bg-single

สแกน ‘โม่ง’ สแกมเมอร์

24.10.2025

บทความในประเทศ

สแกน ‘โม่ง’

สแกมเมอร์

สําหรับชนชั้นนำทางการเมืองประเทศกัมพูชา ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับไทยกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปแล้วในขณะนี้

หลังเกิดเหตุการณ์ รัฐบาลอังกฤษและสหรัฐฯ ประกาศร่วมกันคว่ำบาตรเครือข่ายศูนย์สแกมเมอร์ที่เชื่อมโยงกับนาย “เฉิน จื้อ” ผู้บริหารเครือบริษัท ปรินซ์กรุ๊ป ที่ถูกทางการจีนเล่นงานอย่างหนัก จนต้องมาขอสัญชาติกัมพูชา

ฝั่งอเมริกาก็ยึดบิตคอยมูลค่า 5 แสนล้าน ทางอังกฤษก็ยึดบ้านและที่ดินมูลค่ามหาศาล

ความเลวร้ายของเรื่องอยู่ในคำฟ้องของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าที่ผ่านมารัฐบาลกัมพูชาไม่ได้ทำอะไรเลยกับขบวนการหลอกลวง-อาชญากรรมออนไลน์ที่เกิดขึ้น ซ้ำร้ายกลับยังสร้างสภาพแวดล้อมทางการเมือง และสังคมที่เอื้อให้เกิดการเติบโตและดำรงอยู่ของแก๊งอาชญากรรมออนไลน์เสียอีก

นอกจากล้มเหลว รัฐบาลกัมพูชายังปล่อยให้อาชญากรระดับท็อปฝังตัวอยู่ในกลไกอำนาจรัฐกัมพูชาอย่างแนบเนียน ทั้งยังออกตัวปกป้องในหลายครั้ง

ไม่กี่วันถัดมายังมีกรณีอื้อฉาว นักศึกษาวัย 22 ปีชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตในจุดที่เป็นฐานที่ตั้งศูนย์สแกมเมอร์หลอกลวงออนไลน์ ร้อนจน ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ ต้องเดินทางพร้อมทีมสอบสวนไปถึงกัมพูชาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ตามมาด้วยการประกาศระงับความช่วยเหลือต่างๆ และอายัดเงินฝากในเกาหลีใต้จำนวนมาก

สัปดาห์ที่ผ่านมากัมพูชาจึงกลายสภาพเป็นจุดสนใจของโลก แต่เป็นไปในด้านลบ

ช่างเป็นห้วงจังหวะที่ดีมากที่เดียวในทางการเมือง ที่รัฐบาลไทยจะใช้โอกาสนี้ จัดการกับอาชญากรรมออนไลน์ที่หลอกลวงชาวไทยและชาวโลก ทำคนไทยต้องสูญเสียเงินไปในแต่ละปีเป็นมูลค่ามหาศาล

มากกว่านั้น ยังสมควรใช้สถานการณ์นี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง “ลดความชอบธรรมทางการเมืองของ 2 พ่อลูกตระกูลฮุน” หลังเพิ่งเปิดศึกหาเรื่องวิวาทกับไทยเรื่องพรมแดน ใช้อาวุธสงครามระหว่างกันไปหมาดๆ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น กลายเป็นความเงียบและการทำงานแบบว่าไปที ซ้ำร้ายยังแต่งตั้งบุคคลที่มีชื่ออยู่ในที่ปรึกษาบริษัทเจ้าปัญหาที่ถูกทางการสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำเกี่ยวข้องศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา เข้ามามีอำนาจในการตรวจสอบเสียอีก

หนีไม่พ้นเจอคนด่าระงม

อันที่จริงจะโทษรัฐบาลปัจจุบันอย่างเดียวก็ไม่ถูก เพราะการเติบโตของศูนย์อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์และทุนจีนเทารอบๆ ประเทศไทย ล้วนแยกไม่ออกกับอำนาจฝ่ายบริหารของรัฐไทย ในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ท่าทีของรัฐไทยสำคัญมากต่อการดำรงอยู่ของเครือข่ายเหล่านั้นเช่นกัน

โดยเฉพาะการใช้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของฐานในการฟอกเงิน หรือนำทรัพย์สินเงินทองมาแปรสภาพเป็นทุน เปลี่ยนเงินเทาๆ ที่ได้จากการหลอกลวง เป็นเงิน ทอง อสังหาริมทรัพย์ และล่าสุดคือสอดแทรกเข้ามาวุ่นวายกับหุ้นตัวใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ของไทยได้

ไม่ว่าจะเป็น “เฉิน จื้อ” ผู้บริหารเครือบริษัท ปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป หรือย้อนกลับไปอีกหน่อยก็คือ ก๊ก อาน เจ้าพ่อการพนันคนดังสัญชาติกัมพูชาเชื้อสายจีน แต่ 2 ตัวการใหญ่นี้ต่างก็เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในแผ่นดินไทยทั้งคู่

คำถามวันนี้ก็คือ ถ้าไม่มีทุนและอำนาจทางการเมืองของไทยเข้าไปยุ่งด้วย เจ้าพ่อสแกมเมอร์เหล่านี้ย่อมเข้ามาเกี่ยวข้องกับประเทศไทยไม่ได้แน่ๆ

ปัญหาคือใครคือคนไทยกลุ่มนั้น ใครคือไอ้โม่ง?

ถามว่าประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการไทยในการตรวจสอบเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างไร คำตอบคือ หน่วยงานราชการไทยเก่งมากไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่ๆ

ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเส้นทางการเงินของ ป.ป.ง. ซึ่งของไทยนั้นเชี่ยวชาญระดับสากล สะสมองค์ความรู้ในการตรวจสอบมายาวนาน การไขคดีผ่านเส้นทางการเงินของ ป.ป.ง.นั้น ไม่น่าจะใช่เรื่องยาก หรือจะเป็นตำรวจไซเบอร์ของไทย ซึ่งก็มีผลงานการปราบปรามการทำผิดทางไซเบอร์คคดียิบย่อย สร้างชื่อเสียงมากมาย คุณภาพเทียบชั้นตะวันตก

คำถามว่าใครคือไอ้โม่ง? เบื้องหลังการทะลักเข้ามาของเงินสกปรกและอิทธิพลของจีนเทา แก๊งสแกมเมอร์ข้างบ้าน ที่ไม่ถูกเปิดออก จึงหนีไม่พ้นที่จะถูกตั้งคำถามว่า ที่มันไม่ถูกเปิดออก ก็เป็นเพราะ “การเมืองในระดับนโยบาย” ของเรานั่นเอง

การทำเหมือนนิ่งเฉย ขยับไม่เท่าทันปัญหาสแกมเมอร์ ผลในทางตรงข้ามก็คือการเปิดโอกาสให้แกงสแกมเมอร์และเครือข่าวมีระยะเวลาในการหลบหนีหรือบริหารจัดการทรัพย์สินที่หลอกลวงมาได้

ในสภาพที่รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลก “เทคแอ๊กชั่น” อย่างหนักกับกัมพูชา แต่เสียงตอบรับของฝั่งไทยกลับดูอ่อนแรงลง

ไม่ต้องประหลาดไทย หากรัฐบาลจะถูกตั้งคำถามกับสังคม

โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่ช่วงนี้ออกมาขย่มรัฐบาลอย่างหนัก ล้วนเป็นผลของการไม่พยายามชี้แจง บุคคลระดับรัฐมนตรีของรัฐบาลซึ่งถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็ใช้เวลาหลายสัปดาห์ไปกับการหลบเลี่ยงไม่พูดถึงอยู่เป็นเวลานาน

แม้สัปดาห์นี้ เราจะเห็นการลาออกของนายวรภัค ธันยาวงษ์ จากตำแหน่ง รมช.คลัง ก็มาในเวลาที่ช้าไป เพราะสังคมมีคำถามเกิดขึ้นกับผู้มีอำนาจอย่างมากแล้ว

มาถึงวันนี้จึงเห็นตรงกันแล้วว่า ปัญหาอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ ศูนย์สแกมเมอร์น่าจะเป็นจุดตายทางการเมืองระหว่างประเทศของกัมพูชา

ในสภาวะความขัดแย้งชายแดนที่ก่อขึ้นโดย 2 พ่อลูกตระกูลฮุน แทนที่รัฐจะใช้โอกาสนี้เดินเกมกดดันอย่างหนักกลับเล่นงานกัมพูชา กลับให้น้ำหนักไปกับมาตรการทางการทหาร ทั้งๆ ที่ช่วงเวลานี้เหมาะจะใช้เรื่องการทูตมากที่สุด เพื่อรุกคืบเล่นงานกลับ 2 พ่อลูกตระกูลฮุน

จึงเป็นเรื่องน่าผิดหวัง เพราะแม้กระทั่งกระแสในสังคมเองก็ยังคงมุ่งไปกับการเชียร์ให้ตอบโต้กัมพูชาด้วยเรื่องง่ายๆ อย่างการเปิดลำโพงเสียงผีไปเปิดริมชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องที่เวทีการเมืองระหว่างประเทศ แม้แต่สื่อมวลชนระดับโลกเอาไปพาดหัว นานาชาติก็มองว่ามันไม่มีวุฒิภาวะ

ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ว่า หากทางการไทยสามารถจัดการขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาได้ ก็จะเป็นประโยชน์โดยตรงกับคนไทย พร้อมๆ กันนั้นยังเป็นการแก้แค้นชนชั้นนำทางการเมืองของกัมพูชาได้ดีที่สุด

เพราะเม็ดเงินจากการหลอกลวงออนไลน์ อาชญากรรมออนไลน์คือก้อนเงินขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนกัมพูชา การตัดเส้นทางการเงิน การโน้มน้าวนานาชาติกดดันทางเศรษฐกิจและการเงิน ต่างหากที่เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับรัฐบาลกัมพูชา

เมื่อรัฐบาลปล่อยให้การทหารนำการแก้ไข ซึ่งทหารมีอำนาจมากสุดทำได้แค่ปิดด่าน ทั้งที่มีวิธีที่ดีกว่าอย่างการปิดกั้นกดดันทางธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าวิธีอย่างหลังนั้น ทหารทำไม่ได้และไม่ใช่วิธีการของทหารด้วย

มากกว่านั้น การนิ่งเฉยของรัฐ ยังทำคะแนนนิยมไปเข้าทางฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชน

หลัง ส.ส.ของไทยคือนายรังสิมันต์ โรม ผลักดันการโหวตญัตติของไทยว่าด้วยการปราบปรามสแกมเมอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จนชนะโหวตในวงประชุมใหญ่ IPU ได้รับการบรรจุเป็น “วาระเร่งด่วน “ครั้งประวัติศาสตร์ โดยมีนานาชาติร่วมหนุน ยกเว้นกัมพูชา

นอกจากรังสิมันต์ โรม พรรคประชาชนยังมี รักชนก ศรีนอก ส.ส.กรุงเทพฯ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ออกมาเปิดหน้าชนเรียกร้องให้สังคมพุ่งเป้าไปที่ต้นตอของปัญหา ปราบนอมินีผิดกฎหมายในไทย

ทั้งๆ ที่หากรัฐไทยตั้งใจสู้กับรัฐบาลกัมพูชาในเรื่องนี้ จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยเองตั้งแต่ระยะสั้นไปจนถึงระยะยาว

1. คือคนไทยไม่ถูกหลอก หรือถูกหลอกน้อยลง เงินทองก็ยังอยู่ในประเทศ

2. คือประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการปราบอาชญากรรมออนไลน์ ภาพลักษณ์นี้ก็จะดีต่อประเทศ สร้างบรรยากาศน่าลงทุนยิ่งขึ้นไปอีก

แต่ถ้ายังนิ่งเฉย ไม่ทำอะไรที่มีนัยสำคัญในการต่อสู้

ระยะสั้น ไทยจะเป็นฐานฟอกเงินของแก๊งอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ ระยะยาว ไทยจะเป็นประเทศไม่เหมาะแก่การลงทุน

และจากข่าวสารที่ปรากฏ ก็พบว่าวันนี้ไทยกลายเป็นฐานในการฟอกเงินสกปรกของแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ไปแล้วบางส่วน

หากรัฐไทยยังขยับช้า หลีกเลี่ยงในการ “สแกนหาไอ้โม่ง”

เราก็อาจจะเป็นศูนย์กลางสแกมเมอร์แห่งใหม่แทนกัมพูชาได้

ถ้าถึงขั้นนั้น เศรษฐกิจไทยคงพังยับล้มระเนระนาดแน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์