bg-single

ชะตากรรม “แพทองธาร ชินวัตร” | ลึกแต่ไม่ลับ

22.08.2025

ลึกแต่ไม่ลับ | จรัญ พงษ์จีน

ชะตากรรม “แพทองธาร ชินวัตร”

รวดเร็วดุจแสง ดุจเงา ดั่งลม ชะตากรรมของนายกรัฐมนตรีคนที่ 31″น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” กรณีที่ “กลุ่ม 36 ส.ว.” เข้าชื่อกันยื่นถอดถอน ชนวนคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ประเด็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามไทม์ไลน์หัสเดิมคาดกันว่า

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ลงเป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 16 กรกฎาคม ซึ่งเจ้าตัวขอเลื่อนยื่นชี้แจงใหม่ภายใน 15 วัน หรือไม่เกินวันที่ 31 กรกฎาคม จากนั้นส่งคำแก้ข้อกล่าวหาให้วุฒิสภาหักล้างภายใน 15 วัน หรือวันที่ 16 สิงหาคม เมื่อสำเร็จเสร็จสรรพ ศาลรัฐธรรมนูญจะส่งคำหักล้างกลับให้ “น.ส.แพทองธาร” เพื่อยื่นแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายใน 15 วัน หรือไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคม

เซียนทุกสำนัก กูรูกฎหมายทุกค่าย ฟันธงไปทิศทางเดียวกันว่าจากไทม์ไลน์ขาไป และขากลับของคำชี้แจง-แก้ต่าง บวกด้วยการทอดเวลาของศาลฯ ในการอ่านคำวินิจฉัย น่าจะปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคม แต่ที่ไหนได้ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ได้ประชุมปรึกษาคดี คำร้องขอให้วินิจฉัยตามมาตรา 170 วรรคสาม ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้วยข้อกล่าวหา ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา กำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลจำนวน 2 ปาก คือผู้ถูกร้อง (น.ส.แพทองธาร) และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ เวลา 10.30 น. พยานบุคคลที่ศาลฯ เรียกหากไม่มาตามกำหนดนัด ถือว่าไม่ติดใจเป็นพยานบุคคล และให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องที่ประสงค์จะแถลงปิดคดียื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันที่ 28 สิงหาคม หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่น

“ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 09.30 น. นัดอ่านคำวินิจฉัย เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดีชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ”

ก่อนที่จะถึงวันเช็กบิล ในวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบปีที่ 39 ของเจ้าตัวพอดี ศาลรัฐธรรมนูญยังเปิดโอกาสให้ “แพทองธาร” เดินทางไปไต่สวนพยานบุคคลอีกครั้ง ในฐานะ “ผู้ถูกร้อง” แต่เชื่อได้ว่า จะไม่ไปเอง ส่งทนาย หรือบุคคลอื่นไปเป็นพยานแทน

สถานีสุดท้ายคือวันที่ 29 สิงหาคม ถือว่า หักปากกาเซียน โปรแกรมเร็วกว่าที่คาดกันไว้จากเดิมมาก หวยออก 2 หน้า คือ “รอด” กับ “ไม่รอด” ไม่มีเสมอ หากผลออกมา ไม่ผิด “แพทองธาร” ได้ไปต่อ แต่จะเผชิญกับแรงกดดันจากม็อบสารพัดกลุ่ม มีมารผจญ ชนิดโงหัวไม่ขึ้น ซึ่งพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเผชิญ และเตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว

ทีนี้มาโฟกัสไปยังสถานการณ์ “ไม่รอด” กรณีศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จะ 5 ต่อ 4 หรือ 6 ต่อ 3 หรือ 7 ต่อ 2 หรือ 9 ต่อ 0 ความเป็นนายกรัฐมนตรีของแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง ฐานไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต และฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง รถบัสยางแตก “อุ๊งอิ๊ง” ต้องกระเด็นตกเก้าอี้นายกฯ ปิดฉากชีวิตทางการเมือง กลับบ้านไปเลี้ยงลูก

“น.ส.แพทองธาร” และรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองหลายรูปลักษณ์ หนึ่งคือ เครือข่าย “ตระกูลชินวัตร” คนที่ 4 ที่กระเด็นกระดอนจากเก้าอี้ เริ่มจาก “ทักษิณ ชินวัตร” ตามด้วย “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” เขย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และ “แพทองธาร ชินวัตร”

และเป็นรายที่ 5 จากเครือข่าย “เพื่อไทย” ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยเสียงข้างมากพ้นจากตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่ 1 “นายสมัคร สุนทรเวช” นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกฯ คนที่ 28 “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกฯ คนที่ 30 และ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” นายกฯ คนที่ 31

ก่อนวันชี้ชะตา 29 สิงหาคม “อุ๊งอิ๊ง” มี 2 ออปชั่นให้เลือก หนึ่งคือ “ชิงลาออก” ก่อนศาลฯ วินิจฉัย หากไขก๊อกก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คดีจะถูก “จำหน่าย” เพราะ “ศาลฯ ไม่สามารถวินิจฉัยสถานะของผู้ที่ไม่ใช่รัฐมนตรีอยู่แล้วได้” เช่นเดียวกับเคสของ “นายพิชิต ชื่นบาน” เมื่อเป็นเยี่ยงนี้ จะไม่มีสถานะความผิดทางศาลรัฐธรรมนูญ เรียกว่า “รอดในแง่คดี”

สองคือ “ไม่ลาออก” รอฟังคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลฯ วินิจฉัยว่ากระทำความผิดทางรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ทางกฎหมายคือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต แต่หากวินิจฉัยว่า “แพทองธาร” ไม่มีความผิด จะสามารถดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไปได้

กรณีที่ว่า “ไม่รอด” หรือ “จอดป้าย” ในวันที่ 29 สิงหาคมตอนบ่ายๆ “สภาผู้แทนราษฎร” ต้องตีกรรเชียงกลับไปเริ่มนับหนึ่งกันใหม่จากสารตั้งต้นแห่งมาตรา 88 หมวด “การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี” ห้องเครื่องตามไฟต์บังคับ “จากรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคการเมืองแจ้งไว้เพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” พรรคละไม่เกิน 3 คน และจะต้องมี ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้เหลือบุคคลที่เข้าสเป๊กอยู่น้อยมากๆ ประกอบด้วย 1. “นายชัยเกษม นิติสิริ” คนที่ 3 พรรคเพื่อไทย 2. “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” พรรคภูมิใจไทย 3. “นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รวมไทยสร้างชาติ และ 4. “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” พรรคประชาธิปัตย์ สมรภูมิผู้นำประเทศไทยตอนนี้ขัดสน มีแต่ทางน้ำออก ไม่มีทางน้ำเข้า แถมฝนไม่ตกลงมาเท่าที่ควร บึงใหญ่เลยเกิดความเหือดแห้ง ขาดท่านผู้นำ

เข้าใจได้ครับ สถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้ “รัฐบาล-แพทองธาร-พรรคเพื่อไทย” อยู่ในช่วงขาลงสุดขีด ใคร หน้าไหนจะยัดเยียดความอะไรให้ ใส่สีตีไข่ยังไงชาวบ้านเชื่อหมด “กระแสนิยมตกต่ำหนักมาก”

ฉะนั้น ก่อนวันชี้ชะตา วันที่ 29 สิงหาคม ฟันธงว่า “อุ๊งอิ๊ง” เลือกที่จะชิงลาออกครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน โกหน่อง
แม่น้ำเปื้อนพิษ ‘อนุทิน 2’ เมิน
พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี
คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น
รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา