bg-single

น้ำทุกสายไหลลงรู ‘หนู’

28.11.2025

การเมืองไทยกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งต้นปี 2569 อย่างเต็มกำลัง แม้ยังคาดเดาไม่ได้ว่านายกฯ จะยุบสภาวันไหน

จากเดิมกำหนดคือวันที่ 31 มกราคม 2569 แต่แว่วๆ วันนี้รัฐบาลเองก็ออกมาขู่ฟ่อๆ ถ้าถูกบีบด้วยการซักฟอก ก็จะยุบเร็วกว่านั้น และจะ “ปล่อยจอย” เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย

ถึงวันนี้ อะไรจึงเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น โจทย์วันนี้ของกลุ่มการเมืองต่างๆ จึงเป็นเรื่องของการสะสมฐานกำลังและทรัพยากรเพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไรต่างหาก

ซึ่งก็ต้องบอกว่าพรรคภูมิใจไทย “คะแนนเป็นต่อ” ค่ายอื่นอย่างมาก จากที่เคยเดินสายดูดบ้านใหญ่ให้มาอยู่ใต้ร่มเงา วันนี้แทบไม่ต้องออกแรง

สัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนชัดว่า แค่อยู่เฉยๆ แม่น้ำสายต่างๆ ก็พาเหรดไหลกันมาลง “รูหนู”

ไม่ว่าจะเป็นลูกท็อป วราวุธ ศิลปอาชา ที่ยอมทิ้งมรดกป๋าบรรหาร ขน 10 ส.ส.มาร่วมหนุน หรือจะเป็นบ้านใหญ่ สะสมทรัพย์แห่งนครปฐม ตระกูลคุณปลื้มและสุชาติ ชมกลิ่น แห่งชลบุรี ตระกูลปิตุเตชะ จากเมืองระยอง ตบเท้าเข้าร่วมคึกคัก

จากพรรคที่มี ส.ส.แค่ 70 คน จนวันนี้กลายเป็นพรรครัฐบาลที่มีเสียงหนุนเกินร้อย

เลือกตั้งครั้งหน้าเป้าหมายของภูมิใจไทยจึงเปลี่ยนไป ไม่ใช่พรรคกลางๆ อันดับ 2 อันดับ 3 อีกแล้ว แต่คืออันดับ 1 เป้าจำนวน ส.ส.เกิน 200

ชัดเจนว่า ค่ายสีน้ำเงินเดินเกมการเมืองวันนี้หวัง “แก้เกม” พรรคประชาชนโดยใช้ยุทธศาสตร์รวมบ้านใหญ่ทุกหลังแล้วแบ่งเขตกันสู้

ขณะที่พรรคประชาชน วันนี้ตกเป็นรองชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้สมัครที่ยังติดขัดอยู่หลายเขต คนรุ่นใหม่ที่สนใจการเมืองบางคนก็ยังลังเล กลัวลงมาเล่นการเมืองกับค่ายส้มแล้วจะพบจุดจบถูกตัดสิทธิ์แบบรุ่นพี่ 2 เจนที่ผ่านมา

ด้านกระแสก็ยังไม่กระเตื้อง ไม่ต้องพูดเรื่องกระสุนเพราะไม่ค่อยมี ที่ผ่านมาก็เพิ่งทำดีลโหวตอนุทินเป็นนายกฯ ทำฝ่ายประชาธิปไตยแหยกันก็มาก ยังไม่นับกรณี 44 ส.ส.ที่ชะตากรรมการเมืองแขวนบนเส้นด้าย ไม่รู้ออกหัวหรือก้อย

ผิดกับค่ายน้ำเงิน 2 ปีที่ผ่านมาแทบไม่โดนอะไรเลย ได้สีส้มโหวตให้มามีอำนาจแทบจะได้มาฟรีๆ เข้ามาถึงก็ย้ายข้าราชการปรับทัพรองรับเลือกตั้งสำเร็จเรียบร้อย ระหว่างมีอำนาจก็สะสมทรัพยากร ทำนโยบายคนละครึ่งพลัสไว้หาเสียงได้อีกดอก

สีน้ำเงินกำลังดวงขึ้นทางการเมืองสุดๆ แม่น้ำทุกสายไหลมาลง “รูหนู” ฉายแวว “ค่ายสีน้ำเงิน” อาจได้นั่งนายกฯ ต่ออีก 4 ปี

ปัญหาไทย-กัมพูชาก็กำลังเบาลง ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

แต่แล้วสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุมหาอุทกภัยวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่

เป็นมหาวิกฤตที่กระทบและท้าทายรัฐบาลอนุทินมากที่สุดนับแต่เข้าดำรงตำแหน่ง

คนหลักแสนได้รับผลกระทบ เพราะหาดใหญ่คือเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ความเสียหายไม่สามารถประเมินได้

คนจำนวนมากติดอยู่ในบ้าน บ้างก็ต้องหนีไปนอนบนหลังคา นอนรอขอความช่วยเหลือ ไม่สามารถไปไหนได้เพราะน้ำท่วมสูง คลิปจำนวนมากในโลกออนไลน์เต็มไปด้วยเสียงร้องของผู้คนขอความช่วยเหลือ มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก บางศพติดค้างอยู่ในบ้านเพราะรอความช่วยเหลือไม่ไหว บางศพก็ลอยตามน้ำไปติดบ้านตน ภาพสุดอนาจใจ

ทั้งเมืองแทบจะจมอยู่ใต้บาดาล ผลจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ฝนแช่” จากร่องความกดอากาศต่ำ ผลจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่เองก็ยังไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ต่างๆ จะเลวร้ายได้ขนาดนี้ เพราะช่วงที่ฝนตกหนัก (วันที่ 20- 21 พฤศจิกายน) หากเข้าไปดูช่องติ๊กต็อกของเทศบาลนครหาดใหญ่ จะพบคลิปนายกฯ นครหาดใหญ่ทำคลิปประชาสัมพันธ์ด้วยตัวเองจำนวนมาก การันตีว่าเทศบาลเอาอยู่ ปีนี้เตรียมพร้อมไว้มาก น้ำจะไม่ท่วมหาดใหญ่แน่นอน ก่อนที่จะเกิดมวลน้ำมหาศาลไหลเข้าท่วมเมืองหาดใหญ่แทบจะทันที

กระนั้น ในวันที่ 23 พฤศจิกายน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ก็ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกว่าขณะนี้น้ำกำลังลด จะกลับสู่ภาวะปกติในวันที่ 25 พฤศจิกายน

นี่คือข้อมูลจากพื้นที่ที่สื่อสารออกไปทั่วประเทศ กระทั่งถึงนายกฯ

ภาพที่เกิดขึ้นจากการลงพื้นที่หาดใหญ่ของนายกฯ จึงเป็นการลงพื้นที่ไปให้กำลังใจผู้ประสบภัย ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และลงมือผัดข้าวเลี้ยงประชาชน ให้สัมภาษณ์เน้นไปในการเยียวยา แบบที่นายกฯ หลายๆ คนก่อนหน้าก็ทำแบบนี้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะในวันนั้นเองกำลังมีมวลน้ำมหาศาลไหลเข้าท่วมเมืองหาดใหญ่อีกระลอก

ร้ายแรงระดับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเทศบาลหาดใหญ่ต้องประกาศเมื่อเวลา 07.32 น. ขอความช่วยเหลือด่วนจากทุกหน่วยงาน ต่อมาเวลา 09.35 น. เทศบาลนครหาดใหญ่ ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง

กลายเป็นความเสียหายและผิดพลาดครั้งใหญ่ ที่ผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุด หนีไม่พ้นผู้มีอำนาจ

1.รัฐบาลก็ทำพลาด จากการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ ต่อเหตุการณ์ที่หาดใหญ่ สะท้อนว่า ทีมงานและทีมวิชาการของผู้นำประเทศ ยังให้คำปรึกษาสำคัญต่อนายกฯ ไม่เพียงพอ

เพราะการปฏิบัติของรัฐบาล โน้มไปทางเดียวกับท้องถิ่น คล้ายกับว่าน้ำกำลังจะลดและเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยไม่มีใครตั้งข้อสังเกต หรือให้คำปรึกษาที่ถูกว่าน้ำก้อนใหญ่กำลังจะมาอีกระลอก มิใช่เหตุน้ำท่วมแค่ 2 -3 วัน

พูดง่ายๆ ก็คือ ก่อนจะพูดเรื่องเยียวยา ก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้จบก่อน

เรื่องการเตือน อาจจะช้าเพราะข้อมูลไม่ดี แต่การอพยพ กระทั่งการแจกจ่ายอาหารก็ยังถูกตั้งคำถาม ภาพมันฟ้องว่าล่าช้าหนัก หน่วยงานหน้างานถกเถียงกันไปมา คนมองไม่เห็นว่าตกลงใคร หรือหน่วยงานไหน เป็น Single Command รัฐมีแผนต่างๆ อย่างไร มีเป้าหมายเบื้องต้นอย่างไร

2.ผู้นำท้องถิ่นมีปัญหา เรื่องหลักคือการรายงานข้อมูลผิด หรือไม่รอบคอบพอ ซึ่งอาจเป็นเพราะกลัวหน่วยเหนือเพ่งเล็งในผลงาน หรือการมองโลกในแง่ดีเกินไป อยากให้ทุกอย่างคลี่คลาย กลับยิ่งทำทุกอย่างแย่ลง

แม้แต่การออกคำสั่งอพยพอย่างจริงจังที่อาจจะล่าช้าเกินไปจนไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้

มากกว่านั้นคือ การออกมาย้ำซ้ำๆ ว่าเอาอยู่ หาดใหญ่น้ำไม่ท่วม ยิ่งทำประชาชน หน่วยงานอื่นๆ กระทั่งรัฐบาลส่วนกลางประเมินผิดอีก การออกประกาศสำคัญภายหลัง แม้แต่ตั้งศูนย์แก้ปัญหาเร่งด่วน ก็ไม่ทันการณ์แล้ว

น่าเสียดายไม่น้อย เพราะหาดใหญ่ถือเป็นท้องถิ่นที่มีงบประมาณรายปีระดับต้นของประเทศ แต่กลับมีคณะทำงานของเมืองที่ไม่สามารถประเมินปริมาณน้ำฝนและให้คำปรึกษากับนายกฯ เทศบาลนครหาดใหญ่ อย่างมีประสิทธิภาพได้

3.หน่วยงานราชการไทยเป็นแบบรัฐรวมศูนย์ ต่างคนต่างทำงาน ทั้งที่เรามีหน่วยงานเกี่ยวกับฝนและน้ำมากมาย อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. – กรมอุตุนิยมวิทยา – จิสด้า -สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ – กรมชลประทาน – กรมทรัพยากรน้ำ – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แต่กลับไม่มีความสามารถในการแจ้งเตือนอย่างมีประสิทธิภาพ

กลายเป็นระบบจำลองสภาพอากาศของแอพพ์ของเอกชนที่ใช้ข้อมูลจาก data ของสหรัฐฯ หรือเยอรมนีแบบเรียลไทม์แม่นยำกว่า

เพจพยากรณ์อากาศชื่อดังโพสต์ภาพจำลองเรดาร์สภาพอากาศล่วงหน้าก็รู้มานานแล้วว่า รอบนี้หนักแน่ กลับถูกเพจภาครัฐ ชี้ว่าเป็นเฟกนิวส์ ขณะเพจภาครัฐยืนยันว่าเอาอยู่

แน่นอน รอบนี้ กรมอุตุฯ ก็ประกาศเตือนว่าจะมีฝนตกเฉียบพลันก่อนหน้า แต่ประกาศของกรมอุตุฯ ก็ออกมาบ่อย จนคนไม่รู้ว่าฉบับไหนที่สำคัญ

เรามีหน่วยราชการมากมาย คนเก่งๆ เพียบ เครื่องมือในการพยากรณ์ก็มี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้สะท้อนชัดว่าส่วนใหญ่ล้มเหลว เพราะขาดการประสานกับฝ่ายบริหารท้องถิ่นเพื่อวางแผนอพยพ หรือเตือนภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

ต้องยอมรับว่า วันนี้นายกฯ อนุทินเจอเคราะห์ร้ายจริงๆ

เรือกำลังเล่นมาอยู่ดีๆ เกือบจะดีแล้วเชียว ดันมาเจอวิกฤตน้ำท่วมซะให้ ขนาดลงพื้นที่ไปหลายรอบยังไม่ช่วยให้อะไรมันดีขึ้น

แม้ในทางการเมือง แม่น้ำทุกสายจะไหลมาลง รู “หนู” แต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติวันนี้อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เพราะน้ำไหลมามากไปหน่อย “หนู” อาจอยู่ในภาวะคอปริ่มน้ำ เสี่ยงจะสำลักน้ำ-จมน้ำอยู่ในเวลานี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี