bg-single

ภารกิจเลือกตั้ง-คดีฮั้ว ส.ว.บทพิสูจน์ ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ประธาน กกต.ป้ายแดง

20.11.2025

ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่องค์กรอิสระเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากคณะกรรมการของแต่ละองค์กรทยอยครบวาระการดำรงตำแหน่ง

เช่นเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการจัดการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ รวมทั้งการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ มีกรรมการ กกต.ถึง 5 คนด้วยกันต้องพ้นจากตำแหน่งไป

คือ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ และนายปกรณ์ มหรรณพ ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ครบวาระเดือนสิงหาคม 2568 แต่นายปกรณ์พ้นจากตำแหน่งไปก่อนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์

ขณะที่นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ครบวาระเดือนธันวาคม 2568

ส่งผลให้หลังจากนี้ไปจะทำให้หมดยุค กกต.ที่มีที่มาจากการได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้มีหนังสือที่ สว 0008/5806 ถึงเลขาธิการ กกต. แจ้งเรื่องการเลือกประธาน กกต. โดยระบุว่าเนื่องจากวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 8 (1) ประกอบมาตรา 12 วรรคเจ็ด พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 จำนวน 2 คน คือ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ แทนนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และนายณรงค์ รักร้อย แทนนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กกต. ซึ่งทั้งสองพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ

โดยนายอนันต์ และนายณรงค์ ได้แสดงหลักฐานต่อประธานวุฒิสภา ว่าได้ลาออกจากตำแหน่งหรือเลิกประกอบวิชาชีพ ตามมาตรา 13 ประกอบมาตรา 10 (20) (21) (22) และ (23) ของกฎหมายเดียวกัน ภายในระยะเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนดเรียบร้อยแล้ว ขอให้สำนักงาน กกต.พิจารณาดำเนินการจัดให้มีการประชุมร่วมกับกรรมการ กกต.ที่ยังไม่พ้นจากตำแหน่งเพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธาน กกต. แล้วแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ให้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในคราวเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ ทางสำนักงาน กกต.ได้นัดประชุมเพื่อเลือกประธาน กกต.คนใหม่เมื่อวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เป็นการประชุมร่วมกันของ 5 เสือ กกต. ประกอบด้วย นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ นายชาย นครชัย นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์

และ 2 ว่าที่ กกต. คือ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และนายณรงค์ รักร้อย

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมลับ เพื่อโหวตเลือกประธานคนใหม่ ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีผู้เสนอชื่อชิงตำแหน่ง 2 คน คือ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา และนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

ผลปรากฏว่า นายณรงค์ได้รับเสียงโหวตเฉือนชนะนายสิทธิโชติไปแบบฉิวเฉียด 4 ต่อ 3 เสียง ได้เป็นประธาน กกต.คนใหม่ กระบวนการหลังจากนี้ไปทางสำนักงาน กกต.จะแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบเพื่อนำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวออกมาว่านายณรงค์ รักร้อย ว่าที่ กกต.คนใหม่ ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และก่อนหน้านั้นช่วงปี 2561-2564 ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ทำให้ถูกระบุว่ามีความสนิทสนมกับนายชาดา และนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ขอเสนอตัวเป็นแคนดิเดตลงชิงตำแหน่งประธาน กกต.ในครั้งนี้ด้วย

แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ปรากฏชื่อเข้าชิง มีเพียง กกต.จากสายตุลาการฯ ร่วมชิงเก้าอี้กัน 2 คน

โดยมีกระแสข่าวว่ามีเสียงคัดค้าน เพราะมองว่านายณรงค์ยังไม่เหมาะสมเนื่องจากยังไม่ได้ทำหน้าที่เป็น กกต.อย่างเป็นทางการ อีกทั้งถูกมองมีความใกล้ชิดกับการเมืองขั้วสายสีน้ำเงินด้วย

สำหรับนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ซึ่งได้เสียงโหวต 4 เสียง เป็นประธาน กกต.คนใหม่ ต่อจากนายอิทธิพร บุญประคอง ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็น กกต. เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568

จบการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2525 เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ปี 2526 และพัฒนบริหารศาสตรบัณฑิตทางรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ปี 2539

ขณะที่ประวัติการทำงาน เคยเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 2 (1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2561) รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562) อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง (1 ตุลาคม 2562 – 30 กันยายน 2564) ผู้พิพากษาศาลฎีกา (1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2566) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา (1 ตุลาคม 2566 – สิงหาคม 2568)

ปัจจุบัน นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ อายุ 65 ปี เป็น กกต.ที่ได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามาดำรงตำแหน่งแทนฉัตรไชย จันทร์พรายศรี

ซึ่งภายหลังผลการเลือกประธาน กกต.คนใหม่ออกมา เสียงจากคนภายในสำนักงาน กกต.ต่างมองว่ามีความเหมาะสม เป็น กกต.ที่มาจากสายตุลาการ มีภาพลักษณ์ที่ดี มีความรู้แม่นยำ โดยเฉพาะทางกฎหมาย

ซึ่งเจ้าหน้าที่และบุคลากรของสำนักงานเชื่อว่าจะทำให้ภารกิจของสำนักงาน กกต.ราบรื่นและประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายได้

อย่างไรก็ตาม ภารกิจสำคัญของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.คนใหม่ และกรรมการ กกต. อีก 6 คน ก้าวสู่ปี 2569 นับว่ามีภารกิจสำคัญและยิ่งใหญ่ เพราะเป็นปีแห่งการจัดการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

เริ่มต้นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล วันที่ 11 มกราคม 2569 และหากการยุบสภาเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้ว่าจะยุบสภาภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 มีความเป็นไปได้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.จะเกิดขึ้นภายในเดือนมีนาคม 2569 รวมถึงการออกเสียงทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญและการออกเสียงทำประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา ควบคู่กันไปด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหาคร ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 และคาดว่าวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 จะกำหนดให้เป็นวันเลือกตั้ง

ทว่า นอกจากภารกิจการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติแล้วนั้น เรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายโฟกัสเป็นพิเศษ คือ การเข้ามาสานต่อการตัดสินคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งขณะนี้สำนวนการสืบสวนและไต่สวนอยู่ในชั้นที่ 3 โดยคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวนและจัดทำความเห็น เพื่อเสนอต่อที่ประชุม กกต. พิจารณามีคำวินิจฉัยในชั้นต่อไป

โดยคดีนี้เป็นคดีใหญ่อีกชิ้นหนึ่งของ 7 เสือ กกต. เนื่องจากมีรายชื่อ ส.ว.และเครือข่ายนักการเมือง ระดับ ‘บิ๊กเนม’ และพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

แน่นอนว่าคดีฮั้ว ส.ว. สังคมและประชาชนต่างจับตารอดูว่าท้ายที่สุดแล้ว ผลการตัดสินของคดีนี้จะจบลงอย่างไร

นับได้ว่าเป็นคดีสำคัญที่รอพิสูจน์บทบาทการทำหน้าที่ของ 7 เสือ กกต.ภายใต้ยุคการคุมอำนาจของ ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ ประธาน กกต.ป้ายแดง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์