bg-single

ปตท. ธุรกิจแห่งอาเซียน

07.07.2025

วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

เกี่ยวกับบริษัทหนึ่งในเครือ ปตท. กับแผนการอันแข็งขันขยายเครือข่ายในภูมิภาค

เป็นความเคลื่อนไหว บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กิจการก่อตั้งขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว จากการปรับโครงสร้าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ครั้งสำคัญ ด้วยการแยกธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน

จุดเปลี่ยนสำคัญอีกขั้นหนึ่งมาถึงในปี 2564 เมื่อ OR ผ่านกระบวนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย PTT คงถือหุ้นใหญ่ที่สุดในสัดส่วน 75%

เป็นอีกกรณีหนึ่ง สำหรับเครือข่าย PTT กับตลาดหุ้นไทย ด้วยเคยมีบทเรียนความสำเร็จอันน่าทึ่งมาก่อนหน้านั้น

บริษัทในเครือข่ายแห่งหนึ่ง บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP (ปัจจุบัน PTT ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 63.79%) ได้จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ (ปี 2536) ในจังหวะที่ดี ก่อนสัญญาณวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญส่อเค้า และจะมาถึง road- show เพื่อขายหุ้นให้กับนักลงทุนต่างประเทศในช่วงนั้น PTTEP ได้รับความสนใจอย่างมาก กลายเป็นดีลใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ

ส่วน PTT ในฐานะเป็นบริษัทแม่ ได้ตามมา แต่แผนการเข้าตลาดหุ้น (2544) กลับอยู่ในช่วงสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย คาบเกี่ยวกับเหตุการณ์การก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา (วันที่ 11 กันยายน 2544) และเป็นอีกครั้งในรอบ 30 ปี เศรษฐกิจโลกมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่า 2.5% ต่อปี ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอยู่ระดับที่ต่ำกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้พลิกกลับในอีก 3 ปีต่อมา ปี 2547 เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากวิกฤตที่ยืดเยื้อพอควร การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบสองทศวรรษ ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น PTT จับจังหวะและโอกาสก้าวกระโดดครั้งใหญ่

เวลานั้น PTT ขยายเครือข่ายอย่างครึกโครม ลามสู่ธุรกิจข้างเคียง เป็น “ปรากฏการณ์” ภาพดูยิ่งใหญ่ ดูจะคุกคามในบางมิติ แรงต้านจึงเกิดขึ้นตามมาเป็นระลอก

เชื่อกันว่า การแยกธุรกิจค้าปลีกน้ำมันออกมาต่างหาก และเข้าตลาดหุ้น มาจากแรงกดดันข้างต้นไม่มากก็น้อย

กรณี OR ได้สืบทอดภารกิจสำคัญ จาก PTT ว่าด้วยพัฒนาการสำคัญ ด้วยประสบการณ์ทางธุรกิจราว 4 ทศวรรษ

เริ่มต้นตั้งแต่ การจัดตั้ง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) รัฐวิสาหกิจใหม่ (2521) ด้วยการควบรวมกิจการรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง คือองค์การเชื้อเพลิง และองค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทย ท่ามกลางสถานการณ์อันยุ่งยากอย่างต่อเนื่อง ด้วยเผชิญวิกฤตการณ์น้ำมันถึงสองครั้งในช่วงไม่ถึง 10 ปี

ทั้งนี้ เป็นไปตามโมเดล “กิจการพลังงานแห่งชาติ” กำลังผุดขึ้นในภูมิภาค พร้อมๆ กับความพยายามก้าวเป็นผู้นำค้าปลีกน้ำมัน โดยใช้เวลาเพียงประมาณทศวรรษเดียว

ด้วยความพยายามของทีมผู้บริหารยุคแรกๆ ทีมที่หลายๆ คนมีประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันจากบริษัทต่างชาติ โดยให้ความสำคัญในการขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน จากนั้นค่อยๆ ขยายจินตนาการสถานีบริการ ให้มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ที่เรียกว่า Non-Oil

“OR ดำเนินธุรกิจน้ำมัน และธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆ (Non-Oil) อย่างผสมผสานกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วยการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ ธุรกิจร้านกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ ร้านสะดวกซื้อ และการบริหารจัดการพื้นที่เช่า มีแบรนด์ซึ่งเป็นที่นิยมและได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง”

ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจ OR รายงานไว้ในตอนเข้าตลาดหุ้น (ปี 2564)

ภาพใหญ่ OR ในปัจจุบัน(อ้างอิงข้อมูลนำเสนอ OR Opportunity Day FY 2567 – มีนาคม 2568) เป็นหนึ่งในบริษัทไทยขนาดใหญ่ (โปรดดูข้อมูลประกอบ) มีรายได้เข้าใกล้ 1 ล้านล้านบาท ส่วน PTTEP มีรายได้ (2567) กว่า 3 ล้านล้านบาท ขณะที่ PTT ในฐานะบริษัทแม่ ว่าตามกระบวนการหลอมรวมรายได้ตามกฎเกณฑ์ทางบัญชี มีรายได้รวม (2567) มากถึงกว่า 3 ล้านล้านบาท มีฐานะเป็นบริษัทที่เติบโต และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นมาราว 2 ทศวรรษแล้ว

OR กับโครงสร้างธุรกิจ ที่เรียกว่า Mobility (สถานีบริการน้ำมัน และบริการน้ำมันเชิงพาณิชย์) เป็นธุรกิจหลักที่สำคัญ สร้างรายได้มากที่สุดในสัดส่วนมากถึง 88.7% ขณะธุรกิจค้าปลีกอื่นซึ่งเป็นสีสันที่ตื่นเต้น ที่เรียกว่า Lifestyle มีสัดส่วนเพียง 3.1% ส่วนธุรกิจต่างประเทศ ที่เรียกว่า Global มีสัดส่วน 7.8% (ที่มา อ้างแล้วข้างต้น)

เมื่อเทียบเคียงกับปี 2564 (ตอนเข้าตลาดหุ้น) OR มีเครือข่ายธุรกิจกว้างขวางได้ขยับขยายขึ้นตามลำดับ (เทียบเคียงข้อมูลในช่วงเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ กับข้อมูลนำเสนอล่าสุด OR Opportunity Day 1Q25 – 20 พฤษภาคม 2568) เริ่มจากสถานีบริการน้ำมัน เฉพาะในประเทศ มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 1,968 แห่ง (2564) เป็น 2,346 แห่ง (ไตรมาสแรกปี 2568) ในต่างประเทศ จาก 329 แห่ง (2564) เป็น 415 แห่ง (ไตรมาสแรกปี 2568)

ที่น่าสนใจมีเครือข่าย ร้านกาแฟ Cafe Amazon ซึ่งเป็นธุรกิจข้างเคียงที่น่าตื่นเต้นได้ปักหลักอย่างมั่นคงในตลาดแล้ว ด้วยเครือข่ายในประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 3,168 ร้าน (2564) เป็น 3,624 ร้าน (ไตรมาสแรกปี 2568) และในต่างประเทศ จาก 272 ร้าน (2564) เป็น 391 ร้าน (ไตรมาสแรกปี 2568)

เปรียบเทียบอย่างคร่าวๆ อัตราการเติบโตในต่างประเทศ มีมากกว่าในประเทศ และดูกระชั้นมากขึ้น

OR กับธุรกิจที่เรียกว่า Global ที่จริงมีเฉพาะในอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านติดกัน ข้อมูลปัจจุบัน (ที่มา OR Opportunity Day 1Q25 – 20 พฤษภาคม 2568) ใน กัมพูชา มีสถานีบริการน้ำมัน 186 แห่ง Cafe Amazon 254 ร้าน และร้านสะดวกซื้อ 71แห่ง (เข้าใจว่าเป็น 7-Eleven ในสถานีบริการน้ำมัน) สปป.ลาว มีสถานีบริการน้ำมัน 59 แห่ง Cafe Amazon 103 ร้าน และร้านสะดวกซื้อ 1 แห่ง (เข้าใจว่าเป็น 7-Eleven ในสถานีบริการน้ำมันเช่นกัน)

มีอีก 2 ประเทศควรกล่าวถึงด้วย ในฟิลิปปินส์ มีสถานีบริการน้ำมัน 170 แห่ง และ Cafe Amazon 9 ร้าน ขณะในเวียดนาม มีเฉพาะ Cafe Amazon 25 ร้าน

OR คงเดินหน้า แผนการลงทุนในภูมิภาคต่อไป ทั้งนี้ เชื่อว่าจะมีปรับเปลี่ยนบ้างตามสถานการณ์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด