bg-single

คาดเดาไม่ออก บอกไม่ถูก | ลึกแต่ไม่ลับ

11.07.2025

ลึกแต่ไม่ลับ | จรัญ พงษ์จีน

คาดเดาไม่ออก บอกไม่ถูก

ผลต่อเนื่องจาก “ศาลรัฐธรรมนูญ” เสียงข้างมาก 9 ต่อ 0 รับคำร้อง และมีมติ 7 ต่อ 2 มีคำสั่งให้ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีลงเป็นการชั่วคราว กรณีที่ 36 วุฒิสมาชิก ยื่นถอดถอนจากมูลเหตุคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาหลุด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งวินิจฉัย

ตามไทม์ไลน์หลังจากนี้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ต้องรอให้ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” ส่งคำหักล้าง เมื่อได้รับแล้ว ต้องยื่นเอกสาร หลักฐานให้แก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้ จากนั้น “ศาลรัฐธรรมนูญ” ต้องทอดเวลา ก่อนลงมติ คาดกันว่าจะได้ไปต่อหรือจอดป้าย ภายใน 60 วัน คือปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคม

หวยออก 2 หน้า สำหรับหมากกระดานนี้ คือ “แพ้” หรือ “ชนะ” ไม่มีผลเสมอ หากเป็นบวกได้ไปต่อ ภายใต้สมการทางการเมืองเสียงสนับสนุนปริ่มน้ำ 261 ที่นั่ง เกินครึ่งหนึ่งเท่าที่มีอยู่เพียง 13-14 เสียง ต้องแก้หมากกันแบบเกมต่อเกม นัดต่อนัดแทบกะพริบตาไม่ได้

แต่หากผลออกมา “ลบ” คือ “ศาลรัฐธรรมนูญ” เสียงข้างมากวินิจฉัยให้ “แพทองธาร ชินวัตร” สิ้นสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเซียนการเมืองเกือบจะทุกสำนักฟันธงตรงกันว่า “เป็นไปได้สูง” ถึง “สูงมาก” หากชำเลืองดูจากมติที่สั่งให้รับคำร้อง 9 ต่อ 0 และสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 7 ต่อ 2 เสียง

แถมให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว แทนที่จะเป็น “บางกรณี” เหมือนเคสของ “ทวี สอดส่อง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในส่วนที่กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ “ดีเอสไอ”

คาดเดาไม่ออก บอกไม่ถูก ว่าหวยจะออกหน้าไหน แต่สุดท้ายแล้วหากผลของคดีออกมา “เชิงลบ” กับประมุขฝ่ายบริหาร โดย “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยด้วยเสียงข้างมากว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)

คำจำกัดความที่ว่า “เฉพาะตัว” จะไม่ทำให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง มีเพียง “อุ๊งอิ๊ง” คนเดียวที่หลุดวงโคจร แต่คณะรัฐมนตรีที่เหลือทั้งหมดยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จนกว่าจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่และนายกฯ คนใหม่แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่

เข้าข่ายเดียวกับ “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกฯ คนที่ 30 ที่พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ซึ่ง “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) ซึ่ง ครม.ชุด “เศรษฐา 1” อยู่รักษาการกันเต็มคณะ จนกระทั่งสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือก “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31

ทีนี้ตามไปดูสถานีต่อไป หาก “อุ๊งอิ๊ง” ยางแตก “สภาผู้แทนราษฎร” ต้องตีกรรเชียงกลับไปเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ตามช่องทางแห่งมาตรา 159 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 คือมีสัญชาติไทย มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

“และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่แจ้งไว้ตามมาตรา 88 เฉพาะจากรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร”

เปิดทำเนียบนาม บุคคลที่เข้าเกณฑ์มาตรา 159 จาก “ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่แจ้งไว้ และต้นสังกัดมีสมาชิกอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละห้า” ที่หลงเหลืออยู่ น้อยมาก

เรียงลำดับไหล่พรรคต้นสังกัด โดนปืนลั่นไส้แตกกันระนาว ตั้งแต่ “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตามด้วย “นายเศรษฐา ทวีสิน” บัญชีชื่อจากพรรคเพื่อไทย และ “แพทองธาร ชินวัตร” หากโดนเป็นรายที่ 3 เข้าอีกคน

จะเหลือบุคลากรที่เข้าเกณฑ์อยู่เพียง 1. “นายชัยเกษม นิติสิริ” จากพรรคเพื่อไทย 2. “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 3. “นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ 4. “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” พรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ “บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หลังเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 เข้าข่ายเพราะสมาชิกได้รับเลือกตั้งมา 36 เสียง แต่ตอนนี้แยกไปอยู่ “พรรคกล้าธรรม” เสียจำนวนหนึ่ง เหลือเพียง 19 ที่นั่ง เลยไม่เข้าเงื่อนไข และที่จะเป็นเชนคัมแบ็กได้อีกคนคือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” องคมนตรี ที่มีชื่อจากบัญชีชื่ออันดับหนึ่งจาก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” แต่เชื่อว่า “ลุงตู่” แกไปดีแล้วไม่น่าจะหันหลังกลับ

จากเงื่อนไข ฐานเสียงของรัฐบาล “อิ๊งค์ 2” หรือ “อ้วน 1” ไม่ได้ทิ้งกันเป็นทุ่งๆ แต่ “ปริ่มน้ำ” แถมมีมือดีพบลายแทงลับ และแอบลองของได้ผลดีเกินคาดกับ “เกมสภาล่ม” ที่น่าจะหยิบมาเปิดปฏิบัติต่อเนื่องจากนี้ไป เป้าหมายคือเขย่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

ขณะเดียวกัน “ค่ายสีน้ำเงิน” ที่ถูกเขี่ยพ้นทางปืนในช่วงเวลาสำคัญ มีข่าวถูกปล่อยออกมาว่าไป “ดีลลับ” กับ “พรรคสีส้ม” แอบจับมือกันดัน “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” ขึ้นลิฟต์เป็นนายกรัฐมนตรี กึ่งเฉพาะกิจ กล่าวคือ “พรรคประชาชน” พร้อมยกมือสนับสนุน “น.หนู” แต่จะไม่ส่งคนมาเป็นรัฐมนตรี แต่มีข้อแม้ว่า เป็นแค่ 6 เดือนแล้วยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งกันใหม่

อย่างไรก็ตาม ลาภ ยศ สรรเสริญ มันเหมือนหมอกควัน “เสี่ยหนู” มีแนวโน้มที่จะจั่วลมฟรี ชักตะพานแหงนเก้ออีกหน เมื่อจู่ๆ “นายชัยเกษม นิติสิริ” ไพ่ใบสุดท้ายของเพื่อไทย ที่ก่อนหน้านี้ หลัง “นายเศรษฐา ทวีสิน” โดนศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ อาการแกกระปอดกระแปด ผลต่อเนื่องมาจากเกิดสโตรกระหว่างหาเสียงช่วงเลือกตั้งใหญ่

ปาฏิหาริย์กลับมีจริง จู่ๆ อดีตอัยการสูงสุดเก่า ออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวฉอดๆ ตอบโต้ตาต่อตาฟันต่อฟันได้ทุกเรื่องราว นอกจากนี้แล้ว ยังโดนนักกล้ามเข้าสิงโชว์ฟิต แอนด์เฟิร์ม ให้ดูชมเต็มคาราเบล

“ถ้าแพทองธาร ชินวัตร โดนสอย นายกฯ คนที่ 32 ชื่อชัยเกษม นิติสิริ ครับ”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)