บทความพิเศษ |พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
3 การเลือกตั้ง ที่ผมจับตาในปี 2026
หลังปีใหม่ ผมไม่ได้เปิดอีเมลดูนานพอควร พอคลิกเข้าไป โอ้โห งานเข้าเต็มเลยครับ มีทั้งอีเมลของนักเรียน กลุ่มเพื่อนในแวดวงนโยบายและรัฐศาสตร์ที่ทำงาน มีทั้งใบรับเชิญให้เดินทางไปปาฐกถาในหลายๆ ประเทศที่ผมติดค้างเขาอยู่ตั้งแต่ปีที่แล้ว
จนมาเจอบทความของ Council on Foreign Relations (CFR) ที่สรุป “10 การเลือกตั้งที่ควรจับตาในปี 2026” ไว้ได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ผมหยุดชะงักและนั่งลงอ่าน
หากนับเฉพาะประเทศนอกเหนือจากประเทศไทย รายชื่อประกอบด้วย บังกลาเทศ ฮังการี โคลอมเบีย เอธิโอเปีย อาร์เมเนีย สวีเดน บราซิล อิสราเอล สหรัฐอเมริกา และแกมเบีย รายชื่อนี้ไม่ได้สะท้อนว่าประเทศเหล่านี้ดีหรือแย่กว่าที่อื่น
แต่สะท้อนว่า “ผลการเลือกตั้งมีนัยต่อทิศทางประเทศและภูมิภาคจริง”
แน่นอนว่า เพื่อนชาวอเมริกันของผมจำนวนมากสนใจการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ เพราะมันมักทำหน้าที่เป็นประชามติครึ่งเทอมต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (สมัยที่ 2)
แต่สำหรับผม มีอยู่สามประเทศที่ผมเฝ้ามองใกล้ชิดเป็นพิเศษ คือ โคลอมเบีย สวีเดน และอิสราเอล
การเลือกสามประเทศนี้มีส่วนหนึ่งที่เป็น “เหตุผลส่วนตัว” อย่างเรียบง่าย เพื่อนสนิทที่สุดของผมคนหนึ่งสมัยเรียนระดับบัณฑิตศึกษาที่ฮาร์วาร์ดเป็นชาวโคลอมเบีย อีกคนหนึ่งที่ผมสนิทมากช่วงอยู่ MIT เป็นชาวอิสราเอล ส่วนการเมืองสวีเดนและกลุ่มประเทศนอร์ดิก เป็นสิ่งที่พรรคการเมืองสายสังคมประชาธิปไตยทั่วโลก รวมถึงอดีตพรรคก้าวไกล
ทั้ง 3 เลือกตั้ง ถ้าใครเป็นคอการเมือง คอการต่างประเทศ คอความมั่นคง น่าจะตามดูกันอย่างมันส์หยด
1) โคลอมเบีย : รัฐกับความรุนแรง และการเมืองที่ไม่อาจแยกจากความปลอดภัย
ใครคือผู้เล่นหลัก?
– Iv?n Duque M?rquez (พรรค Centro Democr?tico) : แม้ไม่ได้ลงแข่ง แต่ยังคงเป็นผู้ทรงอิทธิพลในการกำหนดทิศทางฝ่ายขวา
– Gustavo Petro (พรรค Pacto Hist?rico) : ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายที่ลงต่อไม่ได้ แต่กำลังพยายามส่งไม้ต่อเพื่อรักษานโยบาย “Total Peace”
– Vicky D?vila : นักข่าวชื่อดังที่ก้าวขึ้นมาเป็นแคนดิเดตฝ่ายขวา ชูเรื่องกฎหมายและความสงบเรียบร้อย (Law and Order)
– Claudia L?pez : อดีตนายกเทศมนตรีโบโกตา ตัวแทนสายกลางที่เน้นการปฏิรูปเชิงสถาบัน
สถานการณ์สำคัญ (Update 2026)
โคลอมเบียเปิดปี 2026 มาด้วยความตึงเครียดระดับสูงสุด หลังจากสหรัฐ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งเปิดปฏิบัติการทางทหารจับกุมตัว Nicol?s Maduro ในเวเนซุเอลาเมื่อต้นเดือนมกราคม และทรัมป์ยังได้ส่งสัญญาณข่มขู่จะใช้กำลังทหารในโคลอมเบียหาก Petro ไม่จัดการขบวนการยาเสพติดให้เด็ดขาด
นี่ทำให้การเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2026 ไม่ใช่แค่การเลือกผู้นำ แต่เป็นประชามติเรื่อง “อธิปไตยและความปลอดภัย” ว่าโคลอมเบียจะรับมือกับแรงกดดันจากวอชิงตันอย่างไร ท่ามกลางรัฐที่ยังไม่สามารถผาสุกจากการใช้กำลังของกลุ่มติดอาวุธในประเทศได้เต็มที่
