bg-single

ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา

12.06.2026

ต่างประเทศ

รัฐบาลทหารเมียนมากำลังดำเนินการอย่างระมัดระวังตามแผนยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูสถานะทางการเมืองของประเทศขึ้นมาใหม่ โดยอาศัยการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างหน้าฉากเป็นรัฐบาลพลเรือน ในขณะที่เนื้อในตกอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารโดยแท้ รัฐบาลเมียนมาพยายามอ้างตัวว่าเป็นผู้ทำให้ประเทศมีเสถียรภาพ

แต่ความพยายามดังกล่าวไม่สามารถปกปิดข้อเท็จจริงที่ว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านระบอบทหารยังคงยึดครองดินแดนจำนวนมากของเมียนมาอยู่ในมือ

ด้วยเหตุนี้แผนการของรัฐบาลทหารเมียนมาจึงขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในสมรภูมิ ความอดทนทางการทูต และขีดความสามารถในการโน้มน้าวเพื่อนบ้านใกล้เคียงกับผู้สังเกตการณ์นานาชาติให้ยอมรับการควบคุมของรัฐบาลทหารว่าเป็นเรื่องปกติสามัญ

ตามข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญ ในช่วงระหว่างเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ของปี 2025-2026 รัฐบาลทหารเมียนมาอาศัยช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง จัดการเลือกตั้งที่ค่อนข้างสับสนและซับซ้อนสำหรับบุคคลภายนอกขึ้น เพื่อใช้โอกาสนี้ปลูกฝังอำนาจภายในของตนเอง โดยอาศัยการปฏิเสธความเป็นจริง และสร้างอุปสรรคต่างๆ นานาขึ้นมาเพื่อว่าในที่สุดก็จะสามารถฟื้นฟูชื่อเสียงในเวทีระหว่างประเทศของตนเองขึ้นมาใหม่ให้จงได้

ผู้ที่รับผิดชอบในกระบวนการดังกล่าวนี้ คือกลุ่มนายพลทหารซึ่งต้องการควบคุมชะตากรรมของประเทศต่อไปโดยไม่ต้องตกเป็นเหยื่อถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ก่ออาชญากรรมสงครามขึ้น

พวกเขาอาศัยตำราการเมืองเก่าแก่ ในการทำให้อุดมการณ์ทางการเมืองของฝ่ายตรงกันข้ามอ่อนล้า แล้วอ้างตัวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดกรอบการเมืองของประเทศเสียใหม่ในอนาคต

ทั้งหมดถูกดำเนินการภายใต้หน้าฉากของการนำเสนอความหวังใหม่ การปฏิรูปภายในกลุ่มนายทหารเอง และความต้องการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในประเทศให้เต็มที่ แล้วใช้กลยุทธ์เท่าที่มี พลิกสถานการณ์ไม่นำเอาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาบังคับใช้ในทางปฏิบัติ ด้วยการนำเสนอยุทธวิธีทางกฎหมายใหม่ ที่เปิดทางให้กองทัพสามารถสร้าง “เวอร์ชั่นใหม่” ของอดีตและอนาคตของประเทศและประชาชนทีละเล็กทีละน้อย

ก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2025-2026 บรรดานายทหารสูงสุดประกาศให้มีการอภัยโทษนักโทษการเมืองหลายพันคน รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีวิน มินท์ ที่ถูกรัฐประหารพ้นตำแหน่ง รวมทั้ง อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐอย่างออง ซาน ซูจี ผู้นำทางการเมืองที่ประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้งสูงสุดเท่าที่เมียนมาเคยมีมา ก็ถูกลดโทษลงมาเหลือแค่การกักบริเวณไว้ภายในที่พัก ในเดือนเมษายน 2026 หลังจากมีรายงานว่า นางออง ซานได้พบหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน

เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีมิน อ่อง ลาย ได้รับการยกระดับอำนาจขึ้นเป็นประธานาธิบดีในเดือนเมษายน 2026 หรือนานราว 5 ปี หลังการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ประธานาธิบดีใหม่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับฐานอำนาจของตนเองด้วยการแต่งตั้งพันธมิตรสำคัญๆ ให้เข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารในหน่วยคุมกำลัง

สานความเป็นพันธมิตรกับพรรคการเมืองตัวแทนทหารอย่าง พรรคสหสามัคคีเพื่อการพัฒนา ที่เป็นผู้กุมเสียงข้างมากในสภา

โดยที่ไม่มีฝ่ายค้านที่มีความหมายปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย

แต่ไกลออกไปจากเมืองหลวง อำนาจอิทธิพลของรัฐบาลลดน้อยลงมาก เผชิญกับการต่อต้านทั้งจากกลุ่มติดอาวุธของชนกลุ่มน้อย และกองกำลังติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรกับรัฐบาลเพื่อความเป็นเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ส่งผลให้ยังคงเกิดการสู้รบอยู่ในหลายพื้นที่

ประเด็นที่น่าสนใจในแนวรบต่างๆ ดังกล่าวเหล่านี้ก็คือบทบาทของจีน ที่กำหนดยุทธศาสตร์ของตนเองไว้กับการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับบรรดาแกนนำในการปกครองของเมียนมา เพื่อรักษาผลประโยชน์จากการลงทุนเป็นเม็ดเงินมหาศาลในหลายๆ ด้านในเมียนมา

ตั้งแต่ท่อลำเลียงน้ำมันและก๊าซ โครงข่ายการคมนาคมขนส่งและโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ไปจนถึงเหมืองแร่และโครงการทางด้านการทหาร

ทั้งนี้ เพื่อใช้เมียนมาเป็นเส้นทางผ่านออกสู่มหาสมุทรอินเดียและยึดกุมสภาพตามแนวชายแดนเมียนมา-จีนบริเวณเชิงเขาหิมาลัยด้านตะวันออก

จีนแสดงความประสงค์ดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนนานหลายทศวรรษมาแล้วและยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนโครงการก่อสร้างเขื่อนมยิตโสน บริเวณต้นน้ำอิรวดี ขึ้นมาเป็นโครงการที่มีความสำคัญเป็นลำดับแรกสุด

ทุ่มกำลังทั้งในเชิงพาณิชย์และในทางการทูตเพื่อก่อสร้างเขื่อนดังกล่าว ซึ่งได้รับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงและจริงจังจากชุมชนและกองกำลังติดอาวุธชาวคะฉิ่น

มีรายงานการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นที่นี่เป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เคยถูกเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้

การปล่อยตัวนักโทษและผู้นำทางการเมืองในอดีตของรัฐบาลทหารเมียนมา จึงไม่สามารถยึดถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง พลิกผันท่าทีเสียใหม่ จีนและผู้นำอาเซียนหลายชาติยังคงมองว่า รัฐบาลเผด็จการทหารในเมียนมายังคงเป็นปัญหาใหญ่อยู่ดี แม้ว่ารัฐบาลทหารจะพยายามทำให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องอึกทึกคึกโครมเพียงใดก็ตาม

โดยอ้างว่าการ “อภัยโทษ” นายวิน มินท์ เมื่อเดือนเมษายน 2026 เป็นการแสดงนัยถึงการปฏิรูปทางการเมือง เพื่อคืบคลานไปสู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเต็มที่

โดยคาดหวังว่าด้วยการกระทำเช่นนี้จะส่งผลให้ทุกคนยอมรับในความเป็นจริง ว่าการเข้ามามีบทบาทในทางการเมืองของทหารคือเรื่องสามัญปกติ

ถัดมาจากนั้น มิน อ่อง ลาย ใช้เวลาในปี 2026 พยายามหาหนทางเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้มากขึ้นกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ควบคู่ไปกับการดำเนินการ “โฆษณา” ตัวเองในระดับโลก ตั้งความหวังว่า ในที่สุดกลุ่มก้อนทางการเมืองในอดีตอย่างพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) จะค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของใครๆ พวกเขารู้ดีว่าออง ซาน ซูจี หลงเหลือพลังในทางการเมืองอีกไม่มากนักแล้ว แม้ว่าผู้สนับสนุนอีกเป็นเรือนล้านจะยังไม่ยอมพ่ายแพ้ก็ตาม

ผู้นำทหารเมียนมาเชื่อว่าภายใต้บริบทของสถานการณ์โลกในห้วงวิกฤตพลังงาน บวกกับความขัดแย้งไม่สิ้นสุดในตะวันออกกลางและยุโรป ล้วนส่งผลดีต่อสถานการณ์ของเมียนมา สาเหตุสำคัญก็คือความต้องการของจีนที่ต้องการใช้เมียนมาเป็นทางผ่านสู่มหาสมุทรอินเดียเพื่อแก้ปัญหาหากถูกปิดล้อม เมียนมายังมีพันธมิตรอีกจำนวนหนึ่ง อาทิ รัสเซีย เบลารุส นิการากัว และเกาหลีเหนือ และกำลังพยายามทุกทางเพื่อเพิ่มจำนวนเหล่านี้ให้มากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่ชาติอาเซียนที่หลงเหลืออีก 10 ชาติ จะมีท่าทีต่อเมียนมาอย่างไร ประเทศอย่างไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ดูมีท่าทีเปิดกว้างที่สุดและพร้อมที่จะต้อนรับเมียนมากลับมาเป็นมิตรประเทศร่วมกลุ่มอีกครั้ง ในขณะที่ชาติอาเซียนอื่นๆ ยังมีท่าทีลังเล



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT
CRINK : พันธมิตร 4 สหาย ท้าทายโลกตะวันตก!
ความคาดหวังที่มีต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข
วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