bg-single

ดีลลับก่อนปุบปับเปลี่ยนรัฐบาล?

07.08.2026

บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

อยู่ดีๆ นักการทูตจากประเทศหนึ่งก็ส่งข่าว “ดีลลับโมนาโก” หาผมด้วยความตกใจ

ผมอ่านแล้วก็ส่งข้อความตอบว่า “แหล่งข่าว” ซึ่งเชื่อถือได้ระดับ A+ บอกผมว่าไม่มีมูล

แต่คำตอบจากนักการทูตรายนั้นคือการเมืองไทยอะไรก็เป็นไปได้ และพอคิดให้รอบคอบขึ้น เรื่องนี้อาจมีมูลที่เป็นไปได้จริงๆ

แน่นอนว่าคุณแพทองธาร ชินวัตร กับคุณธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องยืนยันว่า “ดีลลับโมนาโก” ไม่มีมูล เพราะถ้ายอมรับก็แปลว่าเพื่อไทยต้องหลุดรัฐบาล ไม่อย่างนั้นคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยุบสภาโดยเห็นภาพว่า “เพื่อไทย” คือพรรคที่ลำบากที่สุด ทั้งคู่จึงต้องทำให้คนเชื่อว่าคุณทักษิณ ชินวัตร และ “ผู้กอง” ไม่มีดีลอะไรเลย

ผมเชื่อแบบอริสโตเติลใน Politics เล่ม 4 ราว 2,300 ปีที่แล้วว่านักการเมืองคือ “False Friends” หรือเพื่อนขี้โกหกที่อย่าเชื่อโดยดุษณี

เหตุผลง่ายๆ คือนักการเมืองบอกประชาชนแค่เรื่องที่ตัวเองได้ประ โยชน์ หรือไม่ก็บอกเรื่องที่ประชาชนอยากได้ยินเพื่อให้นักการเมืองได้ความนิยมสูงขึ้นเท่านั้นเอง

สรุปง่ายๆ คนมีตำแหน่งการเมืองส่วนใหญ่สามารถพูดเรื่องโง่ๆ เรื่องชั่วๆ เรื่องโกหก เรื่องครึ่งจริงครึ่งหลอก เรื่องบิดเบือนประเด็น เรื่องปลุกระดม เรื่องปั่นกระแส เรื่องแบก เรื่องใส่ร้าย ฯลฯ ยกเว้นนักการเมืองเกรดรัฐบุรุษซึ่งยอมพลีชีพเพื่อพูดความจริงกับประชาชน ถึงประชาชนจะไม่อยากฟัง

ไปลองคิดกันเองว่านักการเมืองซึ่งพูดเรื่อง “ดีลลับโมนาโก” เป็น “False Friends” หรือเป็นรัฐบุรุษในสังคมไทย

หัวใจของข่าว “ดีลลับโมนาโก” คือความเชื่อว่ามีการเจรจาระหว่างคุณทักษิณและ “ผู้กอง”

ส่วนในโลกที่ทุกคนมีโทรศัพท์ในมือ การเจรจาจะเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ เจอตัวเป็นๆ ก็ได้ จะคุยทางไลน์ หรือ Signal หรือ Whatsapp หรือเบอร์ลับที่ไม่กี่คนรู้ก็ได้ ขออย่างเดียวคืออย่าไปคุยให้คนจับได้ก็พอ

ประเด็นของ “ดีลลับ” คือคุณธรรมนัสคือนักการเมืองไม่กี่คนที่คุณทักษิณไม่แตะ ส่วนกล้าธรรมคือพรรคที่เพื่อไทยไม่แตะเลย แม้แต่สมัยเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านพร้อมพรรคอนาคตใหม่ปี 2562 ก็มีแต่ ส.ส.ธีรัจชัย พันธุมาศ กับพรรคอนาคตใหม่ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็น “มันคือแป้ง” ส่วนเพื่อไทยไม่พูดอะไร

ยิ่งกว่านั้น คุณธรรมนัสคือนักการเมืองคนเดียวซึ่งขึ้นเรือยอชต์กับคุณทักษิณไปเกาะหลีเป๊ะ และนั่งห้างหรูพร้อม “เบน สมิธ” ความสัมพันธ์ของสองคนนี้จึงทั้งลึก ทั้งปึ้ก ระดับสำนวนไทยว่า “มองตาก็รู้ใจ” ยังตื้นเขินเกินไป

คุณอนุทินทำถูกที่ถ่ายรูปกอดคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แน่นแล้วบอกว่า “น้ำเงิน-แดง” ความสัมพันธ์ยังดี ส่วนคุณจุลพันธ์ทำถูกแล้วที่ปล่อยให้คุณอนุทินกอดแล้วตอบว่าความสัมพันธ์ยังแน่น

แต่คำถามซึ่งไม่มีใครพูดคือความสัมพันธ์ของ “แดง-เขียว” ภายใต้อิทธิพลของคุณทักษิณและ “ผู้กอง” จะเป็นอย่างไร?

ในประเทศที่เพื่อไทยฉีก MOUไปตั้งรัฐบาลข้ามขั้วในการเลือกตั้งปี 2566, ภูมิใจไทยฉีก MOA โดยรักษาอำนาจ ส.ว.ในการโหวตแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 และในโลกที่เพื่อไทยปราศรัยโจมตีอนุทินว่า “หนูฟังหนิม” ก่อนไปกราบ “หนู” ถึงเอววันร่วมรัฐบาล ใครเชื่อคำพูดนักการเมืองจนหมดใจก็บ้าเต็มที

พูดตรงๆ หนึ่งในตัวแปรที่ทำให้แดงยังไม่ไป “ข้ามขั้ว” กับเขียวคือคดี 112 ของคุณทักษิณและคดีจำนำข้าวที่ศาลตัดสินตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2568 ให้คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จ่ายค่าเสียหายวงเงิน 10,028 ล้านบาท โดยผู้มีหน้าที่ออกคำสั่งเก็บเงินคือคุณอนุทินในฐานะนายกฯ และคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะรัฐมนตรีคลัง

แน่นอนว่า “แพทองธาร” คือนายกฯ ที่ต้องทำตามคำสั่งศาล แต่ไม่มีวันที่ “หลานอิ๊ง” จะทำแบบนี้กับ “อาปู” และคุณพิชัย ชุณหวชิร ที่เป็นรัฐมนตรีคลังก็ไม่มีทางทำด้วย สองคนนี้ผิดจนแปลกที่ไม่มีคนร้อง 157 แต่ปัญหาคืออะไรทำให้คุณอนุทินและคุณเอกนิติไม่เก็บค่าเสียหายคุณยิ่งลักษณ์ตามคำสั่งศาลเลย

คำถามทางการเมืองคือถ้าแดงข้ามขั้วจะเกิดอะไรกับคดีเหล่านี้ในทันที?

บุคคลสำคัญในทำเนียบรัฐบาลเคยคุยกับผมตั้งแต่ช่วงแรกที่ตั้งรัฐบาลว่า “ไม่กลัว” ถ้าเพื่อไทยถอนตัวจากรัฐบาล เพราะหากถอนก็ยุบสภา และถามผมกลับว่า “อาจารย์คิดว่าถ้ายุบสภาแล้วพรรคไหนลำบากที่สุด” และนี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ถ่วงน้ำหนักไม่ให้แดงหักน้ำเงินในเวลานี้ด้วยเช่นกัน

“แดง” กับ “เขียว” จะสร้างกระเพื่อมทางการเมืองได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับ “แดง” จะกล้าออกจากการกินน้ำใต้ศอกของพรรคน้ำเงินหรือไม่ กล้าเสี่ยงกับคดีและการยุบสภาแค่ไหน และที่สำคัญที่สุดคือ “แดง” กับ “เขียว” มี ส.ส.รวมกันแค่ 120 ซึ่งแปลว่าต้องมี “ส้ม” กับ “ฟ้า” จึงได้เสียงพอตั้งรัฐบาล

“คณิตศาสตร์การเมือง” แบบนี้ไกลจากความเป็นไปได้ปัจจุบัน “ฟ้า” มี ส.ส. 21 จนไม่ใช่ตัวแปรหลักในสมการ

ส่วน “ส้ม” มี ส.ส.120 จนใหญ่พอจะทำให้สมการนี้เกิดได้ แต่ส้มไม่มีทางทำแบบนี้ และคำพูดคุณศิริกัญญา ตันสกุล ก็แค่ให้ “แดง” และ “เขียว” มีความหวังจนรัฐบาลเกิดรอยร้าวเท่านั้นเอง

อ้อมกอดของคุณอนุทินต่อคุณจุลพันธ์คือการส่งสัญญาณว่าภูมิใจไทยยังไม่พร้อมยุบสภา คุณอนุทินจึงประกาศพิสูจน์ผลงานอีก 3 ปีโดยยังไม่ปรับคณะรัฐมนตรี นั่นเท่ากับการยืนยันว่าจะเป็นนายกฯ จนครบ 4 ปี

ส่วนคณะรัฐมนตรีทุกคนก็ดีไปหมดจนเสียงตำหนิว่ารัฐบาลห่วยไม่มีผลต่อคุณอนุทินเลย

สรุปง่ายๆ ข้อหาโกง, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ทำงานไม่เป็น, ไม่มีผลงาน, รัฐบาลตามก้นข้าราชการ, ลูกเทพ, รัฐมนตรีลูกเจี๊ยบ ฯลฯ เป็นเรื่องที่คุณอนุทินไม่เชื่อ และไม่ทำให้คุณอนุทินเปลี่ยนรัฐมนตรีเป็นคนหน้าใหม่แม้แต่คนเดียว

ในที่สุดคนที่ต้องจ่ายราคาของการไม่ปรับคณะรัฐมนตรีเลยคือตัวคุณอนุทินเอง

จริงอยู่ว่าเวลา 1 ปีเร็วเกินไปที่จะสรุปว่ารัฐบาลห่วยหรือรัฐบาลดี แต่ 1 ปีเป็นเวลาที่มากพอจะบอกว่ารัฐบาลมีผลงานหรือไม่ รัฐบาลทำอะไรเสร็จแค่ไหน อะไรที่รัฐบาลต้องเดินหน้าทำให้เสร็จ และอะไรคือ “ผลงาน” ที่รัฐบาลจะขอเวลาพิสูจน์ตัวเองอีก 3 ปี?