2) สวีเดน : ประชาธิปไตยสถาบันเข้มแข็งกับการเมืองของความกลัว
ผู้เล่นหลักในสนามการเมือง
– Ulf Kristersson (นายกรัฐมนตรี, พรรค Moderate) : ผู้นำรัฐบาลผสมฝ่ายขวาที่ต้องประคองตัวท่ามกลางวิกฤตความปลอดภัย
– Magdalena Andersson (พรรค Social Democrats) : อดีตนายกฯ ที่พยายามดึงคะแนนเสียงคืนด้วยการขยับจุดยืนมาเน้นความมั่นคงมากขึ้น
– Jimmie ?kesson (ผู้นำพรรค Sweden Democrats) : กลุ่มขวาประชานิยมที่เป็นตัวแปรสำคัญและโตขึ้นเรื่อยๆ จากประเด็นการต่อต้านผู้อพยพ
สถานการณ์สำคัญ (Update 2026)
โจทย์ที่สวีเดนเผชิญในปี 2026 เข้มข้นขึ้นในมิติ “สงครามลูกผสม” (Hybrid Warfare) สวีเดนที่เพิ่งเข้าสู่ NATO อย่างเต็มรูปแบบกำลังเผชิญกับการแทรกแซงไซเบอร์จากรัสเซียอย่างหนัก และอาชญากรรมแก๊งที่ยังแก้ไม่ตกถูกโยงเข้ากับความมั่นคงแห่งชาติ
พรรคฝ่ายขวาใช้ประเด็นนี้สร้าง “การหลอมรวมของความกลัว” บีบให้พรรคกลางและซ้ายต้องตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยทางกายภาพ มากกว่าการแข่งขันเรื่องรัฐสวัสดิการที่เป็นจุดแข็งเดิมของโมเดลนอร์ดิก
3) อิสราเอล : เมื่อสงครามและวิกฤตความรับผิดรับชอบมาบรรจบ
ผู้เล่นหลัก
– Benjamin Netanyahu (ผู้นำ Likud) : นายกรัฐมนตรีที่ยืนยันจะลงสมัครอีกครั้งในปี 2026 แม้จะมีคดีความและแรงต้านมหาศาล
– Yair Lapid (Yesh Atid) & Benny Gantz (National Unity) : แกนนำฝ่ายค้านที่พยายามรวบรวมเสียงเพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม
– Itamar Ben-Gvir & Bezalel Smotrich : กลุ่มขวาจัดที่ถือแต้มต่อสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลผสม
สถานการณ์สำคัญ (Update 2026)
อิสราเอลเพิ่งเข้าสู่สภาวะ “วิกฤตงบประมาณ” ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2026 เมื่อพรรค Shas (กลุ่มศาสนา) ขู่จะคว่ำร่างงบประมาณปี 2026 หากไม่มีการผ่านกฎหมายยกเว้นการเกณฑ์ทหารให้กลุ่ม Haredi (กลุ่มเคร่งศาสนา) ซึ่งอาจนำไปสู่การเลือกตั้งก่อนกำหนด (Snap Election)
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นการทดสอบว่า “ความรับผิดรับชอบ” (Accountability) จะยังทำงานได้หรือไม่ ในวันที่ผู้นำถูกบีบจากทั้งสงครามภายนอกและการแบ่งแยกหน้าที่พลเมืองภายในประเทศ
สามประเทศ- สามโจทย์
ของระบอบการปกครองร่วมสมัย
เมื่ออ่านกรณีทั้งสามร่วมกัน เราจะเห็นว่าปัญหาหลักของประชาธิปไตยในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่การจัดการเลือกตั้งตามวาระ แต่เป็นการรักษา “ความหมายของการเลือกตั้ง” ท่ามกลางแรงกดดันใหม่
– ในโคลอมเบีย คะแนนเสียงถูกทดสอบโดย “อธิปไตยและความปลอดภัยทางกายภาพ”
– ในสวีเดน คะแนนเสียงถูกทดสอบโดย “ความกลัวเชิงโครงสร้างและข้อมูลข่าวสาร”
– ในอิสราเอล คะแนนเสียงถูกทดสอบโดย “ความรับผิดรับชอบและความเท่าเทียมภายใต้สงคราม”
ทั้งสามสนามนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า รัฐยังแปลงเสียงของประชาชนเป็นความชอบธรรมในการปกครองได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนเร็วและเปราะบางเหลือเกิน
