bg-single

เรื่องเล่า “กษัตริย์นักกีฬา” โดยคุณปู่วงการกีฬา

02.11.2016

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” ทรงเป็นทั้งนักกีฬาและทรงอุปถัมภ์กีฬาของประเทศไทยและของโลกมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการทรงชนะเลิศเหรียญทองการแข่งขันเรือใบประเภทโอ.เค. ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อ พ.ศ.2510 ด้วยเรือที่พระองค์ทรงต่อขึ้นมาด้วยพระองค์เอง เป็นการแสดงถึงพระปรีชาสามารถและความสนพระทัยอย่างจริงจังกับวงการกีฬา

นอกจากเรือใบแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกีฬาอีกหลายประเภท แบดมินตัน ยิงปืน สเก๊ตน้ำแข็ง

มีหลายคนที่เคยถวายงานกีฬาและร่วมเล่นกีฬาด้วย

และยังคงจำได้ดีถึงพระราชจริยวัตรระหว่างทรงกีฬาและพระราชดำรัสต่างๆ เกี่ยวกับกีฬาที่น่าประทับใจ

img_0863

 

“ศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน” อดีตนักแบดมินตันแชมป์โลกและอดีตนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ เคยได้เข้าถวายงานและแข่งขันแบดมินตันกับในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างสม่ำเสมอในหลายสิบปีที่แล้ว

ศาสตราจารย์เจริญเล่าว่า หลังจากรู้ว่าจะต้องเข้าไปถวายงานรู้สึกตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เพราะตนเป็นเด็กจากต่างจังหวัดที่จะได้ถวายงาน พระองค์ท่านมีความสนใจและทรงรับสั่งถามเรื่องราวเกี่ยวกับแบดมินตันมากมาย

นอกจากนั้น ยังพระราชทานคำแนะนำต่างๆ ในการเล่นแบดมินตันจนสามารถก้าวขึ้นไปคว้าชัยชนะกับทีมที่ไม่เคยชนะได้

“ในหลวงทรงแบดมินตันได้ดีมาก โดยเฉพาะลูก 45 องศา เป็นลูกที่เร็วและแรง ตอนแข่งรายการโทมัสคัพ (แบดมินตันชิงแชมป์โลกประเภททีมชาย) ของทวีปเอเชีย ปี 2500-2501 ก่อนหน้านั้นไทยไม่เคยเอาชนะอินเดียได้เลย แต่ในรอบชิงชนะเลิศที่จะเจอกันอีกครั้ง ในหลวงเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง นักแบดไทยทุกคนวันนั้นไม่ว่าจะเหนื่อยขนาดไหนก็ต้องสู้ถวายหัวเพื่อคว้าแชมป์ต่อหน้าพระพักตร์ให้ได้ แล้วก็ทำได้สำเร็จ ผมเชื่อว่าพระบารมีของพระองค์ที่ทำให้ไทยชนะได้ในวันนั้น”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงอุปถัมภ์กีฬาแบดมินตันมาโดยตลอด จนไทยก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของโลกได้จนถึงทุกวันนี้

ศาสตราจารย์เจริญยังเล่าด้วยเสียงแห่งความสุขว่า ในยุคนั้นสื่ออินโดนีเซียและสิงคโปร์บอกว่าพระบารมีและการอุปถัมภ์ของพระองค์ท่านเป็นอาวุธลับสำคัญที่ทำให้แบดมินตันไทยยิ่งใหญ่ได้

“พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์” เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่ทำงานกีฬาเพื่อประเทศชาติมาอย่างยาวนาน เคยได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ในหลวง รัชกาลที่ 9 หลายโอกาส

แต่วันที่จำได้แม่นที่สุด คือ วันที่นำนักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัลในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2004 จากกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัล ที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพราะพระองค์ทรงนำเหรียญที่นักกีฬาทูลถวายใส่ตะกร้าเหมือนกับว่าจะทรงเก็บไว้ส่วนพระองค์ ก่อนจะมีพระราชปฏิสันถารกับนักกีฬาเป็นเวลานาน

