bg-single

ปริศนา! ภาพร่วมเฟรมระส่ำหนัก ทุนเทา สแกมเมอร์ พัวพัน นักการเมือง-ชนชั้นนำไทยดาหน้า ปฏิเสธแค่เรื่องบังเอิญ

12.12.2025

ในประเทศ

ปริศนา! ภาพร่วมเฟรมระส่ำหนักทุนเทา สแกมเมอร์ พัวพันนักการเมือง-ชนชั้นนำไทยดาหน้า ปฏิเสธแค่เรื่องบังเอิญ

ชัดยิ่งกว่าชัดว่านักการเมืองไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน กับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น

หลังปรากฏภาพนักการเมืองและกลุ่มชนชั้นนำไทย ถ่ายภาพร่วมเฟรมกับเบน สมิธ ล็อบบี้ยิสต์ที่ปรึกษาฮุน เซน ยิม เลียก ประธานคณะกรรมการบริษัท BIC และลี ยงพัด สมาชิกวุฒิสภา

ซึ่งทั้ง 3 คนมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา เชื่อมโยงเฉิน จื้อ เจ้าพ่อสแกมเมอร์รายใหญ่ในกัมพูชา และถูกทางการสหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตร ยึดทรัพย์ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติมูลค่ารวมกว่า 4.9 แสนล้านบาท

กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำลายภาพลักษณ์การเมืองไทย ทำลายความน่าเชื่อถือของระบบการเงินไทย เหตุมีเครือข่ายธุรกิจฟอกเงินฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน ส่งผลกระทบเชิงลบกับรัฐบาล ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง และหลายฝ่ายออกมาตั้งคำถามว่าเครือข่ายทุนสีเทากำลังยึดประเทศไทยจริงหรือไม่ อย่างไร

โดยบุคคลที่อยู่ในภาพต่างมีบทบาทสำคัญทางการเมืองไทยทั้งสิ้น อาทิ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และลูกสาว แพทองธาร ชินวัตร, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.

รวมถึง “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ., นายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสมาชิกวุฒิสภา, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ, ดร.วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

แต่อย่างไรก็ตาม บุคคลที่อยู่ในภาพต่างรีบออกมาปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ รู้จักกันแค่ผิวเผิน และยืนยันว่าถูกเชิญไปร่วมงานในฐานะแขกผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น

ในส่วนของรัฐบาล แม้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย แสดงท่าทีขึงขังแถลงอายัดทรัพย์เฉิน จื้อ – ก๊ก อาน – ยิม เลียก – เบน สมิธ เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในกัมพูชา ทั้งที่ดิน ห้องชุด และหลักทรัพย์ต่างๆ มูลค่ารวมกว่าหมื่นล้านบาท

แต่ยังไม่ทันข้ามวัน นายอนุทิน และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง กลับเจอพิษภาพหลุดร่วมเฟรมกับเบน สมิธ ในอดีตตามมาหลอกหลอน สะเทือนความเชื่อมั่นรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายอนุทินย้ำว่ารู้จักเบน สมิธ แต่ไม่สนิท เจอกันตามงานก็ทักทาย เจอในงานประมาณ 5-6 ครั้ง เมื่อถูกถามว่าภาพหลุดร่วมเฟรมกับเบน สมิธ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลไม่กล้าปราบแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่

นายกฯ ตอบว่า “ผมหรือไม่กล้าแตะ You know me a little go รู้หรือเปล่าแปลว่าอะไร คุณรู้จักผมน้อยไป”

ขณะที่นายเอกนิติชี้แจงว่าภาพที่ปรากฏเป็นภาพจากงานหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงที่มีผู้เข้าร่วมหลายสิบคน โดยมีทั้งผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนหลากหลายวงการ

ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มบุคคลที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี และสนับสนุนให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย

ด้านนายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ซัดแรงนายกฯ ไร้ความโปร่งใส เคยพบเบน สมิธ 5-6 ครั้ง ย่อมมีความสัมพันธ์มากกว่าแค่การเจอกันในงานทั่วๆ ไปอยู่แล้ว

ส่วนกรณีการพ้นจากตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ในสมัยรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการตัดสินใจให้หรือไม่ให้สัญชาติอะไร แต่เหตุผลข้อเดียวที่ต้องให้ออกจากตำแหน่ง เพราะนายอนุทินทำงานไม่เป็น

ขณะเดียวกัน หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี ปรากฏว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาปะทะเดือดกันอีกครั้ง

ทั้ง 2 ชาติฉีกข้อตกลงหยุดยิง เปิดฉากโจมตีใส่กันด้วยอาวุธหนัก ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต และบาดเจ็บอีกหลายนาย ขณะที่กองทัพประกาศตอบโต้กัมพูชาอย่างเด็ดขาด รบเต็มศักยภาพ เพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งนักวิชาการ และผู้นำฝ่ายค้านอย่างนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

ต่างออกมาตั้งข้อสังเกตว่าสงครามครั้งนี้อาจเป็นแผนเบี่ยงประเด็นของผู้นำกัมพูชา ที่พยายามปกป้องเครือข่ายสแกมเมอร์ที่หล่อเลี้ยงระบอบฮุน เซน หรือไม่ อย่างไร

แต่เสือร้ายอย่างฮุน เซน ก็ไม่ยอมถูกต้อนให้จนมุมง่ายๆ ใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง ปล่อยภาพและคลิปของนายอนุทินพร้อมด้วยภรรยา ขณะทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งในกัมพูชา และปล่อยภาพนายกฯ ไทยร่วมเฟรมชื่นมื่นกับผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน

