bg-single

นายกรัฐมนตรีคนนอก ? | ลึกแต่ไม่ลับ

18.07.2025

ลึกแต่ไม่ลับ | จรัญ พงษ์จีน

นายกรัฐมนตรีคนนอก

สถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้ ยังถูกโฟกัสไปที่ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ว่าจะอยู่รอดปลอดภัย ได้ไปต่อ หรือจอดป้าย หาก “ศาลรัฐธรรมนูญ” เสียงข้างมากมีคำวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)

จากกรณี 36 สว.เข้าชื่อกันยื่นถอดถอน ชนวนเหตุจากคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และ “ศาลรัฐธรรมนูญ” เสียงข้างมาก 9 ต่อ 0 รับคำร้องไว้พิจารณา กับ 7 ต่อ 2 มีคำสั่งให้ “น.ส.แพทองธาร” หยุดปฏิบัติหน้าที่ลงเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม

ตามโปรแกรม เมื่อศาลฯ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 16 กรกฎาคม ทั้งนี้ “น.ส.แพทองธาร” ได้เลื่อนคำชี้แจงข้อกล่าวหาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะยื่นใหม่ภายใน 15 วัน หรือไม่เกินวันที่ 31 กรกฎาคม จากนั้นต้องส่งคำแก้ข้อกล่าวหาให้วุฒิสภาหักล้างภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 16 สิงหาคม

เมื่อแล้วเสร็จ ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องส่งคำหักล้างข้อกล่าวหาของ สว.ให้ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” เพื่อยื่นแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้อีกครั้งภายใน 15 วันหรือภายในวันที่ 31 สิงหาคม หลังจากนั้น ศาลฯต้องทอดเวลาสรุป เพื่อลงมติวินิจฉัย เบ็ดเสร็จไปๆ กลับๆ คาดว่ากระบวนการชี้ขาดจะใช้เวลาประมาณ 60 วันจะรู้ผล หมู่หรือจ่า ว่า “ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว” จอดป้ายหรือได้ไปต่อ น่าจะสะเด็ดน้ำในช่วงปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคม

กรณีที่ “ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง” สภาผู้แทนราษฎรต้องโฉบไปเข้าโหมด “การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี” ตามมาตรา 88 ที่บัญญัติเอาไว้ว่า เมื่อมีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏรเป็นการทั่วไป ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง แจ้งรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่า จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฏรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อต่อคณะกรรมการเลือกตั้งก่อนปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศรายชื่อบุคคลดังกล่าวให้ประชาชนทราบ ซึ่งพรรคการเมืองจะไม่เสนอรายชื่อบุคคลเพื่อให้พิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้

“แต่ในกรณีที่พรรคการเมืองมีการแจ้งรายชื่อบุคคลดังกล่าวแล้ว พรรคการเมืองจะถอนหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้” โดยพรรคการเมืองที่มีสิทธิเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณานั้น จะต้องมี ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

ขอย้ำอีกครั้ง รายชื่อบุคคลซึ่งพรรคการเมืองแจ้งไว้เพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 และเข้าข่ายพรรคต้นสังกัดได้รับเลือกตั้งเกินร้อยละ 5 ประกอบด้วย 1. “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” พรรคก้าวไกล 2.”นายเศรษฐา ทวีสิน” 3. “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” 3. “นายชัยเกษม นิติสิริ” พรรคเพื่อไทย 4.”นายอนุทิน ชาญวีรกูล” พรรคภูมิใจไทย 5. “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” พรรคพลังประชารัฐ 6.”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” 7. “นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” พรรครวมไทยสร้างชาติ และ 8. “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” พรรคประชาธิปัตย์

แต่ชะตากรรมต้องกัน มีอันเป็นไปตามๆ กัน เริ่มจาก “นายพิธา” พรรคต้นสังกัดคือ ก้าวไกล โดนยุบ ตัวเองถูกตัดสิทธิทางการเมือง ขณะที่ “นายเศรษฐา” ที่เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันมากที่สุด ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ต้องหลุดพ้นจากสนามแม่เหล็กไปอย่างน่าเสียดาย

