bg-single

พระเจ้าอิศานวรมันที่ 1 จักรพรรดิราชแห่งสุวรรณภูมิ ในจารึกสุวรรณภูมิของกัมพูชา

03.02.2023

เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ห่างไกลแห่งหนึ่งของ อ.บาเส็ต จ.กำพงสปือ ประเทศกัมพูชา ได้ร่วมกันขุดบ่อน้ำแห่งหนึ่งเพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภค ภายในหมู่บ้าน

ระหว่างการขุดบ่อน้ำในครั้งนั้น เสียงพลั่วของพวกเขาได้กระทบลงกับหิน จนเกิดเสียงดังเคร้งคร้าง ภายใต้ผืนดินที่พวกเขากำลังขุดอยู่นั้นคือซากโบราณสถาน และพบศิลาจารึกถึง 3 หลัก ซึ่งก็ถูกนำมาเก็บเอาไว้ในพื้นที่ของเจดีย์คีรี สดัคกง (Kiri Sdachkong) ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเคารพบูชา (ปัจจุบันจารึกหลักนี้ถูกย้ายเข้าไปจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พนมเปญ)

กว่าที่จะมีนักโบราณคดีไปพบ และมีการอ่านข้อความในจารึกเหล่านั้น ก็ผ่านมาจนถึง พ.ศ.2561 ซึ่งจารึกหลักหนึ่งในจำนวนสามหลักนั้นได้ถูกขโมยไปเสียแล้ว อีกหลักหนึ่งตัวอักษรก็ผ่านเวลาเนิ่นนานจนเลือนรางเสียจนอ่านไม่ได้ อย่างไรก็ตาม จารึกหลักสุดท้ายนั้น ยังสามารถอ่านได้อยู่ และปรากฏข้อความสำคัญยิ่งอยู่ในนั้น

เพราะข้อความส่วนหนึ่งในจารึกพูดถึง กษัตริย์ที่ครอบครองดินแดนที่เรียกว่า “สุวรรณภูมิ” จนทำให้มีการเรียกจารึกหลักนี้กันอย่างลำลองในหมู่นักประวัติศาสตร์-โบราณคดีกัมพูชาว่า “จารึกสุวรรณภูมิ”

 

ชื่อ “สุวรรณภูมิ” นั้น เป็นคำสันสกฤต แปลตรงตัวว่า “แผ่นดินทอง” ใช้เรียกดินแดนที่อยู่ทางทิศตะวันออกของชมพูทวีป มีพยานอยู่ในชาดก หรือเอกสารเก่าแก่ทั้งของอินเดีย และลังกาจำนวนมาก

ที่สำคัญก็คือ นิทานชาดกหลายเรื่องก็ล้วนแต่อ้างว่า ผู้ที่สามารถมาทำการค้ายังสุวรรณภูมิได้กลับไปจะกลายเป็นผู้มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย จึงไม่แปลกอะไรที่ดินแดนแห่งนี้จะถูกเรียกว่า สุวรรณภูมิ

และก็ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับว่า ดินแดนทางทิศตะวันออกของชมพูทวีปที่ว่า หมายถึงพื้นที่อีกฟากข้างหนึ่งของอ่าวเบงกอล ซึ่งปัจจุบันเรียกกันว่า “อุษาคเนย์” นี่แหละ

ดังนั้น โดยปกติแล้ว ชื่อ “สุวรรณภูมิ” นี้ จึงเป็นคำที่ชนชาวอนุทวีปอินเดีย (และลังกา) ใช้เรียกดินแดนอุษาคเนย์ มากกว่าที่ผู้คนในอุษาคเนย์จะใช้เรียกภูมิภาคของตนเอง อย่างที่ปรากฏในจารึกสุวรรณภูมิ

แต่ก็ไม่ได้มีเฉพาะชาวอินเดียเท่านั้นที่เรียกเราว่า “แผ่นดินทอง” ด้วยภาษาของพวกเขา เพราะหลักฐานในเอกสารของภูมิภาคอื่นๆ ก็เรียกภูมิภาคอุษาคเนย์ในทำนองเดียวกันนี้ด้วย

จารึกสุวรรณภูมิ (ที่มาภาพประกอบ : เฟซบุ๊กแฟนเพจ National Museum of Cambodia เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2566)

จดหมายเหตุฝรั่งชิ้นเก่าแก่สุดที่อ้างถึงดินแดนที่มีชื่อตรงกับสุวรรณภูมิคือตำราภูมิศาสตร์ “Cosmographia” (Cosmography) เขียนโดย ปอมโปนิอุส เมลา (Pomponius Mela) นักภูมิศาสตร์ชาวโรมันเชื้อสายสเปนตอนใต้ โดยเอกสารชิ้นนี้เขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ.586 อันเป็นระยะเวลาที่ใกล้เคียงกันกับช่วงเวลาที่ชนชาวอินเดีย และลังกาเรียกอุษาคเนย์ว่า สุวรรณภูมิ โดยเมลาได้ระบุว่า “Chryse” หรือ “แผ่นดินทอง” ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอินเดีย แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ยังจำกัดอยู่ในสมัยนั้น ทำให้พวกฝรั่งเข้าใจผิดว่าสุวรรณภูมิเป็น “เกาะ”

ที่น่าสนใจก็คือ พวกฝรั่งเองก็มีทัศนะต่อแผ่นดินทองไม่ต่างไปจากพวกพราหมณ์อินเดีย คือเชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความมั่งคั่ง โดยเฉพาะหนังสือ Antiquitates Judaicae (Antiquities of the Jews) ของนักประวัติศาสตร์ชาวโรมันอย่าง ฟลาวิอุส โจเซฟุส (Flavius Josephus) ที่แต่งขึ้นราว พ.ศ.636-637 นั้น ถึงกับอ้างว่า “แผ่นดินทอง” ก็คือ “Ophir” เมืองแห่งขุมทรัพย์บรรณาการของกษัตริย์โซโลมอน ตามข้อความในพระคัมภีร์ (bible แปลตรงตัวว่า พระคัมภีร์) ส่วนพันธสัญญาเก่า เลยทีเดียว

ในทำนองคล้ายๆ กัน ในหนังสือ “เหลียงซู” ซึ่งเป็นพงศาวดารของราชวงศ์เหลียง (พ.ศ.1045-1100) ของจีน ก็เอ่ยถึงชื่อเมืองในอุษาคเนย์เมืองหนึ่งว่า “จินหลิน” ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ก็มักจะเชื่อกันว่า คำนี้ก็มีความหมายไม่ต่างไปจากสุวรรณภูมิในภาษาสันสกฤต หรือ “แผ่นดินทอง” ในเอกสารฝรั่ง เพราะถอดความเป็นภาษาไทยออกมาได้ไม่ต่างกันว่า “ดินแดนทอง” เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางท่านก็ไม่เห็นด้วยกับการแปลความหมายข้างต้น เช่น ศาสตราจารย์พอล วีตลีย์ (Paul Wheatley, พ.ศ.2464-2542) ที่ทำการศึกษาเรื่องสุวรรณภูมิจากเอกสารโบราณหลายฉบับ และได้เสนอว่า ตัวอักษรจีนที่ใช้สะกดคำว่า “จินหลิน” ที่อยู่เอกสารต้นฉบับเป็นตัวอักษรที่ใช้เขียนแทนเสียงในภาษาอื่น (ทำนองเดียวกับตัวอักษรที่ใช้ในคาราโอเกะ) ดังนั้นเมื่อถอดความออกมา จึงไม่ได้แปลว่า ดินแดนแห่งทอง

ความเห็นของวีตลีย์น่าจะถูกต้องเมื่อพิจารณาจากข้อความในหนังสือเหลียงซูที่กล่าวถึง “จินหลิน” ไว้ผ่านๆ ดังข้อความที่ว่า

“เมื่อฟ่านม่านขึ้นเป็นกษัตริย์ ก็เริ่มขยายอาณาเขตของฝูหนาน (หรือที่มักเรียกกันในโลกภาษาไทยว่า ฟูนัน) โดยเริ่มโจมตีรัฐใกล้เคียงนับสิบรัฐ จนสามารถขยายดินแดนได้ถึงหกพันตารางลี้ หลังจากนั้นฟ่านม่านก็ประสงค์จะเข้าตีจินหลิน แต่ล้มป่วยลงเสียก่อน จึงได้ส่งรัชทายาทที่ชื่อจินเซิง เป็นผู้นำทัพเข้าตีจินหลิน”

จะเห็นได้ว่า “จินหลิน” ในพงศาวดารราชวงศ์เหลียงนั้น เป็นเพียงรัฐเล็กๆ แห่งหนึ่งของอุษาคเนย์เท่านั้น ต่างจาก “สุวรรณภูมิ” ในทัศนะของอินเดีย และพวกฝรั่ง ที่หมายถึงดินแดนในภูมิภาคแห่งหนึ่งของโลก และแตกต่างเป็นอย่างยิ่งกับชื่อสุวรรณภูมิ ในจารึกสุวรรณภูมิ ที่พบในกัมพูชา

 

ข้อความส่วนที่กล่าวถึง “สุวรรณภูมิ” ในจารึกสุวรรณภูมินั้น มีใจความระบุว่า

“พระเจ้าอิศานวรมันผู้ยิ่งใหญ่ ทรงเปี่ยมล้นไปด้วยพระบารมีและความกล้าหาญ พระองค์ทรงเป็นราชาเหนือราชาทั้งหลาย เป็นผู้ปกครองสุวรรณภูมิจรดพรมแดนอันเป็นทะเล ในขณะที่กษัตริย์ต่างๆ ในอาณาจักรข้างเคียงต่างก็ให้เกียรติในพระราชอำนาจของพระองค์” (แปลจากคำอ่านจารึกแปลเป็นภาษาอังกฤษของ วง โสเธียรา [Vong Sotheara] นักประวัติศาสตร์และนักอ่านจารึก ชาวกัมพูชา)

จารึกหลักนี้มีศักราชระบุตรงกับ พ.ศ.1176 ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าอิศานวรมันที่ 1 ซึ่งจารึกหลักอื่นๆ ระบุว่า พระองค์ได้สร้างราชธานีที่ชื่อว่า “อิศานปุระ” ขึ้นในบริเวณหมู่บ้านสมโบร์ไพรกุก จ.กำพงธม ประเทศกัมพูชา

ดังนั้น คำว่า “สุวรรณภูมิ” ในจารึกหลักนี้ จึงไม่ได้หมายถึง ชื่อของรัฐเล็กๆ อย่างคำว่า “จินหลิน” ในพงศาวดารราชวงศ์เหลียง

แต่หมายถึงดินแดนอันกว้างใหญ่ ที่ประกอบไปด้วยรัฐใหญ่น้อย โดยมีพระองค์เป็นราชาธิราช หรือจักรพรรดิราชเหนือรัฐต่างๆ ในดินแดนสุวรรณภูมินั้น

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ในหนังสือซินถังซู คือพงศาวดารราชวงศ์ถังฉบับใหม่ ที่ถูกเรียบเรียงขึ้นจากเอกสารโบราณ ในช่วงราชวงศ์ซ่ง และเรียบเรียงเสร็จราว พ.ศ.1603 นั้นระบุว่า พระเจ้าอิศานวรมันที่ 1 เป็นผู้รวบเอารัฐอันยิ่งใหญ่ในยุคเริ่มแรกของอุษาคเนย์อย่าง “ฝูหนาน” ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่แถวปากแม่น้ำโขง ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในปัจจุบัน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรของพระองค์

และนับเป็นการเริ่มต้นของอาณาจักรแห่งใหม่ ที่บันทึกโบราณของจีนเรียกว่า “เจิ้นลา” ที่โลกภาษาไทยมักสะกดว่า “เจนละ”

 

พระเจ้าอิศานวรมันที่ 1 ยังเป็นโอรสของ “พระเจ้ามเหนทรวรมัน” หรือ “เจ้าชายจิตรเสน” ที่พบศิลาจารึกอันหมายถึงเขตพระราชอำนาจของพระองค์ กระจายอยู่ทั่วดินแดนในที่ราบสูงโคราช และทุ่งกุลาร้องไห้ ทางตอนใต้ของภาคอีสาน ในเขตประเทศไทยปัจจุบัน

ดังนั้น ความเป็น “จักรพรรดิราช” ของพระองค์ตามอย่างที่อ้างในจารึกก็คือ พระราชอำนาจเหนือกษัตริย์ในเมืองต่างๆ ทั้งในอีสานใต้, พื้นที่รอบตนเลสาปเขมร (เมืองอีสานปุระ ราชธานีของพระองค์ และเมืองบาเส็ต ที่พบจารึกสุวรรณภูมิ) และพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำโขง ทางใต้ของเวียดนาม ศูนย์กลางเดิมของฝูหนาน จนจรดทะเลอันเป็นพรมแดนของความเป็นสุวรรณภูมิ ที่จารึกเอ่ยอ้าง

(เจ้าของคอลัมน์หน้าข้างๆ ผมอย่าง คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ตั้งข้อสังเกตมานานแล้วว่า “สุวรรณภูมิ” นั้นหมายถึงเฉพาะอุษาคเนย์ภาคผืนแผ่นดินใหญ่ ส่วนภาคหมู่เกาะนั้นเรียกว่า “สุวรรณทวีป” ข้อความในจารึกหลักนี้จึงเครื่องยืนยันชิ้นเยี่ยมถึงข้อเสนอดังกล่าวของคุณสุจิตต์)

คำว่า “สุวรรณภูมิ” นั้น เป็นคำที่ชนชาวชมพูทวีปใช้เรียกดินแดนอุษาคเนย์ ภาคผืนแผ่นดินใหญ่มาก่อนสมัยของพระเจ้าอิศานวรมันหลายร้อยปี โดยมีความหมายไปในทำนองของดินแดนแห่งความร่ำรวย และมั่งคั่ง ข้อความในจารึกสุวรรณภูมิแสดงให้เห็นว่า ผู้คนในอุษาคเนย์เอง (อย่างน้อยก็ในหมู่ชนชั้นนำ) ก็รู้จักกับแนวคิดนี้ และได้สมาทานเข้ามาเพื่อใช้ดังปรากฏในจารึกสุวรรณภูมิ โดยนับได้ว่า จารึกหลักนี้คือหลักฐานของการใช้ชื่อ สุวรรณภูมิ โดยชนชาวอุษาคเนย์เอง ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบมา •

 

On History | ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT
CRINK : พันธมิตร 4 สหาย ท้าทายโลกตะวันตก!
ความคาดหวังที่มีต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข
วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391