หวังทำลายภาพลักษณ์นายอนุทินและพลิกสถานการณ์จากกรณีโลกกำลังล้อมกัมพูชาด้วยประเด็นสแกมเมอร์ แปรเปลี่ยนเป็นข้อหาไทยรุกรานประเทศที่อ่อนแอกว่าหรือไม่

ฮุน เซน ระบุว่าไม่น่าเชื่อว่าเพื่อเป้าหมายคะแนนเสียงในอนาคต นายกฯ อนุทินจะกล้านำชีวิตทหาร และประชาชนมาเสี่ยง ด้วยการประกาศทำสงครามกับกัมพูชา ทั้งที่กองทัพกัมพูชาไม่ได้ตอบโต้เลย

ตอนยังไม่เป็นนายกฯ ก็ยังเป็นเพื่อนกัน แต่พอเป็นนายกฯ กลับลืมมิตรภาพ เราเข้าใจเรื่องความรักชาติ แต่ไม่ควรประกาศสงครามกับผู้ที่ไม่ได้ยิงตอบโต้

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ออกมาโต้ทันควัน ชี้เป็นภาพเก่าตั้งแต่ยังไม่มีปัญหาเรื่องชายแดน พร้อมทั้งย้ำว่าเป็นแผนสกปรกและไร้สาระของผู้นำกัมพูชาที่ชอบใช้วิธีแบบสแกมเมอร์เอามาแบล็กเมลคนอื่น

สอดคล้องกับมุมมองของ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว และพรรณิการ์ วานิช ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง ฉายภาพความขัดแย้งยกที่สองระหว่างไทย-กัมพูชา ได้อย่างน่าสนใจ

รศ.ดร.โอฬารวิเคราะห์ว่าปัจจัยชี้ขาดของสงครามครั้งนี้คือเรื่องสแกมเมอร์ การอายัดทรัพย์หมื่นล้านกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญ ฮุน เซน ใช้ประเทศ ใช้ชาวกัมพูชาเป็นข้ออ้างในการต่อสู้ เพื่อปกปิดอำพรางผลประโยชน์ของตัวเอง

“ผมตั้งข้อสังเกตว่าเงินหมื่นล้านเป็นเงินของเบน สมิธ หรือเป็นเงินของเครือข่ายชนชั้นนำในกัมพูชาด้วยหรือไม่” รศ.ดร.โอฬารกล่าว

ขณะที่พรรณิการ์สะท้อนภาพว่า การอายัดทรัพย์ล็อตใหญ่รวมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท เป็นเหตุทำให้ฮุน เซน ต้องหันมาใช้ไม้เดิม ผู้นำกัมพูชาเฝ้ารอวันนี้เพื่อกลับมารับบทเหยื่อ ซึ่งถนัดมากอยู่แล้ว และทำสงครามเบี่ยงประเด็นเรื่องสแกมเมอร์

“ดิฉันพูดเสมอว่าเราจะรบอย่างไรไม่ให้ชนะศึก แต่แพ้สงคราม ไม่ว่าจะรบกันอย่างไร สุดท้ายก็ต้องกลับไปสู่การเจรจา แต่ไม่ต้องคุยทวิภาคีแล้ว เพราะมันคุยกันไม่รู้เรื่อง” พรรณิการ์กล่าว

ปิดท้ายกันที่มุมมองของ 3 ทหารเสือ ตท.14 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร วิเคราะห์ว่า ตอนนี้คนไทยทั้งประเทศเชื่อไปแล้วว่าฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ กลายเป็นการดิสเครดิตรัฐบาล

เพราะการบริหารจัดการของรัฐบาลในฉากทัศน์ที่ผ่านมา ถือว่าสอบไม่ผ่านสักเรื่อง ทั้งปัญหากัมพูชา น้ำท่วมหาดใหญ่ และสแกมเมอร์

ตอนนี้คนมองการเมืองชัดเจนแล้วนะ ครั้งที่แล้วเป็นการต่อสู้กับเผด็จการ ครั้งนี้สู้กับขาวและเทา เลือกตั้งครั้งหน้าถ้าเลือกการเมืองสีขาว การบริหารราชการแผ่นดินก็จะเป็นสีขาว แต่ถ้าเลือกสีเทา การบริหาราชการแผ่นดินก็จะออกมาเป็นสีเทาและไปจบที่สีดำ

พล.ท.พงศกร รอดชมภู มองว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะไม่ใช่เรื่องของบ้านใหญ่แล้วนะ จะกลายเป็นกระแสของทุนสีเทาที่ไหลเข้ามา เขาอาจจะซื้อบางคน ซื้อบางพรรค ซื้อทั้งหมด หรือซื้อทั้งประเทศ เพื่อที่จะคุมอำนาจให้ได้ เมื่อคุมอำนาจได้แล้ว ก็จะคุมเศรษฐกิจ และคุมประเทศได้

ส่วนเรื่องรูปถ่ายกับเครือข่ายสแกมเมอร์อาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ต้องดูเส้นเงิน การอนุมัติต่างๆ ของฝ่ายการเมือง หรือมีการออกกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ขบวนการฟอกเงินหรือไม่

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ระบุว่า กรณีภาพหลุดได้กระตุกความรู้สึกของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก ข้อมูลที่ไหลออกมาทำให้เกิด 3 คำถาม คือ Where เจอกันที่ไหน When เจอกันเมื่อไหร่ และ Who ซึ่งจัดเจนอยู่แล้วว่าไปเจอใคร

“ถ้าเข้าเขมรต้องไปพบฮุน เซน คนเดียว มันคือ One Stop Service ปกครองด้วยคนคนเดียว ระบอบเผด็จการแบบนี้ เข้าไปหาคนเดียวที่เหลือมันไหลลื่นได้หมด”

3 ทหารเสือ ตท.14 สะท้อนปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และเปิดโปงกลยุทธ์ทางการเมืองของฮุน เซน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.