bg-single

ดุษฎี พนมยงค์ : ‘พระเจ้าช้างเผือก’ ภาพยนตร์ไทยระดับโลกที่คนไทยลืม 

10.01.2017

หมายเหตุ : บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 28 ต.ค.-3 พ.ย.2548

ภาพยนตร์เรื่อง พระเจ้าช้างเผือก ถือกำเนิดโดยรัฐบุรุษอาวุโส นายปรีดี พนมยงค์ ครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลพิบูลสงคราม ในสมัยที่โลกและรอบบ้านกำลังคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสงคราม เมื่อ พ.ศ.2484

พระเจ้าช้างเผือก นั้นเปรียบได้เหมือนช้างเผือกแห่งวงการภาพยนตร์ไทยโดยแท้ เป็นช้างเผือกที่ช่วยส่งสัญญาณลับ เพื่อประกาศสันติภาพให้ชาติไทยไว้ล่วงหน้า ก่อนที่นายปรีดีจะประกาศสันติภาพไทย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2488

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อิงเรื่องราวจากประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งสงครามช้างเผือกและสงครามยุทธหัตถี ระหว่างอยุธยากับหงสาวดี โดยนำมาตีความใหม่ในแง่ของ สงครามกับสันติภาพ ระหว่าง ธรรมราชากับทรราช

นอกจากเรื่องราวอันเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาติไทยโดยตรง จนเรียกได้ว่าเป็นงานภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของชาติแล้ว พระเจ้าช้างเผือก ยังถือเป็นภาพยนตร์ซึ่งถ่ายช้างได้งดงามที่สุดในโลกอีกด้วย ผ่านมุมมองของช่างถ่ายหนัง A.S.C. คนเดียวของไทย นายประสาท สุขุม ผู้กำกับงานศิลป์ คือ ม.จ.ยาใจ จิตรพงศ์

นายปรีดี ได้เขียนไว้ในคำนำของนวนิยายเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2482 ว่า

เขียนขึ้นเพื่ออุทิศแก่สันติภาพ เพราะว่า ชัยชนะแห่งสันติภาพนั้นมิได้มีชื่อเสียงบันลือนามน้อยไปกว่าชัยชนะแห่งสงครามแต่อย่างใด

นตถิ สนติปร สุข สันติภาพ คือ ความสุขสูงสุดของมนุษยชาติ

 

ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2538 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ได้ทำแบบสอบถามไปยังรัฐสมาชิกทั่วโลก ขอทราบชื่อผลงานภาพยนตร์ชั้นเลิศ ซึ่งถือว่าเป็นมรดกแห่งชาตินั้นๆ (A Masterpiece of National heritage)

คำตอบของประเทศไทยคือ ภาพยนตร์เรื่อง พระเจ้าช้างเผือก อำนวยการสร้างโดย นายปรีดี พนมยงค์ และออกฉายเมื่อปี พ.ศ.2484

 

นอกจากนี้ การจัดงานฉลอง 100 ปี ภาพยนตร์โลก ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส เมื่อปี 2539 กิจกรรมหนึ่งของงานนี้คือ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ได้รับการอนุรักษ์แล้ว และอยู่ในหัวข้อสมานฉันท์ (Festival de films restaures ou retrouves sur le theme de la tolerance) ภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือก ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมฉายในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2539 ร่วมกับภาพยนตร์ชั้นยอดจากทั่วโลกกว่า 50 เรื่อง

ดูเหมือนกับว่า เป็นเรื่องบังเอิญหรือเรื่องตลกมหัศจรรย์ที่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งซึ่งเคยทำหน้าที่รับใช้ชาติบ้านเมือง เมื่อกึ่งศตวรรษก่อน โดยที่ไม่มีใครรู้ ได้กลับมาทำหน้าที่รับใช้ชาติเงียบๆ อีกครั้ง เป็นตัวแทนทางภูมิปัญญา และภูมิธรรมของชาติด้านภาพยนตร์ ได้เข้าร่วมฉลองอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวโลกในโอกาสที่ภาพยนตร์โลกมีอายุ 100 ปี

แม้การเขียนนวนิยายเพียงเล่มเดียวในชีวิต จะไม่ทำให้นายปรีดีอยู่ในกระบวนแถวของนักเขียนแนวนวนิยายมืออาชีพ เช่นเดียวกับที่การเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวจะไม่ทำให้เขากลายเป็นผู้อำนวยการสร้างผู้มีชื่อเสียง

 

แต่คุณค่าอมตะของภาพยนตร์ พระเจ้าช้างเผือก อยู่ตรงที่งานชิ้นนี้มิใช่บทประพันธ์ของนักเขียนนวนิยายมืออาชีพ แต่เป็นบทประพันธ์ของรัฐบุรุษอาวุโส ซึ่งต้องการจะใช้ศิลปวรรณกรรมและศิลปภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารสันติภาพจากจุดยืนของประชาชาติเล็กๆ ให้ปรากฏสู่ประชาคมสากล อันจะเห็นได้จากการที่ต้นฉบับของนวนิยายเรื่องนี้เป็นภาษาอังกฤษ และเมื่อแปลงเป็นบทภาพยนตร์ก็สร้างเป็นภาพยนตร์เสียงภาษาอังกฤษในฟิล์มด้วย จึงมีความจำเป็นที่นักแสดงนำทุกคนต้องพูดภาษาอังกฤษได้

นายปรีดีจึงเลือก เรณู กิตติยากรณ์ หนุ่มรูปร่างสูงสง่าหน้าตาหล่อเหลาเชื้อสายฝรั่งเศส-ไทยเป็นพระเจ้าจักรา ส่วน ไพลิน นิลเสน สาวเชื้อสายเดนมาร์ก-ไทย สวยที่สุดโดยไม่ต้องใช้ศัลยกรรมจากพลาสติคปรุงแต่งเลยแม้แต่น้อย แสดงเป็นบุตรสาวสมุหราชมณเฑียร (นางเอกของเรื่อง) ผู้แสดงส่วนใหญ่มาจากอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

นับว่า นายปรีดีเป็นผู้บุกเบิกที่แท้จริงในการใช้นักแสดงเลือดผสมเป็นตัวเอกของภาพยนตร์ อย่างเช่นที่วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ทุกวันนี้นิยมใช้กัน

 

วิบากกรรมของภาพยนตร์ พระเจ้าช้างเผือก ช่างคล้ายคลึงกับวิถีชีวิตของ นายปรีดี พนมยงค์ อย่างยิ่ง

ฟิล์มต้นฉบับเนกาทีฟของภาพยนตร์ถูกเผาวอดไปในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 เหลือแต่ฟิล์มสำเนาสำหรับฉายก๊อบปี้หนึ่ง ที่นายปรีดีส่งไปสหรัฐอเมริกาเพื่อขอจดทะเบียนลิขสิทธิ์ที่นั่น ซึ่งต่อมาได้รับการเก็บรักษาในแผนกภาพยนตร์ของหอสมุดรัฐสภาแห่งชาติสหรัฐอเมริกา แต่ฟิล์มก๊อบปี้นั้นเสื่อมสภาพตามอายุขัย ทางหอสมุดจึงถ่ายทอดเป็นฟิล์มนิรภัย แต่ย่อลงบนฟิล์มขนาด 16 ม.ม.

พ.ศ.2543 มูลนิธิหนังไทยในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณมงคลการ ร่วมกับคณะผู้จัดงานภาพยนตร์เอเชีย ประเทศฝรั่งเศส ทำโครงการปฏิสังขรณ์ฟิล์มภาพยนตร์นี้ให้กลับคืนเป็นภาพยนตร์ 35 ม.ม. ดังเดิม แต่ผลงานยังไม่เป็นที่น่าพอใจ

ในที่สุด นายพอล แสตนบอร์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัทเทคนิคคัลเลอร์ (ประเทศไทย) ได้เสนอน้ำใจที่จะอนุรักษ์และปฏิสังขรณ์ภาพยนตร์นี้ให้เป็นมรดกตกทอดถึงอนุชนรุ่นหลังสืบต่อไป

เพื่อพิสูจน์สัจธรรมของพุทธวจนะที่ว่า

อโถ สุจิณณ สส พล นสสติ
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูญหาย

ณ วันนี้ มูลนิธิหนังไทย โดย คุณโดม สุขวงศ์ ได้ผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้และได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการดำเนินการจัดงาน 60 ปีวันสันติภาพไทยและสถาบันปรีดี พนมยงค์ เป็นแผ่นบันทึกภาพและเสียง (ดีวีดี) มี จิระนันท์ พิตรปรีชา เป็นผู้แปลบทบรรยายภาษาไทย มีจำหน่ายที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ และศูนย์หนังสือจุฬา ฯลฯ

ขอบคุณที่เอื้อเฟื้อข้อมูลทั้งสองท่าน คุณโดม สุขวงศ์ และ คุณสันติสุข โสภณศิริ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย