E-DUANG : แผน ขี่ม้าเลียบค่าย ฝ่ายค้าน ก่อนถึง อภิปรายไม่ไว้วางใจ

ไม่ว่าการเคลือนไหวของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ไม่ว่าการ เคลื่อนไหวของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของคณะกรรมาธิการติดตามและจัดทำงบประมาณ
ดำเนินไปในแบบ “ขี่ม้าเลียบค่าย” สำรวจสภาพและ “หยั่ง”เข้าไปในบางจุดอันเคยเป็นพื้นที่ต้องห้าม
อย่างเช่นหยั่งเข้าไปยัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์
อย่างเช่นหยั่งเข้าไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือแม้กระทั่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
สำรวจ “ภูมิต้านทาน”ทางการเมืองว่าเป็นจริงอย่างไร
เพียงสัมผัสก็รู้ความเป็นจริงของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รู้ความเป็นจริงของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ถามว่าเป้าหมายที่แท้จริงทางการเมืองอยู่ที่ไหน
ประเด็นอันเกี่ยวกับ”แผ่นดินของเรา”เสมอเป็นเพียงการเก็บและรวบรวมข้อมูล
เหมือนที่แตะเข้าไปยังกรณี”ถวายสัตย์ปฏิญาณ”
เหมือนที่แตะเข้าไปยังกรณี”ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563”
เหมือนที่ส่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็น”กรรมาธิการวิสามัญ”
เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่า “ปฎิกิริยา” สะท้อนกลับจากรัฐบาลและโดย เฉพาะจากพรรคพลังประชารัฐเป็นอย่างไร เท่ากับเป็นการหยั่งเข้าไปยังองค์ประกอบภายใน
แยกพรรคพลังประชารัฐออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ออกจากพรรคภูมิใจไทย ออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา โดดเดี่ยวพรรคพลังประชารัฐ
ตกผลึกว่าจะ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”อย่างไร
จากเดือนตุลาคมเข้าไปยังเดือนพฤศจิกายนจะเริ่มมีความแจ่มชัดว่า 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมจะมีบทสรุปออกมาอย่างไรต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แน่นอน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมโดดเด่นในฐานะเป็น”พระเอก”อย่างแน่นอน
แน่นอนที่แวดล้อมอยู่โดยรอบนอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แล้ว ยังต้องมีมือเศรษฐกิจระดับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รวมอยู่ด้วย
ทุกอย่างล้วนเป็นพรรคพลังประชารัฐทั้งสิ้น