รัฐบาลมีผลงานหรือไม่คือเรื่องที่คนไทยกับรัฐบาลคิดไม่เคยตรงกัน รัฐบาลทุกชุดเชื่อว่าตัวเองมีผลงาน และนายกฯ แทบทุกคนก็ชอบด่าโพลล์ที่บอกว่ารัฐบาลไม่มีผลงานด้วย

ส่วนประชาชนมีทั้งเชื่อว่ารัฐบาลมีผลงานและไม่มี แต่ที่แน่ๆ ไม่มียุคไหนที่ประชาชนพอใจทุกอย่างของรัฐบาล

“ผลงาน” ต่างจาก “ชั่วโมงทำงาน” เพราะไม่มีนายกฯ หรือรัฐมนตรีคนไหนพูดว่าตัวเองไม่ทำงาน ต่อให้งานที่ทำจะแค่กล่าวเปิดงานหรือประธานอีเวนต์

แต่ “ผลงาน” คือสิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศและประชาชนได้จริงๆ ซึ่งทุกวันนี้รัฐบาลนี้ยังไม่มีเลย

ตัวอย่างง่ายๆ การแก้ปัญหาปากท้องคือมาตรการหลักของทุกรัฐบาลที่ต้องการ De-Politicization ให้ประชาชนไม่สน “โครงสร้าง” หรือประชาธิปไตย

แต่วันนี้คำพูดคุณอนุทินว่า “รวยไม่ไหว” กลายเป็นเรื่องตลก และรัฐบาลฟื้นเศรษฐกิจไม่ได้จนอาจต้องกู้เงินแจกอีกรอบโดยไทยช่วยไทยพลัสภาค 2

ปัญหาของประเทศเวลานี้ไม่ใช่แดงกับเขียวจะหักน้ำเงินหรือไม่ และอย่างไร

แต่คือปัญหาที่รัฐบาลไม่มีปัญญาแก้วิกฤตใหญ่ของประเทศ และพรรคที่สลับกันเป็นรัฐบาลตลอด 10 ปีไม่เคยคิดเพื่อประ เทศมากกว่าคิดเรื่อง “ดีลลับ” หรือเรื่อง “ข้ามขั้ว” ซึ่งทำให้คนไทยไม่เคยได้อะไรจากทุกรัฐบาล

อีกไม่นานประชาชนจะวางบิลกับทุกพรรคที่ทำให้ประเทศล่มสลายในปัจจุบัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ไทยอย่าตามรอยกัมพูชา สู่วงจรอุบาทว์ปล่อยให้คนโกงอำนาจ ร่วมมืออาชญากร
รักยาว ให้บั่น ‘ขาสั้น’ นุ่งต่อ
อาเซียน กับสหรัฐอเมริกา
ผู้อพยพ ‘โมร็อกโก’ มุ่งสู่ ‘สเปน’ ยอมเสี่ยงเพื่อชีวิตที่ (อาจ) ดีกว่า
ดีลลับก่อนปุบปับเปลี่ยนรัฐบาล?
โค้งสุดท้ายคดีฮั้วเลือก ส.ว.ฝ่ายค้านลุยเปิดหลักฐานต่อเนื่อง กดดัน ‘กกต.’ หนักหน่วงให้ไปจบที่ ‘ศาล’
สะพัดดีลลับ แดง-เขียว-ส้ม เขย่ารัฐบาล อนุทิน หลังเผชิญปัญหารุมเร้ายิ่งตอบยิ่งบานปลาย
พรรคแมลงสาบไม่ใช่อาหรับสปริง
E-DUANG | เงาหลัง คำวินิจฉัย ฮั้วส.ว. เงาหลัง ภูมิใจไทย เพื่อไทย
วิกฤตประชาธิปไตย | ปราปต์ บุนปาน
รองปลัด มท. “สันติธร ยิ้มละมัย” ปาฐกถาพิเศษ 20 ปี กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น “บทเรียนและก้าวต่อไปสู่ทิศทางระบบสุขภาพชุมชนในทศวรรษที่ 3”
ถ้าสังคมมันเปลี่ยนยาก แล้วโจทย์ต่อไปคืออะไร? ถามก่อนจะปลง