บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
รัฐมนตรีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่าสงกรานต์ปีนี้ไม่มีรถคันไหนไปปั๊มแล้วไม่มีน้ำมันเติม
พูดง่ายๆ คือรัฐบาลต้องการคุยว่าการบริหารน้ำมันปีนี้ยอดเยี่ยมจนปัญหาน้ำมันขาดแคลนหมดไปแล้ว
แต่เรื่องที่รัฐบาลพูดไม่ครบคือปั๊มมีน้ำมันแปลว่ามีคนไปเติมน้ำมันน้อยจนน้ำมันเหลือเต็มปั๊มก็ได้เช่นกัน
พิธีกรอีกคนโพสต์ช่วงสงกรานต์ว่าปีนี้ถนนในกรุงเทพฯ ไม่โล่งอย่างทุกปี แปลความก็คือปีนี้คนกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดน้อยจนถนนใน กทม.แน่นกว่าปกติ เหตุผลหลักคือน้ำมันแพงจนคนไม่ไปไหนอีก เช่นเดียวกับความกลัวว่าไปแล้วไม่มีน้ำมันเติมก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้คนตัดสินใจไม่ไปไหนกัน
ทั้งสองเรื่องนี้เป็นอาการของความไม่เชื่อมั่นแน่ๆ ทั้งความไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล และความไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
พูดง่ายๆ คือพึ่งไม่ได้ทั้งรัฐบาลทั้งเศรษฐกิจโลก ทางออกที่เหลือจึงได้แก่การเปลี่ยนพฤติกรรมเศรษฐกิจของตัวเอง หรือไม่ก็รอรวยทางลัดโดยไปรอคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ แจกเงิน
ความไม่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจโลกมีสาเหตุจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล
แต่สงครามคราวนี้แย่กว่าสงครามอิรักหรืออ่าวเปอร์เซีย เพราะคู่สงครามคือทรัมป์ และทรัมป์คือทรราชของโลกที่อารมณ์แปรปรวนขั้นเปรียบเทียบตัวเองเป็นพระเยซูจนโลกคาดเดาทิศทางไม่ได้เลย
Anne Applebaum แห่ง The Atlantic พูดถึงทรัมป์ว่าทรัมป์คือตาแก่ที่อยู่ดีๆ ได้เป็นผู้นำโลกโดยไม่มียุทธศาสตร์อะไรในหัว
ทรัมป์ต่างจากผู้นำสหรัฐในอดีตที่ทำสงครามด้วยเหตุผลแบบจักรวรรดินิยม, ภูมิรัฐศาสตร์, ต้านคอมมูนิสม์, สร้างระเบียบโลก ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีในหัวทรัมป์อย่างแน่นอน
Anne บอกในเรื่องซึ่งผมเห็นด้วยว่าทรัมป์คือผู้นำประเภทที่อยากทำอะไรก็ทำ พอเบื่อก็เลิก ไม่ถูกใจก็หยุด
ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐและผู้นำโลกที่ทำอะไรตาม “แรงกระตุ้น” แต่ละวัน โดยไม่มีอุดมการณ์ วิธีคิด หรือนโยบายที่เป็นแก่นสาร มีแต่การทำทุกสิ่งตามใจอยากโดยไม่มีตรรกะอะไร
ทรัมป์คือทรราชในความหมายของการทำอะไรตามใจตัวเองโดยไม่สนผลกระทบเลย
เราเห็นทรัมป์ทำสงครามอิหร่านด้วยเหตุผลบ้าๆ เยอะไปหมด เดี๋ยวก็ประกาศรบชนะ เดี๋ยวก็รบอีก ยิงอิหร่านแล้วประณามนาโตที่ไม่ร่วมรบด้วย โจมตีอิหร่านที่ปิดช่องแคบแต่ตัวเองเอาเรือรบปิดช่องแคบเอง ฯลฯ
ทรัมป์ทำสงครามอิหร่านจนสร้างสภาวะ Escalation Trap หรือ “กับดักของการยกระดับ” ซึ่งตัวเองและอิหร่านตอบโต้ไปมาโดยยกระดับการเผชิญหน้าขึ้นเรื่อยๆ
ผลคือยิ่งรบสถานการณ์ยิ่งบานปลายไปสู่การยกระดับสงครามและการใช้อาวุธที่หวุดวิดจะเกิดหายนะซึ่งพังกันหมดที่ไม่มีใครต้องการ
อย่างที่รู้กันว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สหรัฐส่งทหารไปรบนอกประเทศตัวเอง แต่เมื่อเทียบกับสงครามในอิรัก คูเวต และซีเรีย สงครามอิหร่านเป็นครั้งแรกที่สหรัฐพูดเรื่องความเป็นไปได้ในการใช้นิวเคลียร์ ผู้นำสหรัฐส่งสัญญาณแบบนี้ และฝ่ายตรงข้ามพร้อมตอบโต้สหรัฐกลับด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกล
ตามที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุ ทรัมป์และอิสราเอลยิงขีปนาวุธโจมตีพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้านิว เคลียร์บูเชห์ของอิหร่านไปแล้ว 4 ครั้งตั้งแต่สงครามเริ่มวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ต่อให้องค์การปรมาณูระหว่างประเทศจะเตือนว่าเสี่ยงต่อกัมมันภาพรังสีกระจายไปทั่วตะวันออกกลางก็ตาม
สังคมไทยมักใช้คำว่า “ทรราช” โดยเชื่อมโยงกับ “ผู้นำเผด็จการ” เพราะคนกลุ่มแรกและกลุ่มเดียวที่ถูกเรียกว่า “ผู้นำทรราช” อย่างกว้างขวางคือ “ผู้นำเผด็จการทหาร” ซึ่งมีฉายาว่า “3 ทรราช” สมัย 14 ตุลาคม 2516 จากการฆ่าประชาชนจำนวนมาก ส่วนหลังจากนั้นยังแทบไม่มีใครถูกเรียกแบบนี้เลย
คำว่า “ทรราช” ถูกใช้อีกบ้างสมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร ปราบปรามประชาชนปี 2535 หรือม็อบเสื้อเหลืองไล่คุณทักษิณ ชินวัตร แต่ก็ไม่ได้ใช้กันอย่างกว้างขวางเท่า “3 ทรราช” หรือแม้แต่ตอนรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สลายการชุมนุมปี 2553 ก็ไม่ได้มีการใช้คำนั้นโจมตีรัฐบาลและคุณอภิสิทธิ์อย่างแพร่หลายเช่นเดียวกัน
นักวิชาการที่โดดเด่นที่สุดด้าน “ทรราชศึกษา” ในรอบสิบปีคือ Timothy Snyder เสนอว่าทรราชเป็นเรื่องการใช้อำนาจ ไม่ใช่เป็นเรื่องทหารหรือพลเรือน ทรราชทำให้คนยอมจำนนต่ออำนาจจนทำสิ่งที่ทรราชต้องการโดยทรราชไม่ต้องสั่ง พูดง่ายๆ คือคนเดาว่าทรราชต้องการอะไรจนทำเรื่องนั้นเอง
Snyder วิจารณ์ว่าทรัมป์คือ “ทรราช” ต่อให้มาจากการเลือกตั้ง เพราะทรัมป์ทำให้สังคมอเมริกาเป็นแบบที่ทรัมป์ต้องการไม่รู้จบ อารมณ์เหนือกฎหมาย ความคิดผู้นำเหนือเจตจำนงสังคม ฝ่ายตรงข้ามถูกโจมตีว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และทรัมป์สร้างเงื่อนไขพิเศษให้ตัวเองใช้อำนาจตามใจชอบตลอดเวลา
คำหนึ่งที่ Snyder ใช้วิจารณ์ว่าทรัมป์เป็นทรราชคือ “Sado-Populism” หรือ “ประชานิยมซาดิสม์” ที่รัฐไม่ได้สร้างความสุขให้ประชาชนผ่านระบอบการปกครองที่ทำให้เกิดชีวิตที่ดี แต่รัฐทำให้ความสุขของประชาชนมาจากการเห็นความเจ็บปวดของประเทศที่ “เป็นอื่น” หรือคนกลุ่มที่ “เป็นอื่น”
ทรัมป์ทำให้อเมริกาที่เคยพูดเรื่องการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) กลายเป็นประเทศที่สร้างรั้วกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก “ระเบียบโลกใหม่” ถูกแทนที่ด้วย “จักรวรรดิ” (Empire) ซึ่งบุกจับผู้นำเวเนซุเอลาหรือรบอิหร่าน และทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรรองรับนอกจากความฟินของทรัมป์และกองเชียร์
ทรัมป์เป็นฝ่ายขวาแน่ๆ แต่ทรัมป์ไปไกลจนเป็น “ทรราช” ที่เหาะเกินลงกาไปกว่าที่ฝ่ายขวาต้องการ คนอเมริกาอาจเกลียดอิหร่านหรือมุสลิมจนเชียร์สงครามอิหร่าน แต่การที่ทรัมป์โพสต์ภาพเทียบตัวเองกับพระเยซูนั้น “เกินไป” จนฝ่ายขวาที่เคร่งศาสนาก็รับไม่ได้ เช่นเดียวกับการโจมตีสันตะปาปา
คำที่ฝ่ายขวาสหรัฐโจมตีทรัมป์ตอนนี้คือ Blasphemy หรือ “ลบหลู่พระเจ้า” คาทอลิกซึ่งโหวตทรัมป์ยังโจมตีว่า “God Shall Not Be Mocked” หรือ “พระเจ้าไม่ได้มีไว้ล้อเลียน” แม้แต่ฝั่งโปรเตสแตนต์ก็ไม่เห็นด้วยที่ทรัมป์บอกว่าพระสันตะปาปาพระองค์นี้ได้ตำแหน่งเพราะทรัมป์เป็นประธานาธิบดี
ทั้งหมดนี้คือความเป็นทรราชที่ไปไกลกว่าเรื่องขวาหรือซ้าย ประชาธิปไตยหรือต้านประชาธิปไตย เพราะในที่สุดความเป็นทรราชของทรัมป์คือการตั้งตัวเป็น “จักรพรรดิ” ของ “จักรวรรดิ” ที่ทำทุกอย่างตามใจตัวทรัมป์เองคนเดียว
ความไม่เชื่อมั่นรัฐบาลไทยมาจากความรู้สึกว่าพรรคแกนนำรัฐบาลไม่เก่ง และคนไทยคุมรัฐบาลไม่ได้เลย ความไม่เก่งของพรรคแกนนำเห็นได้จากการที่รัฐบาลต้องดึง “คนนอก” มาเป็น “คนใน” เพื่อกลบเกลื่อน “รัฐมนตรีลูกบังเกิดเกล้า” ที่ยังไม่มีความน่าเชื่อถือแม้แต่คนเดียว
“รัฐบาลไม่เก่ง” ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในวันที่ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล แต่ขณะที่ “รัฐบาลไม่เก่ง” ชุดอื่นอ่อนแอจนต้องฟังประชาชน ภูมิใจไทยกลับถูกมองว่า “แบ็กดี” ขั้นทำอะไรไม่ผิดจนเป็นรัฐบาลได้ตลอด ไม่ว่าจะโดยการแสดงออกของผู้มีอำนาจ, คุม ส.ว., หรือความสนิทกับกองทัพและนายทุน
ความเชื่อที่แพร่หลายในคนไทยจำนวนมากคือรัฐบาลชุดนี้จะอยู่ครบ 4 ปีเพราะ “แบ็กดี”
แต่วิธีคิดนี้อันตรายเพราะคนมองว่าถึงรัฐบาลไม่ทำอะไรก็ “แบ็กดี” จนมีอำนาจได้ตลอดชาติ
และในที่สุดการไม่ทำอะไรจะทำให้คนไม่พอใจทั้งรัฐบาลและคนที่สังคมเชื่อว่าเป็นแบ็กให้รัฐบาล
ครึ่งแรกของสงกรานต์ผ่านไปโดยยังไม่มีใครประเทศได้เงินเยียวยาจากรัฐบาล และแม้แต่แผนการเยียวยาคนกลุ่มไหนชัดๆ รัฐบาลก็ทำไม่สำเร็จ
นั่นแปลว่าคนไทยอยู่ในโลกที่ผันผวนเพราะทรัปม์มาครบ 2 เดือนโดยที่รัฐบาลยังแทบไม่ได้ทำอะไรให้ประชาชนเลย นอกจากคำพูดด้วยน้ำลาย
หลังสงกรานต์จะเป็นช่วงเวลาเผาจริงที่ไม่รัฐบาลเจ๊งก็คนไทยพัง
