bg-single

รัฐบาลควรทำอะไรหลังหยุดยิง?

10.04.2026

บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

ในที่สุดสหรัฐกับอิหร่านก็ยอมหยุดยิง 2 สัปดาห์หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ทิ้งระเบิดเกาะคาร์กพร้อมคำประกาศว่า “อารยธรรมอิหร่านจะพินาศแบบไม่มีวันกลับมา”

อนาคตของโลกจึงอยู่บนทาง 3 แพร่งว่าอิหร่านจะทำสงครามกับสหรัฐอีกหรือไม่

สหรัฐโจมตีอิหร่านต่อหรือเปล่า

หรือสงครามจะสิ้นสุดลงจริงๆ

ถ้าอิหร่านรบต่อ การโจมตีของอิหร่านต่อประเทศตะวันออกกลางก็จะลุกลามต่อไป ถ้าสหรัฐโจมตีอิหร่านต่อ ผลกระทบของสงครามต่อภูมิภาคก็ยังไม่สิ้นสุด

ส่วนสงครามจะยุติอย่างเด็ดขาดก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (หรือทั้งสองฝ่าย) มาถึงจุดที่ไม่สามารถยอมรับความเสียหายได้อีกต่อไป

ไม่มีใครรู้ว่าข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์จะนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงถาวรหรือไม่

อิสราเอลฉีก 1 ใน 10 ข้อตกลงเรื่องหยุดยิงทุกแนวรบไปแล้ว เพราะ “เบนจามิน เนทันยาฮู” ประกาศโจมตีเลบานอนตอนใต้ต่อทันทีที่สหรัฐกับอิหร่านประกาศหยุดยิง ทั้งที่การหยุดยิงในเลบานอนเป็น 1 ในข้อตกลงอย่างชัดเจน

หากสงครามไม่จบ นักวิเคราะห์ด้านพลังงานประเมินว่าฉากทัศน์เลวร้ายที่สุดคือราคาน้ำมันดิบโลกมีโอกาสพุ่งไป 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ผลก็คือราคาน้ำมันดีเซลในไทยอาจทะลุไป 60 บาทต่อลิตร ยังไม่รวมผลกระทบด้านอื่นๆ ซึ่งทำให้สถานการณ์โลกและประเทศไทยที่แย่อยู่แล้วแย่ลงกว่าเดิม

ทันทีที่มีการประกาศหยุดยิงชั่วคราว ราคาน้ำมันดิบก็ลดลงวันเดียว 15% ร่วงมาที่ 95.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ก็ยังสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับราคาก่อนสงคราม หลังจากนี้ต้องดูต่อไปว่าการเปิดช่องแคบจะทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงขนาดไหนเมื่อคำนึงถึงโครงสร้างการผลิตพลังงานที่ถูกทำลายลงไป

พูดตรงๆ ปัญหาของประเทศไทยเวลานี้ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจไทยจะฟื้นหรือไม่ เพราะเศรษฐกิจไทยยังไม่มีทางฟื้นแน่ๆ แต่เป็นเรื่องว่าเศรษฐกิจจะแย่ไปอีกนานแค่ไหน, เศรษฐกิจจะแย่แบบไหน และเศรษฐกิจจะแย่ขนาดไหน ซึ่งทั้งสามเรื่องนี้รัฐบาลยังไม่เคยพูดและไม่เคยให้คำตอบกับประชาชน

เอาง่ายๆ วันแรกที่หยุดยิงจนราคาน้ำมันโลกลดลง 15% ยังไม่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยลดลงเลย

เมื่อเทียบกับนายกฯ ออสเตรเลียหรือสิงคโปร์ที่ฉาย “ฉากทัศน์” ประเทศเพื่อบอกยุทธศาสตร์สู่อนาคต รัฐบาลไทยทำได้แค่บอกคนไทยให้ปรับตัวโดย Work from Home ซึ่งแสดงวิสัยทัศน์แค่ทุกคนควรประหยัดในเวลาที่ทุกคนประหยัดอยู่แล้ว

แต่ไม่บอกเรื่อง “ฉากทัศน์” หรือวิสัยทัศน์ของรัฐบาลเลย

What Is To Be Done? คือสิ่งที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ควรพูดแต่คนไทยยังไม่ได้ยินจากคุณอนุทิน

อะไรคือโจทย์ของประเทศที่รัฐบาลถือว่าเป็น Prior Mandatory หรือ “ของที่ต้องทำ” คือสิ่งที่รัฐบาลยังไม่รู้และคนไทยก็ยังไม่เคยได้ยินจากรัฐมนตรีลูกเทพหรือรัฐมนตรีมืออาชีพแม้แต่คนเดียว

ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งขึ้น 75% จาก 29 บาทเป็น 51 บาทในเวลาแค่ 12 วัน เท่ากับประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันตั้งแต่ 26 มีนาคม เพิ่มขึ้น 75% คนไทยจึงถูกบีบจาก “ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ” (Economic Compulsion) ให้ต้องปรับตัวก่อนที่คุณอนุทินจะบอกให้ประหยัด ไม้ตีพริกจึงพูดได้เหมือนรัฐบาล

ประเทศไทยหลังสงครามอิหร่านเจอปัญหาน้ำมันขาดและน้ำมันแพง คนไทยจึงด่ารัฐบาลเยอะที่สุดเรื่องน้ำมัน

แต่รัฐบาลยังไม่สามารถเอาผิด “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมัน ซ้ำยังไม่ลดภาษีหรือค่ากลั่นจนปล่อยโรงกลั่นฟันกำไรจากน้ำมันที่สูงขึ้นไม่หยุด ส่วนโจทย์อื่นรัฐบาลแทบไม่ตอบเลย

สงครามทำให้โลกน้ำมันขาดแคลน แต่ไทยเป็นไม่กี่ประเทศที่ “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมันทั้งที่น้ำมันในสต๊อกไม่ขาด ปล่อยโรงกลั่นฟันกำไรช่วงสงคราม และเงินเยียวยาแม้แต่บาทเดียวยังไม่ออก

คำพูดว่าให้ประชาชนประหยัดหรือ Work from Home จึงเป็นแค่การโยนความผิดไปที่ประชาชนเท่านั้นเอง

รัฐบาลสอบตกเรื่องน้ำมันเมื่อเทียบกับประเทศที่ไม่มีการกักตุนหรือโรงกลั่นฟันกำไร

การสอบตกทำให้รัฐบาลสาละวนสอบซ่อมเรื่องนี้จนลืมว่าสงครามสร้างปัญหาอื่นอีกมาก โดยเฉพาะปัญหาการพังทลายของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการผลิตจนอาจต้องลดการผลิตลง

ใครๆ ก็รู้ว่าสงครามอิหร่านกระทบการผลิตปุ๋ย, เม็ดพลาสติก, ก๊าซ และพลังงานจนต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้นทันที คนในสังคมจึง “จนลงโดยเปรียบเทียบ” จากการพุ่งพรวดของต้นทุนในเวลาที่รายได้ทุกคนเท่าเดิม และจนลงยิ่งขึ้นเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวจนเงินหายากกว่าปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้คือต้นตอของปัญหา “ข้าวยากหมากแพง” ซึ่งเงินจำนวนเท่าเดิมกลับมี “อำนาจซื้อ” ลดลง และเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัจจัยสงครามก็จะยิ่งชะลอตัวขึ้นเพราะปัจจัยภายในประเทศไทยเอง

การพังทลายของห่วงโซ่อุปทานสร้างปัญหาไม่น้อยกว่าความจนยุคเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะคนมีเงินไม่เดือดร้อนเท่าคนจน ใครมีเงินก็ยังพอซื้ออะไรได้เสมอ

แต่ห่วงโซ่อุปทานที่พังทลายหมายถึงการไม่มีวัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคจนถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้เลย

อนึ่ง คำว่าไม่มีวัตถุดิบสำหรับการผลิตในที่นี้หมายถึงการไม่มีวัตถุดิบจริงๆ รวมทั้งการไม่มีวัตถุดิบขายในท้องตลาดเพราะเจ้าของ “ไม่ปล่อยของ” ทั้งเพื่อเก็งกำไร หรือเพื่อแก้ปัญหาความไม่คุ้มทุนจนเกิดภาวะ “ของขาดเทียม” (Artificial Shortage)

ซึ่งผลในที่สุดก็คือไม่มีสินค้าในตลาดอยู่ดี

ตัวอย่างง่ายๆ การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ไทยมีปุ๋ยใช้ถึงแค่เดือนเมษายน การขาดปุ๋ยทำให้พืชผลเกษตรขาดสารอาหารจนผลผลิตตกต่ำ ด้อยคุณภาพ ปลูกไปก็ได้กำไรไม่คุ้ม ถึงเกษตรกรมีเงินก็อาจไม่มีปุ๋ยให้ซื้อ เช่นเดียวกับการขาดแคลนเม็ดพลาสติกที่ทำให้ไม่มีวัตถุดิบผลิตบรรจุภัณฑ์

ถ้าเกษตรกรคิดว่าปุ๋ยแพงหรือไม่มีปุ๋ยจนไม่ปลูกอะไรเพราะกลัวไม่คุ้มทุน ผลผลิตเกษตรที่ลดลงจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรในประเทศสูงขึ้นจนผู้บริโภคซื้อไม่ได้ การนำเข้าสินค้าเกษตรจากภายนอกเพื่อชดเชยการบริโภคในประเทศอาจเพิ่มขึ้น และทั้งหมดจะยิ่งทำให้เกษตรกรไทยพังยับเยิน

สงครามอิหร่านทำให้โครงสร้างการผลิตอาหารของโลกมีแค่ 2 ทางเลือก

ทางเลือกที่น่ากลัวที่สุดคือผลผลิตเกษตรตกต่ำในฤดูกาลเพาะปลูกรอบหน้าจนคนไม่มีจะกิน

ส่วนทางเลือกซึ่งดีขึ้นอีกนิดคือต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้นกลายเป็นราคาอาหารที่แพงขึ้นในปีถัดไป แต่ก็ยังมีให้กินถ้ามีเงิน

ร้านก๋วเตี๋ยวคั่วไก่ดังแถวราชวัตรเล่าให้ผมฟังว่า กล่องใส่อาหารขยับจากลังละ 450 บาท เป็น 600-700 บาท แต่โรงงานก็ไม่การันตีว่ามีของหรือไม่ ถึงมีก็แพงจนร้านกำไรลดลง ร้านจะขึ้นราคาขายก็ไม่ได้ เพราะผู้บริโภคก็ไม่มีเงินอีก

ปัญหาจึงมีอยู่ว่าธุรกิจขนาดเล็กและกลางจะทนเจอปัญหาแบบนี้ไปได้อีกแค่ไหนกัน?

ข้อดีของการหยุดยิง 14 วันคือเป็นโอกาสทองที่ทุกประเทศจะเร่งขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ปิดตั้งแต่ 4 มีนาคม ปัญหาห่วงโซ่อุปทานพังทลายยังไม่ลุกลามจนไทยเสียหายขั้นเลวร้ายที่สุด เพราะผลกระทบอยู่ในระดับ Artificial Shortage หรือ “ขาดของเทียม” ยกเว้นการหยุดยิงจะเป็นโมฆะขึ้นมา

รัฐบาลควรทำอะไรเพื่อแก้ปัญหานี้บ้าง?

คำตอบง่ายๆ คือเราจำเป็นต้องมีคลังสำรองสินค้าที่จำเป็นอย่างปุ๋ย ยา อาหาร และน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลไทยไม่มี

ทางแก้จึงได้แก่ การบังคับให้เอกชนสต๊อกสินค้าเหล่านี้อย่างต่ำระดับ 4-5 เดือน เหมือนกับที่สั่งโรงกลั่นสต๊อกน้ำมัน 10% ซึ่งตอนนี้ตัวเลขนี้ไม่พอ

การปฏิรูปพลังงานเพื่อลดการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิล รวมทั้งน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซียเป็นอีกเรื่องที่รัฐบาลต้องทำด้วยเช่นกัน

แต่ก็เหมือนเรื่องระยะยาวอื่นๆ ที่ไม่เคยได้ยินจากรัฐบาลไทยทุกชุดแม้แต่นิดเดียว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์