
การประกาศและบังคับใช้ “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560” เมื่อวันที่ 6 เมษายน มีความสำคัญและทรงความหมายเป็นอย่างสูง
สำคัญเพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด
ทุกคนล้วนเป็น “บทนิยาม” และ “คำจำกัดความ”นี้มาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ “ประถม” จน”อุดมศึกษา”
ทรงความหมายเพราะว่า “รัฐธรรมนูญ” ดำรงอยู่ในสถานะอันเป็นปัจจัย”ใหม่”ในทางการเมือง
เท่ากับได้เคลื่อนเข้าสู่ “ฤดูกาล” อีกฤดูกาล 1
คนเราย่อมสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของแต่ละฤดูกาล จากหนาวเป็นร้อน จากร้อนเป็นฝนตก
เมื่อฤดูกาลเปลี่ยน เสื้อผ้าก็ต้องเปลี่ยน
เมื่อเข้าสู่หน้าฝน กบเขียดย่อมส่งเสียงร้องเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเมฆกำลังเคลื่อนตัว
อีกไม่นานสายฝนก็จะหล่นลงมา
กบเขียดสำหรับฤดูกาลทางการเมือง สัมผัสได้จากการเคลื่อนไหว ของ “นักการเมือง”
ไม่ว่า”เพื่อไทย” ไม่ว่า”ประชาธิปัตย์”
อย่าได้แปลกใจหากแม้กระทั่ง “ชาติไทยพัฒนา” ซึ่งเงียบสงบมาอย่างยาวนาน ยังออกโรง
เพราะ “นักการเมือง” มีความฉับไวต่อ “การเปลี่ยนแปลง”
บทบาทและความหมายของ “รัฐธรรมนูญ” คือสัญญาณสำคัญที่จะนำไปสู่ “การเลือกตั้ง”
เท่ากับปี่กลองเริ่มส่งเสียง
ปี่กลองแห่ง “การเลือกตั้ง” เท่ากับเป็นสัญญาณแห่ง”ประชาธิปไตย”
ตรงนี้แหละที่ “สำคัญ”
คสช.และรัฐบาลอาจเคยชินอยู่กับการเมืองหลังรัฐประหารนับแต่เดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
เพราะมี “อำนาจพิเศษ” อยู่ในมือ
กระนั้น นับแต่วันที่ 6 เมษายนเป็นต้นไป การดำรงคงอยู่แห่ง “อำนาจพิเศษ”ก็จะเริ่มถูกท้าทาย
เหมือนที่เห็นจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 14/2560
เชื่อได้เลยว่ายังจะมีตามมาอีกหลายระลอก หลายระลอก
