bg-single

จัดระเบียบ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ตั้งรับคลื่นลงทุนยุคใหม่ โจทย์ใหม่ที่รัฐบาลต้องรับมือ

13.09.2026

บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ

กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล หลังคนไทยเริ่มเกิดความกังวลว่า โครงการดาต้าเซ็นเตอร์จะเข้ามาแย่งการใช้ทรัพยากรระบบประปาและระบบไฟฟ้า รวมถึงกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่

โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุดราม่าดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์โผล่กลางกรุงพระราม 9 และรามคำแหง 28 ที่ตั้งประชิดชุมชนและโรงพยาบาล มาพร้อมกลิ่นน้ำมันที่คลุ้งกระจาย

จากปมดราม่าที่ขยายวงกว้าง ทำให้รัฐบาลนั่งไม่ติด ตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ มี “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน และจัดประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569

เพื่อกำหนดแนวทางการพิจารณามาตรฐานและกรอบแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจดาด้าเซ็นเตอร์ในประเทศ ขีดเส้นทุกอย่างต้องชัดเจนใน 1 เดือน

พร้อมตั้ง 4 อนุกรรมการขึ้นมาพิจารณา 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม

“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เข้าร่วมประชุมนัดแรกด้วย กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นรากฐานในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ปัจจุบันประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่อง จากความพร้อมด้านทำเลที่ตั้งและบทบาทการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน

การเติบโตนี้มาพร้อมความท้าทายเรื่องการใช้ทรัพยากรไฟฟ้า น้ำและที่ดินในปริมาณสูง รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่รัฐบาลต้องเร่งกำกับดูแลให้สอดคล้องกับกฎหมายและผลประโยชน์ประเทศ

ขณะที่ “เอกนิติ” เปิดเผยว่า ที่ประชุมจะกำหนดกรอบนโยบายจัดระเบียบและวางยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ให้เกิดประโยชน์และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลประเทศ ใครจะมาใช้ประเทศไทยเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของประเทศไทย

ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวม 57 โครงการ และเงินลงทุนรวม 811,366 ล้านบาท อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 28 แห่ง และพื้นที่อื่นๆ 29 แห่ง

แม้ตัวเลขที่ออกมาจะมีมูลค่ามหาศาล แต่รัฐบาลก็ต้องหาจุดสมดุลระหว่างความคุ้มค่ากับคุณภาพชีวิตของประชาชน

จะว่าไปแล้ว “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในประเทศไทยมีมานานแล้ว เพียงแต่เป็นขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในอาคารต่างๆ แต่ในระยะหลังมีวิวัฒนาการพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่แบบอาคารเดี่ยว ขณะเดียวกัน ยังไม่มีกฎหมายรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งคำนิยาม กฎเกณฑ์ เลยทำให้เกิดช่องโหว่ด้านกฎหมายให้การก่อสร้างโครงการเกิดขึ้นได้ง่ายและเป็นที่มาของดราม่าร้อนที่กำลังต้อนรัฐบาลอยู่ในขณะนี้

“กรุงเทพฯ” ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยศักยภาพของพื้นที่และทรัพยากระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดย “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า กรุงเทพฯ มีดาต้าเซ็นเตอร์ 30-40 แห่ง มีทั้งระบบภายในของบริษัทหรือระบบ Cloud ทั่วไปที่เปิดมานานแล้ว

แต่ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แบบอาคารเดี่ยว มี 6 แห่งที่ยื่นขออนุญาตปี 2564-2565 ขนาดตั้งแต่ 9-23 เมกะวัตต์ ได้รับอนุญาตแล้ว 3 แห่ง อีก 3 แห่งสั่งชะลอและให้กลับไปทบทวนมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ด้านสภาพัฒน์ฯ ออกมาระบุว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยที่เปิดให้บริการแล้วมี 35 โครงการ ผ่านการขออนุญาตบีโอไอ 11 โครงการ ที่เหลือดำเนินการขออนุญาตกันเอง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ส่วนที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมีอยู่ 50 โครงการ อยู่ระหว่างรอการพิจารณา 117 โครงการ รวมเป็น 167 โครงการที่บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ให้ชะลอไว้ชั่วคราว จนกว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะชัดเจน

นอกจากบอร์ดใหญ่จะสั่งเบรกไว้ชั่วคราว ยังให้กรมโยธาธิการและผังเมืองใช้กฎหมายผังเมืองและควบคุมอาคาร จัดโซนนิ่งและระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ให้มีความเหมาะสมกับบริบทเมืองและทรัพยากรของประเทศ

มาตรการทางด้านผังเมือง กรมโยธาฯ จะนำนิยาม “ดาต้าเซ็นเตอร์” กำหนดไว้ในกิจการการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวม โดยควบคุมกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก-กลาง ซึ่งมีผลกระทบต่ำให้ดำเนินการได้ในที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย (สีเหลือง) พาณิชยกรรม (สีแดง) พื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมบางส่วน (สีเขียว) และอุตสาหกรรม (สีม่วง) ภายใต้เงื่อนไขเรื่องอัตราส่วนพื้นที่อาคารปกคลุมดิน (BCR) และระยะถอยร่น ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งมีผลกระทบหลายด้าน จะให้ดำเนินการได้ในพื้นที่เฉพาะที่กำหนดให้เท่านั้น

ส่วนของกฎหมายควบคุมอาคาร กรมโยธาฯ กำลังยกร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้เป็นอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดนิยาม ประเภทอาคาร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการก่อสร้างอาคาร กำหนดหลักเกณฑ์ในการควบคุมอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ให้มีความปลอดภัยด้านอัคคีภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประชาชนผู้อยู่อาศัยและชุมชนรอบข้าง และกำหนดเพิ่มเติมให้อาคารดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ

จากปัจจุบันที่การขออนุญาตก่อสร้างอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ ได้มีการขออนุญาตเป็นประเภทสำนักงาน อาคารพาณิชยกรรม หรืออาคารคลังสินค้า โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะพิจารณาตามวัตถุประสงค์ และลักษณะ รูปทรง สัดส่วนของอาคารจากแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาต

โดยกรณีอาคารมีพื้นที่น้อยกว่า 10,000 ตร.ม. หรือไม่เข้าข่ายอาคารสูง ต้องให้มีลักษณะความปลอดภัยด้านอัคคีภัย เนื้อที่ว่าง แนวอาคารตามกฎหมาย ส่วนอาคารมีพื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. ต้องมีลักษณะความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเนื้อที่ว่าง แนวอาคารตามกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร

สำหรับอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประกอบกิจการอยู่ในปัจจุบันกว่า 30-40 แห่งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีอีซี จะให้เจ้าของอาคารปรับปรุงแก้ไขหรือสั่งห้ามใช้อาคาร หากพบว่าสภาพหรือการใช้ที่อาจเป็นภยันตราย ไม่ปลออดภัยจากอัคคีภัย ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ และกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ กทม.เด้งรับเตรียมปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ซึ่งจะประกาศใช้ในปี 2570 นำเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์มาพิจารณาด้วย เพื่อจัดโซนนิ่งใหม่ โดยให้จัดตั้งได้ในพื้นที่สีม่วง ส่วนพื้นที่สีแดง สีน้ำตาลอาจจะให้ทำได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขที่เข้มข้นมากขึ้น เช่น ขนาดไม่ใหญ่ มีระยะถอยร่น มีระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และไฟเบอร์ออปติกรองรับ และห้ามตั้งบนพื้นที่สีเขียว เช่น หนองจอก บางขุนเทียน เพราะอยู่ไกลและระบบสาธารณูปโภคยังไปไม่ถึง

ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อให้กระบวนการต่างๆ รวดเร็วขึ้น ล้างอาถรรพ์วัวหายล้อมคอก บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เตรียมจะเพิ่มบัญชีดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเภทโรงงานอุตสาหกรรมอีกประเภทหนึ่ง โดยกำหนดให้เป็นโรงงานลำดับที่ 108 ดังนั้น ต่อไปใครจะทำดาต้าเซ็นเตอร์ต้องไปตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม

เป็นการขยับของรัฐบาล สร้างระเบียบ สร้างกฎกติกาใหม่ พลิกฟื้นความเชื่อมั่นดัน “ดาต้าเซ็นเตอร์” ให้กลับมาเป็นพระเอกเศรษฐกิจไทยได้อีกครั้ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จัดระเบียบ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ตั้งรับคลื่นลงทุนยุคใหม่ โจทย์ใหม่ที่รัฐบาลต้องรับมือ
เราไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายเอไอ
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
ใครกลัวการเลือกตั้งประกันสังคม?
เจาะ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ฟื้นตำนานเอสยูวี-ออปชั่นพร้อมลุย
ภารกิจใหญ่ของ ‘ไก่เดือยทอง’ เร่งเปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นความสำเร็จ
NPA บ้านอีกระลอกใหญ่
เจาะความหวังไทยในเอเชี่ยนเกมส์ เหรียญทองและบทพิสูจน์ศักยภาพ
ข้าวผัดน้ำพริกมะขามทรงเครื่อง
ยาต้ม พร้อมดื่มในทุกที่
‘อ่านคนไร้ราก (1)’