bg-single

‘นิกเกอิ เอเชีย’ วิเคราะห์ ‘สถานะทางเศรษฐกิจของไทย’ ในกระแสเลือกตั้งประชานิยม

31.01.2026

เทศมองไทย

โค้งสุดท้ายในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2026 ของไทย ทุกอย่างก็วนเวียนมาบรรจบพบกันที่ประชานิยมเข้าจนได้ สารพัดพรรคพากันสาดนโยบายประชานิยมเข้าใส่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง กวาดเอาประเด็นที่ควรถูกพูดถึงอื่นๆ ออกไปไว้ด้านข้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางด้านการค้า หรือการพัฒนาอุตสาหกรรมที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้

นั่นคือความรู้สึกรวมๆ ที่ได้รับหลังจากที่อ่านข้อเขียนว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้งทั่วไปของไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ของนิกเกอิ เอเชีย ที่เผยแพร่เอาไว้เมื่อ 28 มกราคมที่ผ่านมา

ซึ่งแน่นอน ย่อมระบุเอาไว้ด้วยว่า นโยบายประชานิยมสารพัดที่ว่านี้ มีขึ้นท่ามกลางเสียงตำหนิติติง ว่าสารพัดเรื่องลดแลกแจกแถมเหล่านี้มีแต่จะบ่อนทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้เสื่อมทรามลงไปมากยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกันกับที่สร้างภาระหนี้สาธารณะให้ผู้คนที่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีต้องแบกรับกันหลังแอ่นไปยาวนานในอนาคต

ประเดิมด้วยนโยบายของพรรคการเมืองอย่างเพื่อไทย ที่ประกาศแผน “ลอตเตอรี่รายวัน” ที่จะแจก 1 ล้านบาทให้กับผู้โชคดี 9 คนในทุกวัน ที่จะลงเอยเป็นเงิน 3,280 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแกนนำพรรคบอกว่า เป็นไปเพื่อ “เพิ่มกำลังซื้อเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัว” ที่กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวไปในชั่วพริบตา

บางคนวิจารณ์ว่าไม่โปร่งใส ในขณะที่อีกหลายๆ คนชี้ว่า เป็นการส่งเสริมให้คนไทย “เสพติด” กับเงินที่ได้มาอย่างง่ายดายแล้วกลายเป็นการส่งเสริมความเกียจคร้านไปในที่สุด

นิกเกอิ เอเชียบอกว่า นอกจากโครงการลอตเตอรี่ที่ว่านี้แล้ว เพื่อไทยยังสัญญาว่าจะแจกเงินให้กับกลุ่ม “เปราะบาง” อย่างเช่นผู้สูงอายุและคนพิการให้ได้ 3,000 บาทต่อราย

ซึ่งถูกผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองระบุว่า เป็นการจุดประกายให้เกิดนโยบายประชานิยมในทำนองคล้ายคลึงกัน ปรากฏออกมาเป็นทิวแถวจากพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วยหวังว่าจะชนะในการเลือกตั้ง

พรรคภูมิใจไทยของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มี “คนละครึ่ง”

พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้เงินสนับสนุนเด็กแรกเกิดเดือนละ 5,000 บาทไปเป็นเวลา 1 ปีเต็ม แถมด้วยเงินแจกให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการอีกเดือนละ 1,000 บาท

พรรคประชาชนมีนโยบายช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน 50 เปอร์เซ็นต์สำหรับ 500,000 ครัวเรือนต่อปี จ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการกับพ่อแม่ที่มีลูกแรกคลอด 1,000 บาทอีกด้วย

นักวิชาการบอกกับนิกเกอิ เอเชียว่า นโยบายเหล่านี้ยิ่งทำให้ภาระหนี้ภาครัฐของประเทศเพิ่มสูงขึ้น ทั้งๆ ที่อยู่ในระดับเกือบเต็มเพดานเต็มทีแล้ว ซึ่งในขณะเดียวกันก็จะส่งผลกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของเครดิตประเทศ ที่ในที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

นิกเกอิ เอเชียชี้ว่า กระทรวงการคลังกำหนดเพดานหนี้สาธารณะของไทยเอาไว้ว่า ต้องไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ขณะนี้ ณ สิ้นปี 2025 ปริมาณหนี้สาธารณะที่ว่านี้ ขึ้นไปอยู่ที่ 12.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 65.7 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีเข้าไปแล้ว

รัฐบาลคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทยเมื่อปี 2025 จะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 2 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สภาเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดการณ์ว่า ในปีนี้เศรษฐกิจจะยิ่งชะลอลงไปอีก โดยคาดว่าจีดีพีจะขยายตัวอยู่ที่เพียงแค่ระหว่าง 1.2 เปอร์เซ็นต์ถึง 2.2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นิกเกอิ เอเชียระบุว่า ไม่น่าแปลกที่ประเด็นทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เห็นได้จากผลโพลของสวนดุสิต ที่แสดงให้เห็นว่า 35.6 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดระบุว่า ต้องการให้รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและลดต้นทุนการดำรงชีพลง จัดอยู่ในอันดับสูงสุดพอๆ กับประเด็นทางด้านความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ (38.1 เปอร์เซ็นต์) และการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (35.8 เปอร์เซ็นต์)

นิกเกอิ เอเชียบอกว่า จากการตรวจสอบปฏิกิริยาของประชาชนพบว่า แยกออกเป็นสองส่วน

ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นเรื่องดี ถือเป็นโอกาสที่จะได้จับเงินก้อนชนิดที่ไม่เคยได้แตะต้องมาก่อน

แต่อีกส่วนหนึ่งตระหนักดีว่า เงินเหล่านี้ที่แท้ก็คือเงินที่ได้จากการเรียกเก็บภาษีอากรที่พวกเรานี่แหละเป็นคนจ่าย ไม่ควรถูกนำไปใช้อย่างอีลุ่ยฉุยแฉกเช่นนี้

นิกเกอิ เอเชียระบุว่า ภาคเอกชนเองก็ไม่ได้คัดค้านนโยบายแจกทั้งหลายที่ว่านี้ แต่ที่ชวนให้เป็นกังวล เพราะต้องการให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ปลอดจากการคอร์รัปชั่น

เพราะถึงที่สุดแล้วเงินทั้งหมดเหล่านี้ ก็มาจากกระเป๋าของพวกเราเองทั้งหมดนี่แหละ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’