ภูมิใจไทย-ภูมิใจ ‘เนื้อหอม’ ‘นักการเมือง’ แห่ซบ ใต้หวัง 30 ส.ส.-ลุ้นเป้าที่ 1 ‘ประเทศ’
บทความในประเทศ
ภูมิใจไทย-ภูมิใจ ‘เนื้อหอม’
‘นักการเมือง’ แห่ซบ
ใต้หวัง 30 ส.ส.-ลุ้นเป้าที่ 1 ‘ประเทศ’
นับตั้งแต่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดย “นายกฯ หนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. สามารถพลิกขั้วกลับมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ต้องยอมรับว่าขณะนี้ พรรคภูมิใจไทย “หัวกระไดไม่แห้ง”
เป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่กำลังเนื้อหอมสุดสุด เห็นได้ชัดว่าตลอดช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มก๊วนการเมือง อดีต ส.ส. กลุ่มบ้านใหญ่ ต่างทยอยประกาศตัวย้ายมาร่วมงานการเมือง ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย สวมเสื้อสีน้ำเงินกันอย่างคึกคัก
เพื่อเตรียมความพร้อมในการสู้ศึกสนามการเลือกตั้งใหญ่ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2569 ซึ่งสอดคล้องตามข้อตกลงว่ารัฐบาลจะยุบสภาภายใน 4 เดือน และเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งทันที
แน่นอนว่าหากดูจากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ วิเคราะห์กันว่าสนามการเลือกตั้งครั้งหน้า การแข่งขันในแต่ละพื้นที่ เชื่อว่าจะต้องเข้มข้นแน่นอน เพราะทุกพรรคการเมืองต้องระดมทุกสรรพกำลังอย่างเต็มที่เพื่อคว้าชัยชนะ
โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ที่บรรดาพรรคการเมืองต่างเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องแย่งชิงเก้าอี้ ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้มาให้ได้
พรรคภูมิใจไทยเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่ประกาศตัวว่าต้องการปักธงคว้าชัยสนามเลือกตั้งภาคใต้ ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าบรรดา ส.ส. อดีต ส.ส. หรือกลุ่มก๊วนการเมือง ต้องการย้ายมาร่วมทัพ เพื่อร่วมสู้ศึกการเลือกตั้งกับทางพรรคภูมิใจไทย
ซึ่งมีรายงานข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัครครบทุกเขต ในพื้นที่ภาคใต้ และตั้งเป้าจะได้ ส.ส. 30 คนขึ้นไป
โดยเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา กลุ่มพลังชุมพร นำโดยนายชุมพล จุลใส หรือ “ลูกหมี” อดีต ส.ส.หลายสมัย จ.ชุมพร ขนทีม “พลังชุมพร” กว่า 50 ชีวิต เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ นายชุมพลระบุเหตุผลว่า มีความมั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยสามารถนำพาประเทศไปได้ ทำทุกอย่างให้ประเทศมั่นคงและเดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งจุดยืนของตนคือการทำเพื่อประเทศไทย ไม่ได้หวังประโยชน์ส่วนตัว อยากให้ประเทศไทยไปข้างหน้า โดยทีมพลังชุมพรนั้นมากันรวมกว่า 50 ชีวิต และเวลาเราจะไปไหนก็ไปกันยกทีม
ขณะเดียวกัน หลังจากพรรคภูมิใจไทยเปิดตัวกลุ่มของนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ไปแล้วนั้น มีรายงานด้วยว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียมทยอยเปิดตัวบ้านใหญ่ “กาญจนะ” ที่นำโดยนายชุมพล กาญจนะ และนางโสภา กาญจนะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี เข้ามาสังกัดพรรค
รวมถึงเตรียมทาบทาม “โกหนอ” หรือนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ที่ดูแล ส.ส.ตรัง 2 คน คือ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายกาญจน์ ตั้งปอง ส.ส.ตรัง เขต 4 พรรค ปชป.มาร่วมศึกเลือกตั้งครั้งหน้า หลังนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ประกาศไม่ไปต่อกับพรรคประชาธิปัตย์
ส่วนนายทวี สุระบาล ส.ส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) น่าจะย้ายมาพรรคภูมิใจไทย เช่นเดียวกับกลุ่มของนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่มีลูกชาย คือ นายสรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา และนายสมยศ พลายด้วง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จะย้ายมาร่วมพรรคภูมิใจไทย เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า
นอกจากนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยยังเสริมทัพพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ จะลงเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งเป็นอดีตกรรมการบริหารและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายษณกร กี่สิ้น อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง ลงเขตเลือกตั้งที่ 2 และนายวิวัฒน์ จินดาพล อดีตสมาชิก อบจ.ภูเก็ต ลงเขตเลือกตั้งที่ 3
รวมทั้งยังเปิดตัว นายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ ลงชิงเก้าอี้ ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 8 จ.สงขลา ซึ่งเป็นคนในพื้นที่และทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดัง คือธุรกิจไก่อบโอ่ง เป็นคนหนุ่มมีจิตใจซื่อตรงและโอบอ้อมอารี เป็นที่ยอมรับของผู้นำในท้องที่ รวมถึงชาวบ้าน
ซึ่งพรรคภูมิใจไทยหวังว่าจะสามารถชนะการเลือกตั้งในครั้งถัดไปได้
ทั้งนี้ “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยระบุถึงความมั่นใจว่าจะได้ ส.ส.ภาคใต้เพิ่มในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ว่า เรื่องนี้คงตอบไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่คนใต้ในแต่ละจังหวัดจะตัดสินใจว่าจะให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ แต่สิ่งต่างๆ รวมถึงผลงานที่ได้ทำมาเป็นการสะท้อนให้เห็นแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ นี่คือแคแร็กเตอร์ของพรรคภูมิใจไทย ที่เมื่อไหร่เรารับปาก และเราพูด เราก็จะทำ
ส่วนหลังจากนี้จะมีบิ๊กเนมทางการเมืองเข้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์ระบุว่า ได้รับมอบหมายจากพรรคภูมิใจไทย ให้คุยกับเพื่อนนักการเมืองใน 14 จังหวัดภาคใต้ ถึงอุดมการณ์ที่จะเข้ามาร่วมทำงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งก่อนหน้าเสียโอกาสเยอะมาก แต่หากรวมตัวกัน และมียุทธศาสตร์ ก็มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ได้มากกว่านี้ ซึ่งจะมีเพื่อนนักการเมืองเข้ามาร่วมอีกหลายจังหวัด โดยเฉพาะ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา
“ส่วนพื้นที่ภาคใต้จะได้ ส.ส.จำนวนเท่าไร คงตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนภาคใต้ตัดสินใจจะตอบสนองพรรคภูมิใจไทยเท่าไร” นายพิพัฒน์ระบุ
การที่พรรคภูมิใจไทยเดินเกมด้วยการดึงกลุ่มก๊วนการเมือง กลุ่มบ้านใหญ่ รวมทั้ง ส.ส.และอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่ เข้ามาร่วมงานกับพรรค เพื่อเตรียมพร้อมสู้ศึกการเลือกตั้งครั้งหน้า วางเป้าหมายปักธงและตั้งเป้ากวาด ส.ส.ยกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มียุทธศาสตร์สำคัญๆ นั้น
หากพรรคภูมิใจไทยสามารถดึงกลุ่มก๊วนการเมือง และ ส.ส.บิ๊กเนม เข้าพรรคได้มากเท่าไร ย่อมมีแต้มต่อทางการเมืองในสนามการเลือกตั้งภาคใต้มากกว่าพรรคอื่นๆ ได้แน่นอน
แต่ทว่า ไม่เฉพาะแค่พื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยยังตั้งเป้าขยายฐานการเมือง ปักธงกวาด ส.ส.ยกจังหวัดในพื้นที่ภาคอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งหลังจากนี้คงเห็นภาพการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพิ่มเติม
ฉะนั้น การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคภูมิใจไทยจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 1 ที่กวาดเก้าอี้ ส.ส.มากที่สุดได้หรือไม่นั้น นับจากนี้ไป 4 เดือน ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล คงต้องเร่งพิสูจน์ฝีมือ โชว์ผลงานชิ้นโบแดง เพื่อเรียกเรตติ้งและสร้างคะแนนนิยมจากประชาชนให้มากที่สุด เพื่ออนาคตทางการเมืองและผลลัพธ์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
