E-DUANG : บทบาท ของ จิราพร รังสิมันต์ ตัวอย่างจากเพื่อไทย ก้าวไกล

ความโดดเด่นในสถานการณ์การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดย ไม่มีการลงมติอันมาจาก น.ส.จิราพร สินธุไพร และ นายรังสิมันต์ โรม เป็นความโดดเด่นอันสามารถอธิบายได้
ไม่เพียงเพราะความเป็น”คนรุ่นใหม่” ของ น.ส.จิราพร สินธุไพร และของ นายรังสิมันต์ โรม ในพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล เท่านั้น
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังเป็น”วิธีวิทยา”ในการนำเสนอ
ต้องยอมรับว่า น.ส.จิราพร สินธุไพร เกาะติดต่อกรณีเหมืองทองอัครามาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นในด้านกระบวนการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นในกระบวนการใช้มาตรา 44
ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยก็ให้โอกาสแก่ น.ส.จิราพร สินธุไพร ตั้งแต่ยุค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค กระทั่งมาถึงยุค ของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
การมอบพื้นที่ทางการเมืองให้จึงเป็นโอกาสและเป็นช่องทาง
โอกาสของ น.ส.จิราพร สินธุไพร ในพรรคเพื่อไทยเป็นเช่นนี้ โอกาสของ นายรังสิมันต์ โรม ในพรรคก้าวไกล ก็มิได้มีความแตกต่างกัน
โอกาสและพื้นที่ของ”คนรุ่นใหม่”ในพรรคการเมืองจึงเป็นรูปธรรมอันสร้างความแตกต่างระหว่างพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล เมื่อนำไป เปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่น
ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนคุยว่าพร้อมอ้าแขนโอบรับ”คนรุ่นใหม่”
คำพูดอันสวยหรูเช่นนี้เมื่อมองไปยังสภาพความเป็นจริงก็จะสัมผัสได้ว่า โอกาสของคนรุ่นใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ แตกต่าง จากที่เห็นในพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล
พรรคก้าวไกลแทบไม่จำเป็นต้องกล่าวให้มากความเนื่องจากดำรงอยู่อย่างเป็นตัวแทน”คนรุ่นใหม่”อยู่แล้ว แต่จังหวะก้าวของ
พรรคเพื่อไทยเมื่อมองผ่าน น.ส.จิราพร สินธุไพร ก็เริ่มเห็นเด่นชัด
แต่ละพรรคการเมืองจึงจะประเมินเพียงถ้อยแถลงอันสวยหรูอย่างเดียวย่อมไม่ได้ จำเป็นต้องตรวจสอบความเป็นจริงที่ปรากฏจากคำพูดไปสู่การกระทำ
กรณีของ น.ส.จิราพร สินธุไพร นายรังสิมันต์ โรม คือตัวอย่าง
เป็นตัวอย่างที่คำพูดของพรรคเพื่อไทยมิได้เลื่อนลอย เป็นตัวอย่างที่แถลงของพรรคก้าวไกลมิได้ว่างเปล่า
เมื่อท่านพูด คนจะฟัง แต่เมื่อท่านลงมือทำ คนจะเชื่อมั่น
