bg-single

เกษียร เตชะพีระ | หวังเฉาฮัววิเคราะห์การประท้วงใหญ่ในฮ่องกง (3)

18.10.2019

(เรียบเรียงจากบทวิเคราะห์เบื้องหลังสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองในฮ่องกงระยะใกล้ของ ดร.หวังเฉาฮัว นักเขียนและนักวิจัยอิสระ อดีตแกนนำการชุมนุมประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินของนักศึกษาจีนเมื่อปี ค.ศ.1989 ที่ลี้ภัยการเมืองมาอยู่ตะวันตก เรื่อง “Hong Kong v. Beijing”, London Review of Books, 41:16 (15 August 2019), 11-12.)

“ทั้งสมุดปกขาวและมติ 8.31 เป็นปัจจัยชี้ขาดให้ขบวนการร่มปรากฏขึ้นมาในปลายเดือนกันยายน ค.ศ.2014” เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกัน เอกสารทั้งสองชิ้นบ่งบอกว่า

ประการแรก ปักกิ่งได้บิดพลิ้วสัญญาของตนที่จะให้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วไป (universal suffrage) แก่ฮ่องกงอีกคำรบหนึ่ง

ประการที่สอง ด้วยการอนุมัติให้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วไปในความหมายแคบ ขณะเดียวกันก็ยัดเยียดเกณฑ์คัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งที่จำกัดจำเขี่ยอย่างหนักมาให้ ปักกิ่งกำลังปิดประตูขวางกั้นการปฏิรูปการเลือกตั้งสืบต่อไป และ

ประการที่สาม ปักกิ่งได้แอบเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานการประเมิน “สถานการณ์ที่เป็นจริง” ในฮ่องกงไป โดยการเน้นหนักหลัก “หนึ่งประเทศ” เหนือกว่าหลัก “สองระบบ”

เอกสารทั้งสองได้ตีความคำว่า “สถานการณ์ที่เป็นจริง” ของฮ่องกงจนเบี่ยงเบนเฉไฉไปจากเรื่องที่ว่าประชาชนของฮ่องกงพร้อมแค่ไหนที่จะกระทำการเยี่ยงพลเมืองผู้มีสมรรถนะทางการเมือง หรือพวกเขาเต็มใจแค่ไหนที่จะมีส่วนร่วมในชีวิตสาธารณะ ให้กลับกลายเป็นเรื่องที่ว่าพวกเขาพร้อมเพียงใดที่จะทำตามคำสั่งของปักกิ่งแทน

เป็นอันว่านับแต่นี้จะไม่มีกฎเกณฑ์หรือหลักการใดให้ยึดตาม ไม่มีกระบวนการถกเถียงหรือแสดงเหตุผลใดให้พึ่งพา ทว่า จะมีเกมการพยายามตีความสัญญาณต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ปักกิ่งส่งมาให้แทน นี่คือความเข้าใจอย่างใหม่ซึ่งเป็นรากเหง้าของบรรดาการประท้วงที่กำลังเกิดขึ้นทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี ค.ศ.2014 นั้น ผู้คนมากหลายยังไม่ตระหนักถึงสภาพที่กลายเป็นความปกติธรรมดาอย่างใหม่นี้เต็มที่นัก

ขบวนการร่มเริ่มโดยนักศึกษาอย่างโจชัว หว่อง มิช้านานสามสหายแห่งขบวนการ “ยึดครองเซ็นทรัล” ก็เข้าร่วมด้วย (Occupy Central หมายถึงยึดครองย่านศูนย์กลางธุรกิจของฮ่องกง ผู้ริเริ่มทั้งสามได้แก่ เบนนี ไถ่ยุ่ยถิง ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง ชานคินมัน ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา และสาธุคุณ จูยิวหมิง เพื่อเร่งรัดการสร้างประชาธิปไตยในฮ่องกง – ผู้แปล) และปฏิบัติการนาน 79 วันของพวกเขาก็ลากยาวไปถึงกลางเดือนธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อตำรวจบุกเข้าเอาตัวผู้ประท้วงกลุ่มสุดท้ายออกไปทีละคน

พวกผู้ประท้วงต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวไปมากกับการยึดครองครั้งนั้น

สหภาพนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วฮ่องกงซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาองค์การนำเบื้องหลังขบวนการร่มเกิดข้อพิพาททะเลาะเบาะแว้งเรื่องยุทธศาสตร์ยุทธวิธีลุกลามไปทั่วองค์กรและแรงสนับสนุนของสาธารณชนต่อสหภาพก็ลดน้อยถอยลง

สาขาสหภาพนักศึกษาหลายแห่งพากันถอนตัวจากสมาชิกภาพ พวกหนุ่มสาวที่มีแนวคิด “ขุดรากถอนโคน” ก็เริ่มพูดถึงขบวนการร่มว่าถือเป็น “ความล้มเหลว”

นี่อาจเป็นคำพิพากษาที่ออกจะแรงเกินไป เบื้องหน้าแรงกดดันจากปักกิ่ง องค์การใหม่ๆ หลายแห่งก็ปรากฏขึ้นมาภายใต้การนำของคนหนุ่มสาวที่ป่าวร้องสนับสนุนให้ฮ่องกงมีสิทธิอัตวินิจฉัยหรือเอกราชสมบูรณ์กันเลยทีเดียว

กลุ่มเหล่านี้เปิดฉากรณรงค์ที่มุ่งจะ “ทวงคืน” (??กวงฟู่) สถานที่ท้องถิ่นต่างๆ คนหนุ่มสาวผู้เคยร่วมเคลื่อนไหวในขบวนการร่มเริ่มเชื่อมโยงประเด็นสวัสดิการสังคมและข้อพิพาทเรื่องโครงการพัฒนาทั้งหลายเข้ากับการปฏิรูปการเมืองโดยรวม

พวกเขายังหันไปใส่ใจการเลือกตั้งสภาเขตต่างๆ ในปี ค.ศ.2015 รวมทั้งการเลือกตั้งซ่อมสภานิติบัญญัติและการเลือกตั้งทั่วไปในปี ค.ศ.2016 ด้วย โดยรู้สึกถึงแรงกดดันดังกล่าว พรรคทั้งหลายจึงพากันเสนอชื่อผู้สมัครหนุ่มสาวลงแข่งขันรับเลือกตั้งเข้าสภานิติบัญญัติ

ปรากฏว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติ 26 จากทั้งสิ้น 70 คนเป็น ส.ส.หน้าใหม่

ค่ายนิยมประชาธิปไตยได้ที่นั่งเข้าสภาในเขตเลือกตั้งที่การเลือกตั้งเป็นไปโดยคะแนนเสียงมหาชน

หวังเฉาฮัวปราศรัยต่อผู้ร่วมชุมนุมประท้วง ณ จัตุรัสเทียนอันเหมินปี ค.ศ.1989 & ปัจจุบัน

ทางการตื่นตกใจกับแนวโน้มใหม่นี้ ซี.วาย. เลิง หัวหน้าผู้บริหารฮ่องกงตอนนั้นจึงจัดวางมาตรการใหม่ขึ้นมาชุดหนึ่ง กล่าวคือ นับเป็นหนแรกที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหลายถูกร้องขอให้สัญญาว่าจะภักดีต่อบทบัญญัติต่างๆ ในกฎหมายพื้นฐานซึ่งเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ที่ฮ่องกงต้องตกเป็นรองขึ้นต่อสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัฐบาลกลางของจีน

เป็นหนแรกอีกเช่นกันที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ป่าวร้องสนับสนุนให้ฮ่องกงเป็นเอกราชหกคนถูกเจ้าหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้งตัดสินว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจากความเห็นทางการเมืองของพวกเขา

เอ็ดเวิร์ด เลิงทินไค ผู้เป็นหนึ่งในหกคนนั้นทำให้รัฐบาลฮ่องกงตื่นตกใจเป็นพิเศษ เพราะเขาได้คะแนนเสียง 15 เปอร์เซ็นต์ในการเลือกตั้งซ่อมสภานิติบัญญัติปี ค.ศ.2016

และหนึ่งปีให้หลัง เขาก็ถูกตั้งข้อหา “ก่อจลาจล” หลังจากเข้าช่วยเหลือบรรดาผู้ค้าอาหารท้องถิ่นในการต่อต้านคำสั่งของตำรวจให้ย้ายออกไป

ตอนนี้เขากำลังติดคุกนานหกปี คำขวัญของเขาที่ว่า “ทวงคืนฮ่องกง การปฏิวัติแห่งยุคสมัยของเรา” (???? ???? กวงฟู่เซี่ยงกัง เสอไต้เก๋อมิ่ง) ก็กลับมาปรากฏตามท้องถนนอีกในฤดูร้อนตอนนี้

วิธีการคล้ายๆ กันก็ถูกใช้เล่นงานผู้คนที่มีจุดยืนทางการเมืองค่อนข้างไม่รุนแรงแข็งกร้าวอะไรด้วย

ตัวอย่างเช่น กลุ่มผู้ประท้วง 13 คนต่อโครงการพัฒนาซึ่งรัฐบาลให้ทุนส่งเสริมในทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตนิวเทร์ริทอรีได้บุกโจมตีอาคารสภานิติบัญญัติเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014

ปรากฏว่าพวกเขาถูกตั้งข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในปี ค.ศ.2016 และศาลตัดสินลงโทษให้ทำงานบริการชุมชนเป็นเวลาตั้งแต่ 80 ถึง 150 ชั่วโมง

ฝ่ายรัฐบาลอุทธรณ์คดีนี้และชนะในชั้นอุทธรณ์ให้พวกเขาต้องโทษจำคุกแทน ก่อนที่ศาลฎีกาของฮ่องกงจะกลับคำพิพากษาอีกทีในปี ค.ศ.2018

คดีนี้สู้กันตรงประเด็นที่ว่าควรจะนำเจตนาของจำเลย – ซึ่งกระทำไปเพื่อภารกิจความเป็นธรรมทางสังคม – มาพินิจพิจารณาด้วยหรือไม่

ในทำนองเดียวกัน โจชัว หว่อง กับสหายทั้งหลายของเขาในขบวนการร่มถูกตั้งข้อหาชุมนุมโดยผิดกฎหมายและปลุกระดมคนอื่นให้เข้าร่วมในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

คดีของพวกเขาวิ่งรอกขึ้นลงไปมาระหว่างศาลอุทธรณ์กับศาลฎีกา

และคำตัดสินลงโทษก็กวัดแกว่งไปมาระหว่างค่อนข้างสถานเบากับโทษจำคุกซึ่งคงจะทำให้บรรดาผู้ประท้วงหมดโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้งไปอย่างน้อยห้าปี

ปรากฏว่าเมื่อต้นปีนี้ ศาลฎีกาลดโทษจำคุกของโจชัว หว่อง ลงเหลือแค่สองเดือน

และบังเอิญที่เขาถูกปล่อยตัวประจวบกับวันถัดจากการชุมนุมมวลชนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในฮ่องกงพอดี

ศาลซึ่งพิจารณาไต่สวนคดีฟ้องร้องสามสหาย “ยึดครองเซ็นทรัล” ได้ประกาศคำตัดสินลงโทษพวกเขารวมทั้งพรรคพวกอีกหกคนเมื่อเดือนเมษายนศกนี้

สาธุคุณจูยิวหมิงวัยเจ็ดสิบกว่าปีกล่าวกับศาลในคำแถลงปิดท้ายคดีของเขาว่า “ผมเป็นแค่คนตีระฆังเพื่อให้ผู้คนรู้ว่ามีความทุกข์ทรมานอยู่ในโลก”

สาธุคุณจูยิวหมิงผู้นี้ได้ใช้ชีวิตช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากรวมทั้งตัวดิฉันเองเมื่อตอนหลบหนีออกมาภายหลังการสังหารหมู่เทียนอันเหมิน

ค่ำคืนแรกที่ดิฉันพลัดบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่นอกสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นก็ได้อาศัยบ้านของท่านที่ฮ่องกงนี่เอง

ชั่วสามสิบปีที่ผ่านมา เราได้พบกันบ้างเป็นครั้งคราวในอเมริกาหรือในไต้หวัน

การพบกันครั้งล่าสุดของเราเกิดขึ้นในวันหิมะตกที่กรุงลอนดอน ท่านกำลังเตรียมตัวเตรียมใจขึ้นศาลและติดคุกอยู่แม้ว่าภรรยาของท่านจะวิตกกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของท่านก็ตาม

ศาลตัดสินจำคุกทั้งสามสหาย “ยึดครองเซ็นทรัล” นาน 16 เดือน เบนนี ไถ่ และชานคินมันจะเริ่มถูกจำขังทันที ส่วนสาธุคุณจูยิวหมิงได้รอลงอาญาสองปี

อีกหกคนที่ถูกตัดสินลงโทษวันนั้นในฐานเกี่ยวข้องกับการประท้วงขบวนการร่มรวมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติปัจจุบันสองคนด้วย

นี่นับเป็นการฟาดตีค่ายประชาธิปไตยอีกทีหนึ่ง

นับรวมแล้วมีสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ได้รับเลือกตั้งรวมหกคนถูกตัดสินว่าขาดคุณสมบัติในปี ค.ศ.2016 ภายหลังเข้ารับตำแหน่งไม่ถึงสองสัปดาห์

โทษจำคุกสำหรับผู้เข้าร่วมขบวนการยึดครองเซ็นทรัลและขบวนการร่มนั้นมีเจตนาจะเตือนสาธารณชนทั่วไปไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง

การตัดสินว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งและสมาชิกสภานิติบัญญัติดังกล่าวมาข้างต้นขาดคุณสมบัตินั้นมุ่งหมายจะจี้สกัดจุดสมรรถนะของค่ายประชาธิปไตยในการขัดขวางบรรดากฎหมายนิยมปักกิ่งทั้งหลายนั่นเอง

(ต่อสัปดาห์หน้า)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!