ้มทางเศรษฐกิจ ที่สุดรัฐบาลก็ต้องถอนคันเร่งจากโครงการนี้ และ พ.ร.บ. SEC ไม่เอาเข้า ครม.

ก็คงต้องยอมรับความจริงว่าจนถึงวันนี้ เรายังไม่สามารถมองเห็นโปรเจ็กต์ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ มองไม่เห็นนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาลค่ายสีน้ำเงินว่าจะทำอะไร นโยบายที่เคยเป็นจุดยืนของพรรควันหาเสียง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แวว

รูปธรรมก็คือวันนี้ก็ไม่เห็นมีใครในรัฐบาลพูดเรื่องมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท หรือบาร์เตอร์เทรด (Barter trading) ที่หายเงียบไปนานแล้ว

จะมีก็คือนโยบายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ที่กำลังดำเนินการอยู่ แต่นโยบายนี้ก็ไม่ใช่มรดกของรัฐบาลภูมิใจไทย คนจำว่าเป็นเครื่องมือทางนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากกว่า ซึ่งนโยบายนี้ก็เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนระยะสั้น หากพ้น 4 เดือนนี้ก็ไม่รู้จะมีอะไรตกถึงมือประชาชนอีก

ไม่นับว่ารัฐบาลไม่มีเงินทำโครงการ เพราะเงินที่ใช้วันนี้ต้องออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงินหลายแสนล้านมาแจก ซึ่งเป็นหนี้ที่คนไทยต้องร่วมกันแบกรับในอนาคต

และต้องไม่นับว่าเงินที่กู้นั้นราว 2 แสนล้านรัฐบาลก็สอดไส้กู้เงินมาหวังทำเรื่องปฏิรูปพลังงานที่ไม่ใช่เรื่องด่วน ส่อไม่ตรงตามจุดประสงค์การขอกู้ สุดท้ายก็โดนฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญอีก ซึ่งหากคำตัดสินออกมาไม่เป็นคุณ รัฐบาลสีน้ำเงินก็งานเข้าอีก ต้องรับผิดชอบ

ยังมีข่าวเสียหายทางนโยบายเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นไอเดียเก็บภาษีแวต 10%, นโยบายรถเก่าแลกรถใหม่, นโยบายลดค่าไฟ 3 บาทไม่ตรงปก, การปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเอาคนถูกลดหย่อนภาษีออกจนลูกกับพ่อแม่ทะเลาะกันเพียบ

ล่าสุด รัฐบาลโดยกระทรวงดีอี จู่ๆ ก็มีไอเดียอยากซื้อเอไอแจกประชาชนงบประมาณ 1,621 ล้านบาท ก็เจอกระแสต้านอย่างหนัก ความชอบธรรมทางการเมืองที่จะจัดทำนโยบายนี้พังไม่เป็นท่า

รัฐบาลไม่สามารถตอบเรื่องความคุ้มค่าทางนโยบายได้อย่างสมเหตุสมผล ยังไม่นับข้อสงสัยในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง จนเกิดครหาขึ้นมากมายเรื่องเสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน เจ้ากระทรวงจะพยายามโยนภาระการชี้แจงว่า “ราชการเป็นผู้ผลักดัน”

ฝั่งราชการก็อ้างเรื่องกฎหมายและการทำตามระเบียบถูกต้องเป็นหลังพิงฝาอย่างเดียวจนคนส่ายหัว

ในทางการเมืองของค่ายสีน้ำเงินยิ่งหนัก

ภาพของสีน้ำเงินวันนี้กลายเป็นกลุ่มก้อนอำนาจที่มีภาพลักษณ์ “ผู้ทำการเมืองให้หยุดนิ่ง” ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แค่การปฏิรูปก็ยังยาก ซ้ำร้ายยังมีแนวโน้มอยากผูกขาดอำนาจ รวบอำนาจไว้กับตัวเอง

ไม่ประนีประนอมกับพรรคฝ่ายค้าน เช่น การนิรโทษกรรมทางการเมือง

ไม่ประนีประนอมเรื่องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งที่มติมหาชนถล่มทลายยืนยันว่า เห็นด้วยกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทีมงานค่ายสีน้ำเงินวันนี้ใช้ยุทธวิธี “หลังชนฝามากขึ้น” ในทางตรรกะ

ตัวอย่างคือเรื่องที่มา “ส.ส.ร.” ยังไงค่ายสีน้ำเงินก็จะผลักดันวาระ “ส.ส.ร.จากแต่งตั้ง” ทั้งที่คำวินิจฉัยศาลฯ ห้ามแค่ไม่ให้ประชาชนเลือก “คณะกรรมาธิการยกร่างฯ” โดยตรงเท่านั้น ไม่ได้ห้าม ส.ส.ร.เลือกตั้ง

ขนาดว่าบรรดาตัวแทน ส.ส. และ ส.ว. ไปคุยกับประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการมาแล้ว ทัพค่ายสีน้ำเงินยังยืนยันจุดยืนเพียงว่า “ทางใครทางมัน” ความเชื่อของใครของมัน

