ลึกแต่ไม่ลับ | จรัญ พงษ์จีน
“สมรภูมิการเมือง” องศาเดือด
“สมรภูมิทางการเมือง” ช่วงนี้ ร้อนระอุองศาเดือด เรียงร้อยเหงือกเป็นตับ รอระเบิด ตัดริบบิ้น “คิวแรก” จองกฐินโดยคนชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นจำเลยในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 22 สิงหาคม หลังทนายจำเลยได้แถลงต่อศาลขอยุติการเบิกพยานบุคคลที่เหลือ
และ “ทักษิณ” ต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตนเองในฐานะจำเลย ซึ่งคณะนี้เจ้าตัวค่อนข้างมั่นใจ เพราะเป็นคดีค้างเก่า เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ประจักษ์พยานพร้อมเพรียง ไม่เข้าข่ายมาตรา 112
สถานีต่อไป 9 กันยายน เจ้าภาพยังคนหน้าเดิม “ศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” มีคำสั่งให้ อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” เดินทางมาฟังคำสั่ง “คดีชั้น 14” พร้อม “นายมานพ ชมชื่น” ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวน โดยเรียกพยานบุคคล 31 ปากเบิกความ “อาจารย์วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกฯ และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ขึ้นเบิกความเป็นปากสุดท้ายในฐานะพยานของฝ่ายจำเลย
กล่าวสำหรับคดีของอดีตนายกฯ คนที่ 23 ทั้ง “หนึ่งและสอง” หากตั้งอธิษฐานหลวงปู่ช่วยลูกช้าง ออกมาเชิงบวก “รอดตัว” ถือว่าปาฏิหาริย์เกินคำบรรยาย เจ้าตัวคงหมดทุกข์ หมดโศก ทุกอย่างคลี่คลายตามกาลเวลา “นักร้อง” ทั้งหลายแหล่ต้องพากันเงิบตามๆ กัน และบทบาททางการเมืองจะเพิ่มความขมังเวท
มีมรรคผลต่อความอยู่รอดของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเขาเป็นผู้มีบทบาท และมีอิทธิพลต่อรัฐบาลเพื่อไทยสูงที่สุด ดังนั้น ชะตากรรมในวันที่ 22 สิงหาคม และ 9 กันยายนเป็นดัชนีชี้วัดสถานะรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยค่อนข้างสูง
หากออกมา “เชิงลบ” จะเป็นการส่งสัญญาณอันตรายต่อการพังทลายทั้ง รัฐบาล “เสียงปริ่มน้ำ” และนำพามาซึ่งความอ่อนแอของพรรคเพื่อไทยในอนาคตทันที โดยเฉพาะศึกเลือกตั้งใหญ่
พักเบรก แป๊บหนึ่ง หน่อยเดียว ถึงคิว “ลูก-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” ที่ถูกกลุ่ม 36 ส.ว.ยื่นถอดถอน และ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีมติด้วยเสียงข้างมากให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีลงเป็นการชั่วคราว และมีคำสั่งยุติการส่งเอกสารคำหักล้างแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อย ระหว่างนี้ส่งหลักฐานแก้ข้อกล่าวหาให้ ส.ว. คาดหมายกันว่า ช่วงเดือนกันยายน ไทม์ไลน์น่าจะกลางเดือน “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะลงมติได้ไปต่อ
หรือความเป็นนายกรัฐมนตรีของ “น.ส.แพทองธาร” สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)
“เจริญพรคุณโยม” วันเวลาใกล้เคียงกัน “สมรภูมิการเมือง” มีประเด็นดราม่าไม่เฉพาะ “สองพ่อลูก” ค่ายเพื่อไทย แต่ อุ้มหม้อน้ำร้อนเดือด หัวไม่วางหางไม่เว้น กันอย่างเสมอหน้าทุกพรรค “ค่ายภูมิใจไทย” ของ “ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ” ตกอยู่ในวังวนอันตราย กับ “คดีฮั้ว ส.ว.” ที่คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ได้สรุปผลการไต่สวน ลงความเห็นเสนอดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ถูกกล่าวหา รวม 229 ราย แบ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่ได้รับการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน 138 ราย กรรมการพรรคค่ายสีน้ำเงิน และเครือข่ายจำนวน 91 ราย
ข้อหาในสำนวน หนักหน่วงไม่ใช่น้อยๆ ฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ตามมาตรา 70, 36, 62, 76 โดยเฉพาะมาตรา 76 ซึ่งห้ามไม่ให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในพรรคการเมือง เหมาเข่งทั้ง ส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไปช่วยเหลือบุคคลใดได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว. หรือทำให้ไม่ได้รับเลือก โทษมีทั้งจำคุก 1-10 ปี ปรับ 2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง และ “ยุบพรรค”
ระหว่างนี้ เผือกร้อนว่าด้วย “ฮั้ว ส.ว.” อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาส่งสำนวนเข้าสู่คณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่ 7 คนสรุปผล เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด
ขณะที่ “ค่ายสีส้ม-ประชาชน” ชะตากรรมตกที่นั่งเดียวกัน “44 ส.ส.ก้าวไกลเดิม” ที่ร่วมกันลงชื่อ เสนอร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนจำนวน 5 ฉบับ รวมถึงร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต่อมาถูกร้องเรียนว่า “อาจเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
ซึ่ง “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีคำสั่งให้ยุบพรรคก้าวไกลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้มีการยื่นร้องซ้ำต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้ตรวจสอบเอาผิดทางจริยธรรมต่อ ส.ส.พรรคก้าวไกลเดิมจำนวน 44 คนว่าร่วมกันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม
ขณะนี้ก็ใกล้จะได้ข้อยุติว่า 44 ส.ส.ก้าวไกลจะได้ไปต่อหรือจอดป้าย เรื่องอยู่ระหว่างองค์คณะพิจารณาคำร้องขอต่างๆ ที่ผู้ถูกกล่าวหาใช้ประกอบการชี้แจง จวนจะสรุปสำนวนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
นอกจากนี้แล้ว ยังมีของแถมอีกหนึ่งปมเงื่อน ว่าด้วยพรรคเพื่อไทยและ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ที่ถูกยื่นร้องว่า ปล่อยให้ “ทักษิณ” ชี้นำ ครอบงำพรรค หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากมีมติให้ “นายเศรษฐา ทวีสิน” พ้นจากตำแหน่งนายกฯ แกนนำพรรคร่วมเดินทางไปรวมตัวกันที่บ้านจันทร์ส่องหล้า และคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต.ได้สรุปความผิดออกมาแล้ว หากมีความผิดร่วม พรรคที่ถูกร้องจะถูกยุบทุกพรรค
สรุปสมรภูมิทางการเมืองในตอนนี้ ทุกค่ายโดนวิญญาณร้ายเข้าสิง สุ่มเสี่ยง และอาการหนักพอๆ กันทุกพรรค มากหรือน้อย ระดับมดกัด หรือไส้แตก เชื่อว่าต้องโดนกันอย่างเสมอหน้า
โอกาสที่การเมืองไทยจะเจอทางตัน ในช่วงต้นเดือนตุลาคมมีเปอร์เซ็นต์สูงมากไม่น้อยเลยทีเดียว
หวยล็อก จึงทำท่าจะออกที่ “คนนอก” ครับ