ขณะที่ “บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร” พรรคต้นสังกัดคือ พลังประชารัฐ ตอนศึกเลือกตั้งได้ ส.ส.มา 36 ที่นั่ง เข้าเกณฑ์ร้อยละ 5 แต่พรรคแตก แยกขั้วออกไปสังกัดพรรคกล้าธรรม เสียจำนวนเกินครึ่งเหลือเพียง 19 ที่นั่ง คุณสมบัติเลยบกพร่องไปอัตโนมัติ

ส่วน “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์” ที่ผลสำรวจของ “นิด้าโพล” งวดล่าสุด แฟนคลับยังคับคั่ง ในกรณีที่ “อุ๊งอิ๊ง” ต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากเผชิญปัญหาทางการเมือง ร้อยละ 32.82 อยากให้ “บิ๊กตู่” ในฐานะบัญชีชื่อจากพรรครวมไทยสร้างชาติกลับมาอีกครั้ง แต่มีการท้วงติงว่าไม่ได้แล้ว ไม่ใช่เพราะดำรงตำแหน่งองคมนตรี แต่ไฟต์บังคับมาจากกรอบรัฐธรรมนูญที่บางฝ่ายมองว่า เนื่องจาก “ลุงตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 9 ปี เข้าตามกฎต้องห้ามของรัฐธรรมนูญ ซึ่งล็อกกระดานเอาไว้ เพียง 8 ปี

ที่เหลืออยู่ในข่าย จึงเหลือเพียง 1. “นายชัยเกษม นิติสิริ” คนที่ 3 จากพรรคเพื่อไทย 2. “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” จากภูมิใจไทย 3. “นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และ 4. “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” จากพรรคประชาธิปัตย์ มีเพียง 4 รายเท่านั้นที่จะสามารถเข้าชิงชัย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทยได้

ตามทฤษฎีงานแนวร่วม “เสี่ยหนู-อนุทิน” น่าจะกุมความได้เปรียบมากกว่าใครเพื่อน เพราะเวลานี้ ไปเป็นพันธมิตรกับ “พรรคประชาชน” หรือ “ก้าวไกล” เดิม รวมพลัง 69 เสียง +143 เป็น 212 เสียงอยู่ในมือ แล้วดึง “รวมไทยสร้างชาติ” ที่เบื้องหลังแอบผูกมิตรไมตรีกันแนบแนวในช่วงนี้มาสมทบอีก 35 เสียง รวมเป็น 247 และนิมนต์ “พลังประชารัฐ” ของ “ลุงป้อม” มาเสริมใยเหล็กอีก 19 เสียง ฐานเสียงแข็งโป๊ก 266 ที่นั่ง โดย “เสี่ยหนู” เป็นนายกฯ คนที่ 32 ได้โดยพลัน

แต่ “เสี่ยหนู” และ “ภูมิใจไทย” มีสิทธิ์เดินเหยียบสายไฟช็อกตาตั้งไปได้ดื้อๆ เช่นเดียวกัน การจับมือกับ “พรรคส้ม” แม้ชะตาจะเกื้อกูลกันได้ดีก็จริง แต่เป็นของแสลงในภายหลังได้ เชื่อว่า “ค่ายสีน้ำเงิน” ระดับขี่เมฆไม่กล้ากระโดดใส่ในเวลานี้ แม้จะหิวโหยอำนาจมากก็ตาม

หวยล็อกทางการเมืองของไทย หาก “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 170 ในช่วงหลายเดือนกันยายน หรือต้นตุลาคม

“นายชัยเกษม นิติสิริ” บัญชีชื่อคนสุดท้ายจากค่ายเพื่อไทย ยังเป็นเต็งหนึ่ง โดยแนวร่วมเดิมๆ ทั้งหมด

กรณีที่เจอทางตัน ก็ยังมีอีกหนึ่งทางออก ตามช่องทาง “มาตรา 5” วรรคสอง “นายกรัฐมนตรีคนนอก”

ฉบับหน้าจะรวบรวมรายชื่อ “คนนอก” ว่าใครเป็นใครจากหลายวงการ เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมาให้ดูชม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)