bg-single

หนอนโสโครก “ตระบัดสัตย์” | ลึกแต่ไม่ลับ

01.08.2025

ลึกแต่ไม่ลับ | จรัญ พงษ์จีน

หนอนโสโครก “ตระบัดสัตย์”

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา คลี่คลายไปได้ “ระดับหนึ่ง” ภายหลัง “นายภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย กับ “นายฮุน มาเนต” นายกฯ กัมพูชา เปิดโต๊ะเจรจากัน ตามคำเชิญของ “นายอันวาร์ อิบราฮิม” นายกฯ มาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน โดยมี 2 มหาอำนาจ “สหรัฐ-จีน” ร่วมเป็นสักขีพยาน

จบลงด้วยข้อสรุป 3 ประการ 1. “ไทย-กัมพูชา” หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข มีผลตั้งแต่ 24.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2. จัดประชุมไม่เป็นทางการระหว่างแม่ทัพภาคที่ 1 และ 2 ของไทย กับกองกำลังภาคที่ 4 และ 5 ของกัมพูชา 3. จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปของไทย-กัมพูชา เพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้งทวิภาคี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม ที่กรุงพนมเปญ

แต่ “ฮุน เซน” หนอนโสโครกยังไง “ฮุน มาเนต” สายพันธุ์เดียวกันยังงั้น จรดปากกาลงนามประกาศหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขปั๊บ ตระบัดสัตย์ทันตาเห็น คล้อยหลังไม่กี่อึดใจ ปากว่าตาขยิบไฟเขียวให้ลูกหาบละเมิดข้อตกลง โดยใช้อาวุธระดมยิงมายังฝ่ายไทยไม่หยุด กระหน่ำเข้ามาในหลายพื้นที่ ทหารฝ่ายไทยต้องตอบโต้อย่างเด็ดขาด และเหมาะสมเพื่อปกป้องอธิปไตยและชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์

แม้ “ฮุน เซน” จะเหลี่ยมจัด ต้นตำรับมนุษย์เจ้าเล่ห์ แต่งานนี้ถือว่า “โง่งมโข่ง” จังหวะที่กำลังย่ามใจอยู่นั้น “ฝ่ายกองทัพไทย” บก-เรือ-อากาศที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ตามแนวชายแดน “ได้รับใบสั่งจาก…” ให้เอาพื้นที่ของไทยที่ทหารเขมรล่วงล้ำก้ำเกินกลับคืนมาทั้งหมด ทุกตารางนิ้ว ตูมเดียว 2 พันขีดเรียบร้อยราบคาบทุกพื้นที่

ประเทศไทยมีพื้นที่เขตแดนติดกับประเทศกัมพูชาอยู่ทั้งหมด 7 จังหวัด 20 อำเภอ ประกอบด้วย อุบลราชธานี 2 อำเภอ ศรีสะเกษ 3 อำเภอ สุรินทร์ 4 อำเภอ บุรีรัมย์ 2 อำเภอ สระแก้ว 4 อำเภอ จันทบุรี 2 อำเภอ และตราด 3 อำเภอ

ปฏิบัติการยึดพื้นที่ 5 วันหลังปืนแตก สะเด็ดน้ำคืน “หมาเห่า” สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด 11 พื้นที่ ได้แก่ “ภูมะเขือ-ช่องอานม้า-ปราสาทตาเมือนธม-ปราสาทตาควาย-แนวเขตแดนช่องบก-ปราสาทโดนตวล-สัตตะโสม-ช่องจอม-ช่องสายตะกู-พระวิหาร-พลาญยาว”

“ภารกิจปกป้องชายแดน” คาบนี้ คนไทยทั้งประเทศ ทุกหมู่เหล่า พากันแซ่ซ้อง ยกย่อง เชิดชูทหารกล้าทุกนาย ที่อุทิศชีวิต เลือดเนื้อเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย และประชาชนชาวไทย วีรกรรมและความกล้าหาญ จะถูกจดจำไปอีกนาน เพื่อนำไปเล่าต่อยังรุ่นลูกรุ่นหลาน

ตอนนี้ถือว่า “ทหาร-กองทัพ” กำลังเดินสวนสนาม กลับมาผงาดก้าวสู่ยุคขาขึ้นอีกคำรบ ตรงกันข้ามกับ “นักการเมือง” ใน พ.ศ.ปัจจุบัน เดินย้อนศร สู่วังวนยุค “ขาลง” ช่วงนี้ สารภาพตรงๆ “นักการเมือง” ครองอำนาจ คนไทยทั้งชาติ ตกที่นั่งลำบาก บอบช้ำอย่างหนักกับทุกเรื่อง ไม่ว่า “หุ้น-เศรษฐกิจ -พืชผลการเกษตรตกต่ำกราวรูด-ปัญหาสังคม” หรืออื่นๆ ทำท่าจะกู่กลับยาก

ถือว่า ถูกต้องตามความน่าจะเป็น ด้วยเงื่อนไขดังกล่าว ขณะนี้คนไทยส่วนใหญ่พากันส่งสัญญาณอยากจะเปลี่ยนฮวงจุ้ย สถานการณ์มันเป็นใจ ดังที่ชี้ช่องไว้เมื่อฉบับก่อนว่า มนุษย์เลือกตั้ง ก็มีปัญหาน่าหนักใจทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะ 3 พรรคใหญ่

“เพื่อไทย” ขณะที่ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” อยู่ในช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ลงเป็นการชั่วคราว รอชี้ขาดจอดป้ายหรือได้ไปต่อในช่วงเดือนกันยายน “พ่อนายกฯ-ทักษิณ ชินวัตร” อยู่ระหว่างลุ้นเสียวกับคดี 112 ที่ศาลมีนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 22 สิงหาคม ตามด้วย “คดีป่วยทิพย์ชั้น 14” ตามมาติดๆ

“พรรคเพื่อไทย” และ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม โดนร้องว่า ปล่อยให้ “ทักษิณครอบงำพรรค” หลังจากเปิดบ้านพักจันทร์ส่องหล้าให้แกนนำไปรวมพลกันฟอร์มรัฐบาลใหม่ หากคดีถึงที่สุด 6 พรรคการเมืองที่อยู่ในบัญชีถูกยื่นร้อง อาจถูกยุบพรรคก็ได้

ส่วน”ภูมิใจไทย” ติดจั่นกับคดี “ฮั้วเลือก ส.ว.” ซึ่งมีชื่อผู้เกี่ยวข้องร่วมขบวนการโดนกล่าวหามากถึง 229 คน และจำนวนไม่ใช่น้อยๆ 91 รายเป็นเครือข่ายหลายแถวจาก “ค่ายสีน้ำเงิน”

เช่นเดียวกัน “ค่ายสีส้ม-ประชาชน” ล็อตสุดท้ายกับคดีที่ร่วมกันเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตกที่นั่งเสือลำบากอีก 44 คน ฐานฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง

สรุป ทั้ง “เสื้อแดง-สีน้ำเงิน-ค่ายเสื้อส้ม” ไม่มีใครเสียเปรียบใคร “ศีลเสมอกัน” โอกาสโดนเช็กบิลพอๆ กัน และล่าสุด งวดเข้าอีกขั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 มีคำสั่งให้ขยายเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในวันที่ 4 สิงหาคม เป็นครั้งสุดท้าย ในคดีคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ที่กลุ่ม 36 ส.ว.ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยว่า ความเป็นนายกฯ ของ “น.ส.แพทองธาร” สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่

กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมากมีมติให้ไปต่อ “อุ๊งอิ๊ง”สามารถคืนสู่ตึกไทยคู่ฟ้าบริหารประเทศต่อไปได้ แต่กรณีโดนถอดถอน ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ตามช่องทางมาตรา 88 สภาผู้แทนราษฎรต้องโหวตจากบัญชีชื่อที่พรรคการเมืองเสนอไว้ ที่ยังเหลืออยู่ในเวลานี้ ประกอบด้วย “นายชัยเกษม นิติสิริ” เพื่อไทย “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” พรรคภูมิใจไทย “นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” พรรครวมไทยสร้างชาติ “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” พรรคประชาธิปัตย์ แต่ทั้ง 4 คนที่จะขึ้นแป้นนายกฯ คนที่ 32 ล้วนมีปัญหา ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก ไม่เว้นแม้ 2 ตัวเต็ง “นายชัยเกษม” หรือ “อนุทิน”

ตอนแรกไม่เชื่อ ตอนนี้เริ่มเชื่อว่า สถานการณ์ทางการเมืองชั่วโมงนี้ติดล็อก มืดแปดด้านไปหมด 3 พรรคหัวแถวกำลังจะสะดุดในช่วงเวลาสำคัญกันอย่างพร้อมเพรียง การเมืองมีแนวโน้มเกิดสุญญากาศ มีโอกาสลมเปลี่ยนทิศต้องพึ่งบริการ “นายกฯ คนนอก”

“คนนอก” มีหลายช่องทาง แต่ที่น่าจะหนักใจ ดังที่บอกไว้ในเบื้องต้น หลังปฏิบัติการพิทักษ์รักษาชายแดนไทยเอาไว้ได้ทุกตารางนิ้ว พระเอกคือ “ทหาร” ขณะที่ “นักการเมือง” เหมือนขอนไม้ไร้ค่า ประชาธิปไตยไทยทำท่าจะไหวเอนดุจต้นอ้ออีกครั้ง

คนไทยแซ่ซ้องร้องหาทหารกันมากขึ้น ยาแรงก็มาโดยการ “ยึดอำนาจ” สิครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)