ไม่นับเรื่องทุจริตที่วันนี้โผล่ขึ้นเป็นดอกเห็ด

ตั้งแต่ปลัดจังหวัดเปิดหน้าชนกับอธิบดีปกครอง เบื้องหลังจุดเริ่มต้นมาจากปัญหาส่วย ขยายมาถึงการโยกย้ายไม่เป็นธรรม และเปิดแชต “ช่วยสีน้ำเงินด้วย” จนกระทบความเชื่อมั่นรัฐบาล

สัปดาห์ต่อมายังมีวิวาทะ รองผู้ว่าฯ ขู่ปลดผู้ว่าฯ จนเรื่องแดง สุดท้ายโดนปลดทั้งคู่แบบไร้การสอบสวน

อีกสัปดาห์ถัดมาเจอปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่ ความเสียหายหลายพันล้าน ถูกจับได้แบบหลักฐานคาตา พบเป็นขบวนการโกงสอบระดับประเทศ ทำกันราวกับเป็นอุตสาหกรรม พบผู้กระทำผิดถูกบรรจุเป็นราชการแล้วว่า 5,000 คน

ค่ายสีน้ำเงินยังเจอความเสี่ยงทางการเมืองอีกหลายเรื่องจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้ว ส.ว.ที่ใกล้ยุติ คดีเขากระโดง และคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านจับจ้องทุกการขยับชนิดกัดไม่ปล่อย

ในทางสังคมวันนี้ก็หนักไม่แพ้กัน ปัญหายาเสพติดผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด กรณีแอร์สาวการบินไทยถูกจับเพราะขนเฮโรอีนที่ออสเตรเลีย พร้อมๆ กับการจับยาเสพติดล็อตใหญ่ได้ที่อินโดนีเซีย ฮ่องกง โปแลนด์ เยอรมนี ส่งผลต่อภาพลักษณ์ว่าไทยกลายเป็นฮับของการส่งออกยาเสพติดโลกไปแล้ว

อย่าแปลกใจกับผลสำรวจล่าสุดของนิด้าโพล คะแนนนิยมนายอนุทินและรัฐบาลร่วงหนักกราวรูด ตกมาหลายเปอร์เซ็นต์ แม้จะผ่านมาแค่ 3 เดือน ทั้งหมดล้วนมีเหตุมีผล

“รัฐนาวาหนู” แค่เริ่มพายเรือออกจากฝั่ง เรือก็รั่วเป็นที่เรียบร้อย

แน่นอนว่าเป็นรูรั่วที่ยังไม่ใหญ่พอที่จะทำให้เรือล่ม

แต่น้ำที่ค่อยๆ ไหลเข้าเรือ หากรูรั่วไม่ถูกอุด ถึงวันหนึ่งเรือก็จมลงได้

วันนี้รัฐบาลอนุทินทำข้อสอบวัด KPI 3 เดือน ผลออกมาเป็นอย่างไร ความรู้สึกของสังคมก็คงพอให้คำตอบได้ กล่าวคือแม้จะไม่มีปัญหาข้อสอบรั่วแต่ผลก็ ‘ร่วง’ จนคนสัมผัสได้ และทำให้เรือลำนี้รั่วเป็นที่เรียบร้อย

ส่วนเรือจะจมก่อนเวลา 4 ปี หรือครบ 4 ปี

เป็นเรื่องของกัปตันเรือและคนบนเรือ!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ปรากฏการณ์ ‘จรวดและขนนก’ เมื่อน้ำมันหน้าปั๊ม ลดราคาลงช้าๆ
อินโดนีเซีย เมื่อนโยบาย สวนทางกับความเป็นจริง
ไทยช่วยไทย แพ้ไทยโกงไทย
สอบวัด KPI 3 เดือนรัฐบาล ‘หนู’ ไม่ ‘รั่ว’ แต่ ‘ร่วง’
ครบรอบ 2 ปี วุฒิสภา คดีฮั้ว ส.ว.ไร้ข้อสรุป สีส้ม จี้ ‘กกต.’ ส่งศาลชี้ขาด บิ๊กสภาสูงย้ำไม่ตะแบง
E-DUANG | ทำไม ข่าวยุบกอ.รมน. จึงดัง ทั้งที่ มิใช่ ข่าวใหม่ เรื่องใหม่
ป.ป.ช.ยกระดับ โกงสอบท้องถิ่น ‘คดีพิเศษ’ จ่อฟัน ‘อธิบดี-นายหน้า-ผู้เข้าสอบ’ วิกฤต-โอกาส ‘ระบอบสีน้ำเงิน’
ด้วย ‘ปรารถนาดี’ ต่อรัฐบาล | ปราปต์ บุนปาน
E-DUANG | ภาพ ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย คือ ปรากฏการณ์ ทางการเมือง
ภาวะซึมเศร้า : เข้าใจอย่างไรในทางปรัชญา
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (183)
เชลยศึกสงครามลาว (38)