“หลังจากที่ในหลวงมีรับสั่งกับนักกีฬาเสร็จ พระองค์ได้คืนเหรียญรางวัลให้กับทุกคน และรับสั่งว่าทุกคนไปทำมาด้วยหยาดเหงื่อ ควรเก็บไว้เป็นเกียรติยศให้กับวงศ์ตระกูล เพราะโอลิมปิกเกมส์ต้องคัดเลือกเข้าไป ไม่ได้เข้าไปได้ง่ายๆ การได้เหรียญทองในโอลิมปิกหนึ่งเหรียญเป็นการทำให้ทั่วโลกรู้จักประเทศของตัวเองได้ง่ายและเร็วที่สุด วันนั้นได้ยินแล้วน้ำตาไหลเลย”

 

“ปีเตอร์ คัมมินส์” คุณปู่นักเรือใบชาวออสเตรเลียน วัย 82 ปี เป็นพระสหายของมหากษัตริย์นักกีฬาในการแล่นเรือใบเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ได้ย้อนความจำว่า เมื่อ พ.ศ.2514 ได้มีโอกาสมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ประเทศไทย และยังเป็นนักข่าวฟรีแลนซ์ของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ด้วย ใน พ.ศ.2528 ตนได้รับมอบหมายให้ไปทำข่าวการแข่งขันเรือใบที่ อ.หัวหิน และด้วยความที่ตนเป็นนักเรือใบอยู่แล้วจึงลงแข่งขันด้วย

ในคืนวันหนึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานจัดเลี้ยงต้อนรับนักกีฬารวม 300 คน

ปีเตอร์ที่ทั้งมาทำข่าวและมาร่วมแข่งขันก็ได้อยู่ในงานนั้น โดยเป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียวในงาน “หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี” ที่รู้จักกับปีเตอร์มาก่อนแล้ว ทรงแนะนำชาวออสซี่คนนี้แด่กษัตริย์นักเรือใบของไทย วันนั้นหนุ่มใหญ่ชาวออสซี่ดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้เข้าเฝ้าฯ

จำได้ว่าได้สนทนากับพระองค์ท่านถึง 20 นาที แล้วหลังจากนั้นก็มีโอกาสได้เล่นเรือใบกับพระองค์ท่านอย่างสม่ำเสมอที่สโมสรเรือใบราชวรุณฯ ที่พัทยา จ.ชลบุรี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระปรีชาสามารถทั้งในการทรงเรือใบและต่อเรือใบอย่างมาก อดีตเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเล่าถึงสาเหตุที่พระองค์ทรงต่อเรือขึ้นเองว่า ตอนนั้นหม่อมเจ้าภีศเดชทรงเรือใบที่ชายหาดใกล้วังไกลกังวล พระองค์ทอดพระเนตรเรือใบของหม่อมเจ้าภีศเดชเคลื่อนที่ช้ามาก จึงมีรับสั่งว่าจะทรงต่อเรือที่แล่นได้ไวกว่านี้ จนเกิดมาเป็นเรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรซ์, โอ.เค., มด, ซูเปอร์มด, ไมโครมด และทรงต่อเรือในการชนะเลิศกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ด้วยพระองค์เอง

“พระองค์ท่านทรงมีความละเอียด มีความเข้าใจในกระแสน้ำ ลม มีสมาธิกับเรือของตัวเองไม่สนใจเรือลำอื่น เหตุผลที่ทำให้ในหลวงทรงเรือใบได้ดี เพราะทรงต่อเรือเอง มีความเข้าใจในตัวเรือ นอกจากนั้น พระองค์ยังมีความรักในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม ทำให้ทรงพระปรีชาสามารถในหลายๆ เรื่อง”

ปีเตอร์ในวัย 82 ปี ไม่กลับบ้านเกิดอีกแล้ว และจะขอใช้ช่วงบั้นปลายชีวิตที่เมืองไทย เพราะคุณปู่ออสซี่รักประเทศนี้ เทิดทูนในหลวง รัชกาลที่ 9 เท่าชีวิต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเคยตรัสถามปีเตอร์เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว และเขายังคงทำตามคำตอบที่ได้ทูลเกล้าฯ ไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอกันอีกตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาก็ตาม

สีหน้าและน้ำเสียงของคุณปู่กีฬาทั้งสามคนขณะกำลังพูดถึงพระราชจริยวัตรของในหลวง รัชกาลที่ 9 ล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข

การได้ถวายงานให้พระองค์ถือเป็นเกียรติสูงสุดของการเกิดมาเป็นคนกีฬาที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทยแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน