bg-single

สุรชาติ บำรุงสุข | รัฐมหาอำนาจ 2020 : สงครามหลีกเลี่ยงได้หรือไม่?

11.03.2020

“ความกลัวของรัฐมหาอำนาจเก่ามักจะถูกเติมเชื้อเพลิงด้วยทัศนะที่ผิดพลาดและความกลัวที่เกินจริง ในขณะที่ความมั่นใจของรัฐมหาอำนาจใหม่ถูกกระตุ้นจากความคาดหวังที่ไม่เป็นจริง และถูกผลักดันจากความพร้อมที่จะเสี่ยง [ทำสงคราม]”

Graham Allison (2017)

ถ้าเริ่มต้นด้วยสมมุติฐานตามแนวคิดของนักประวัติศาสตร์สงครามชาวกรีกอย่างทูซิดิดิสแล้ว เราอาจจะเห็นได้ว่าบทสุดท้ายของความขัดแย้งระหว่างรัฐมหาอำนาจใหญ่ในระบบระหว่างประเทศมักจะจบลงด้วยสงคราม

สภาวะในบริบททางประวัติศาสตร์ของสงครามนครรัฐกรีก ที่เริ่มจากการดำรงอยู่ของรัฐมหาอำนาจเก่า (ruling power) คือสปาร์ตา และเมื่อต้องเผชิญกับการเติบโตของรัฐมหาอำนาจใหม่ (rising power) อย่างเอเธนส์ แม้ในช่วงต้นความท้าทายจากการเติบใหญ่ของรัฐมหาอำนาจใหม่อาจจะไม่เป็นประเด็นสำคัญ แต่ยิ่งนานวัน ความเติบใหญ่ของรัฐคู่แข่งเช่นนี้กลายเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิด “ความกลัว”

…ความกลัวส่งผลให้เกิดการแสวงหามาตรการปกป้องตัวเอง

นัยสำคัญของความกลัวดังกล่าวทำให้ “สายเหยี่ยว” ที่นิยมสงครามมีอิทธิพลมากขึ้นในการทำนโยบายของรัฐมหาอำนาจเก่า อันมีความหมายในอนาคตที่หมายถึง รัฐมหาอำนาจเก่ามีความพร้อมที่จะปกป้องระเบียบเดิมด้วยสงคราม

ซึ่งระเบียบเดิมนี้มีความหมายโดยตรงถึง ผลประโยชน์และเกียรติภูมิของรัฐ (เกียรติภูมิไม่ใช่ในความหมายแบบนามธรรม หากแต่หมายถึงการได้รับการยอมรับและนับถือจากรัฐอื่นๆ ในระบบระหว่างประเทศ)

ขณะเดียวกันรัฐมหาอำนาจใหม่เติบโตด้วยความพร้อมที่จะเปลี่ยนสถานะของตนในความสัมพันธ์กับรัฐมหาอำนาจเก่าที่เป็น “ผู้ควบคุมระเบียบเดิม”

หรืออีกนัยหนึ่งเขาพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาท้าทายกับอำนาจเก่า

และที่สำคัญเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนการควบคุมระเบียบเดิมด้วยสงครามเช่นกัน

ดังนั้น สงครามในสภาวะเช่นนี้จึงเป็นผลผลิตโดยตรงของ “ความตึงเครียดในเชิงโครงสร้าง” (structural stress) ระหว่างรัฐมหาอำนาจทั้งสองฝ่าย

และสภาวะดังกล่าวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในระบบระหว่างประเทศ

อันกลายเป็นข้อสังเกตในทางทฤษฎีว่า สงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในความขัดแย้งระหว่างรัฐมหาอำนาจเก่ากับใหม่ (ดังเช่นที่ Allison กล่าวสรุปแนวคิดพื้นฐานของทูซิดิดิสไว้ในข้างต้นเรื่องการกำเนิดของสงครามใหญ่ระหว่างรัฐมหาอำนาจ)

ถ้าสมมุติฐานจากการกำเนิดของสงครามใหญ่ของทูซิดิดิสเป็นจริงแล้ว การแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจระหว่างสหรัฐกับจีนในยุคปัจจุบันก็น่าจะนำไปสู่สงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกทั้งเมื่อหลายตัวอย่างของการแข่งขันเช่นนี้ในเวทีโลกที่ล้วนแต่จบลงด้วยสงคราม

สงครามในบริบทเช่นนี้ได้กลายเป็นเสมือนกับการพิสูจน์สมมุติฐานของทูซิดิดิสในตัวเอง

สมมุติฐานเช่นนี้ทำให้เกิดความกังวลว่า การเมืองโลกปัจจุบันกำลังเดินไปบนเส้นทางเดียวกับการต่อสู้ระหว่างสปาร์ตากับเอเธนส์ใช่หรือไม่ อันเป็นข้อสังเกตว่าการแข่งขันเชิงอำนาจเช่นนี้ “สงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้!” หรือเป็น “กับดักสงคราม” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ถ้าการแข่งขันระหว่างรัฐมหาอำนาจส่งผลให้เกิด “ความตึงเครียดเชิงโครงสร้าง” ในระบบระหว่างประเทศ อันทำให้สงครามกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

คำถามอีกด้านในเงื่อนไขเช่นนี้จึงได้แก่ “สงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้หรือไม่?” (Is war inevitable?)

หรืออีกนัยหนึ่งเป็นไปได้ไหมที่การแข่งขันดังกล่าวจะไม่ต้องเดินไปสู่สงครามเช่นสมมุติฐานของทูซิดิดิส

แอลลิสัน นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชาวอเมริกัน ได้สำรวจความขัดแย้งระหว่างรัฐมหาอำนาจใหญ่จำนวน 16 กรณี

พบว่ามีเพียง 4 กรณีเท่านั้นที่ไม่ได้จบลงด้วยสงคราม

การศึกษานี้ปรากฏ ใน Graham Allison, Destined for War: Can America and China Escape Thucydides”s Trap? (2017) ซึ่งความขัดแย้งในเงื่อนไขเช่นนี้แอลลิสันเรียกว่าเป็นดัง “กับดักทูซิดิดิส”

ที่สุดท้ายแล้ว นำรัฐเข้าคู่ขัดแย้งเข้าสู่สงคราม

กรณีที่ 1 การแข่งขันระหว่างโปรตุเกสกับสเปนในปลายศตวรรษที่ 15 : ความขัดแย้งระหว่างรัฐมหาอำนาจทั้งสองมีประเด็นเรื่องการแข่งขันทางการค้า และการสร้างจักรวรรดิในดินแดนโพ้นทะเลนอกยุโรป ผลการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้จบลงด้วยสงคราม

กรณีที่ 2 การแข่งขันระหว่างฝรั่งเศสกับออสเตรียในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 : ความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับราชสำนักออสเตรียในการสถาปนาความเป็นมหาอำนาจทางบกเหนืออาณาบริเวณยุโรปตะวันตก

เนื่องจากในช่วงต้นของศตวรรษที่ 16 นั้น ราชวงศ์ฮับส์เบิร์กแห่งออสเตรียไม่เพียงเป็นมหาอำนาจใหญ่ของยุโรปเท่านั้น หากยังมีสถานะเป็น “มหาอำนาจของโลก” หรือเป็นจักรวรรดิของโลก (The World Empire) อันเป็นผลจากการสมรสในแบบยุคกลาง จึงทำให้ราชวงศ์ขยายอิทธิพลครอบคลุมพื้นที่หลักของยุโรป และเป็นมหาอำนาจใหม่ในขณะนั้น

อันนำไปสู่การปะทะกับอำนาจเดิมของจักรวรรดิฝรั่งเศส และการแข่งขันนี้จบลงด้วยสงคราม

กรณีที่ 3 การแข่งขันระหว่างออสเตรียกับจักรวรรดิออตโตมันในศตวรรษที่ 16 และ 17: ออสเตรียมีฐานะเป็นมหาอำนาจเก่า และเผชิญหน้ากับการเติบโตของจักรวรรดิออตโตมันที่เป็นมหาอำนาจใหม่ และขยายอำนาจเข้าสู่พื้นที่บางส่วนของยุโรป ซึ่งมีผลกระทบกับการค้าระหว่างรัฐยุโรปกับอาณานิคมบริเวณชายฝั่งทะเลเอเจียน

การแข่งขันครั้งนี้เพื่อครองความเป็นมหาอำนาจทางบกเหนืออาณาบริเวณยุโรปกลางและยุโรปตะวันตก

การปะทะของอิทธิพลของสองมหาอำนาจไม่ใช่เพียงการต่อสู้ระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกเท่านั้น

หากยังเป็นการปะทะของสองอารยธรรมด้วยสงคราม

กรณีที่ 4 การแข่งขันระหว่างออสเตรียกับสวีเดนในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 17 : ออสเตรียเป็นมหาอำนาจเก่า ที่เผชิญกับการเติบโตของสวีเดนที่เป็นรัฐมหาอำนาจใหม่

การแข่งขันที่เกิดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นมหาอำนาจทั้งทางบกและทางทะเลในบริเวณยุโรปเหนือ

การต่อสู้ครั้งนี้จบลงด้วยสงคราม

กรณีที่ 5 การแข่งขันระหว่างเนเธอร์แลนด์กับอังกฤษในช่วงกลางและปลายศตรรษที่ 17 : สาธารณรัฐดัตช์เป็นรัฐมหาอำนาจเก่าที่ควบคุมเส้นทางเดินเรือและการค้าในโพ้นทะเล ต้องเผชิญกับการเติบโตของอังกฤษที่เป็นรัฐมหาอำนาจใหม่ การแข่งขันนี้เป็นเรื่องของการครองทะเล เพื่อควบคุมเส้นทางเดินเรือ และการค้าในอาณาบริเวณนอกยุโรป

การต่อสู้ครั้งนี้นำไปสู่สงคราม และส่งผลให้อังกฤษกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ทางทะเล

กรณีที่ 6 การแข่งขันระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 จนถึงกลางศตวรรษที่ 18 : ฝรั่งเศสมีสถานะเป็นรัฐมหาอำนาจเก่า และอังกฤษเติบโตเป็นรัฐมหาอำนาจใหม่ที่ท้าทายกับอำนาจของจักรวรรดิเดิม การแข่งขันนี้เพื่อยืนยันถึงสถานะความเป็นมหาอำนาจใหญ่ของยุโรป และทั้งยังนำไปสู่การขยายอำนาจของจักรวรรดิในโพ้นทะเล

การต่อสู้ครั้งนี้จบลงด้วยสงคราม และสงครามภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการต่อสู้เพื่อสถาปนาอำนาจของจักรวรรดิใหญ่ของการเมืองยุโรป

กรณีที่ 7 การแข่งขันระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19 : ในครั้งนี้อังกฤษมีสถานะเป็นรัฐมหาอำนาจเก่า และฝรั่งเศสเป็นผู้ท้าทายด้วยการเป็นมหาอำนาจใหม่ ซึ่งส่วนสำคัญเป็นผลจากการปฏิวัติฝรั่งเศส

อันส่งผลให้การแข่งขันครั้งนี้จบลงด้วยสงคราม

และสงครามที่สำคัญของยุคสมัยคือ “สงครามนโปเลียน” (The Napoleonic War) สงครามชี้ขาดความเป็นรัฐมหาอำนาจทั้งทางบกและทางทะเลของอังกฤษ

กรณีที่ 8 การแข่งขันระหว่างอังกฤษ-ฝรั่งเศสกับรัสเซียในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 : ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของการเมืองยุโรปในยุคหลังสงครามนโปเลียน อังกฤษกับฝรั่งเศสที่เคยเป็นรัฐมหาอำนาจคู่แข่งขัน กลับจับมือเป็นพันธมิตรกันในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 อังกฤษกับฝรั่งเศสมีสถานะเป็นรัฐมหาอำนาจเก่า และรัสเซียในช่วงเวลานี้เป็นมหาอำนาจใหม่ ที่ก้าวขึ้นมาท้าทาย

การแข่งขันเกิดขึ้นเพื่อสถาปนาอำนาจของจักรวรรดิเหนือพื้นที่เอเชียกลางและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนครั้งนี้นำไปสู่สงคราม

และสงครามสำคัญในกรณีนี้คือสงครามไครเมีย (The Crimean War)

กรณีที่ 9 การแข่งขันระหว่างฝรั่งเศสกับปรัสเซียในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 : หลังจากชัยชนะของปรัสเซียเหนือออสเตรียในปี 1866 ทำให้สถานะของปรัสเซียสูงเด่นขึ้นในบรรดารัฐเยอรมนี และต่อมาปรัสเซียประสบชัยชนะครั้งสำคัญเหนือฝรั่งเศสในปี 1870 ซึ่งส่งผลให้ปรัสเซียเป็นผู้นำในการรวมรัฐต่างๆ เพื่อก่อตั้งประเทศเยอรมนี

สภาวะเช่นนี้จึงเป็นการต่อสู้ระหว่างฝรั่งเศสที่เป็นรัฐมหาอำนาจเก่า และเยอรมนีเป็นรัฐมหาอำนาจใหม่ที่กำเนิดขึ้นในการเมืองยุโรป

สงครามที่เกิดระหว่างขึ้นระหว่างฝรั่งเศสกับปรัสเซียชี้ให้เห็นถึงความเป็นมหาอำนาจใหม่ทางบกของเยอรมนี

และเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งชุดใหญ่ในต้นศตวรรษที่ 20

Russian President Vladimir Putin (L) shakes hands with Chinese President Xi Jinping during a signing ceremony in Beijing’s Great Hall of the People on June 25, 2016. / AFP PHOTO / POOL / GREG BAKER

กรณีที่ 10 การแข่งขันระหว่างรัสเชีย/จีนและญี่ปุ่นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 : จากปลายศตวรรษที่ 19 หรือในช่วงหลังจาก “การปฏิรูปเมจิ” ที่นำไปสู่การสร้างความเป็นสมัยใหม่ (modernization) ในสังคมญี่ปุ่น จนทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นมหาอำนาจใหม่ในเอเชีย และการเติบโตของญี่ปุ่นเช่นนี้กลายเป็นความท้าทายกับรัฐมหาอำนาจเก่าอย่างทั้งจีนและรัสเซีย

การแข่งขันนี้นำไปสู่สงครามครั้งสำคัญ ได้แก่ สงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่น และสงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น

ชัยชนะในสองสงครามบ่งบอกถึงการเป็นมหาอำนาจของญี่ปุ่นในเอเชียอย่างชัดเจนในต้นศตวรรษที่ 20

กรณีที่ 11 การแข่งขันอังกฤษกับสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 : เมื่อสหรัฐเติบโตมากขึ้นในทางเศรษฐกิจ และส่งสัญญาณถึงการก้าวขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจใหม่ที่ท้าทายกับความเป็นมหาอำนาจเก่าของอังกฤษ การต่อสู้ครั้งนี้เพื่อบ่งบอกว่า ใครจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก และใครจะเป็นมหาอำนาจทางทะเลในซีกโลกตะวันตก

น่าสนใจว่า การแข่งขันครั้งนี้ไม่นำไปสู่สงคราม

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่การต่อสู้ของรัฐมหาอำนาจไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยสงคราม

กรณีที่ 12 การแข่งขันระหว่างอังกฤษกับเยอรมนีในต้นศตวรรษที่ 20 : เมื่อเยอรมนีเติบโตเป็นจักรวรรดิใหม่ในยุโรป ย่อมปะทะกับอิทธิพลของอังกฤษในฐานะของจักรวรรดิเก่า การแข่งขันนี้เป็นกรณีสำคัญในโลกสมัยใหม่ที่ชี้ให้เห็นว่า สงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สงครามจะตัดสินว่า ใครจะเป็นมหาอำนาจหลักของยุโรป

และใครจะเป็น “ผู้ครองทะเล” ของโลก

กรณีที่ 13 การแข่งขันระหว่างอังกฤษ/ฝรั่งเศส/โซเวียตกับเยอรมนีในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 : ฝ่ายสัมพันธมิตรในฐานะรัฐมหาอำนาจเก่าต้องเผชิญกับการท้าทายอีกครั้งของเยอรมนี

เป็นอีกครั้งที่สงครามตัดสินว่า ใครจะเป็นมหาอำนาจใหญ่ของยุโรป

กรณีที่ 14 การแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 : การเติบโตเป็นมหาอำนาจใหม่ของญี่ปุ่นย่อมปะทะกับสหรัฐที่เป็นมหาอำนาจเก่า การต่อสู้นี้นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในเอเชีย เพื่อตัดสินว่าใครจะเป็นมหาอำนาจใหญ่ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก การแข่งขันนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่สงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

กรณีที่ 15 การแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น : สหรัฐในยุคสงครามเย็นเป็นมหาอำนาจเก่าที่ถูกท้าทายจากโซเวียตที่ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจใหม่ การแข่งขันในยุคนี้ต้องการช่วงชิงความเป็นมหาอำนาจใหญ่ของโลก และมีอาวุธนิวเคลียร์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดความกังวลว่า การต่อสู้นี้อาจจะจบลงด้วยสงครามนิวเคลียร์ แต่สุดท้ายสงครามเย็นจบลงด้วยการล่มสลายของโซเวียตโดยไม่มีสงคราม

กรณีที่ 16 การแข่งขันระหว่างอังกฤษ/ฝรั่งเศสกับเยอรมนีจากช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ถึงปัจจุบัน : การแข่งขันครั้งนี้แตกต่างจากอดีตที่ไม่เน้นมิติทางทหาร การฟื้นตัวของเยอรมนีเป็นการท้าทายอย่างมากกับมหาอำนาจเก่าอย่างอังกฤษกับฝรั่งเศส

และเป็นอีกกรณีที่ไม่นำไปสู่สงคราม

หากพิจารณาในข้างต้นจะพบว่า มีเพียงสี่ในสิบหกการแข่งขันเท่านั้นที่ไม่ได้จบลงด้วยสงครามใหญ่

ดังนั้น จึงเป็นคำถามที่มีความหวังว่า

เป็นไปได้หรือไม่ที่การแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีนจะไม่เข้าไปติด “กับดักของทูซิดิดิส” เช่นในปี 1914 1939 และ 1941…

คำถามเช่นนี้ท้าทายกับยุคสมัยเป็นอย่างยิ่ง!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภัยพิบัติใหม่ถล่ม ‘เนปาล’
พระผงวัดวิเวกวนาราม บางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา ‘เจ้าคุณนรฯ’ อธิษฐานเข้ม
จัดระเบียบ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ตั้งรับคลื่นลงทุนยุคใหม่ โจทย์ใหม่ที่รัฐบาลต้องรับมือ
เราไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายเอไอ
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
ใครกลัวการเลือกตั้งประกันสังคม?
เจาะ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ฟื้นตำนานเอสยูวี-ออปชั่นพร้อมลุย
ภารกิจใหญ่ของ ‘ไก่เดือยทอง’ เร่งเปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นความสำเร็จ
NPA บ้านอีกระลอกใหญ่
เจาะความหวังไทยในเอเชี่ยนเกมส์ เหรียญทองและบทพิสูจน์ศักยภาพ
ข้าวผัดน้ำพริกมะขามทรงเครื่อง