เครดิตภาพ “เอพี”
ต่างประเทศ
กลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังเตรียมประกาศใช้มาตรการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน เพื่อร่วมกระแสลดการใช้หน้าจอของนักเรียนทั่วโลก
ทั้งนี้ สวีเดน ประเทศที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำด้านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ กำลังเตรียมออกมาตรการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน ตั้งแต่ภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงของปีการศึกษาหน้าเป็นต้นไป
ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระแสการทบทวนบทบาทของหน้าจอในห้องเรียนที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก
เอพีรายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา รัฐบาลผสมสายกลาง-ขวาของสวีเดนได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมการอ่าน และลดเวลาอยู่หน้าจอ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียน ด้วยการหันกลับไปให้ความสำคัญกับหนังสือและเครื่องมือการเรียนรู้แบบดั้งเดิม
นายโจอาร์ ฟอร์เซลล์ ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาของรัฐสภาสวีเดน บอกว่า ทางการสวีเดนพบว่า ความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของประชาชนชาวสวีเดน โดยเฉพาะนักเรียนรุ่นใหม่กำลังลดลง ทำให้ต้องลดบทบาทของ “หน้าจอ” ลง เพราะเชื่อว่าหนังสือและวิธีการเรียนรูแบบดั้งเดิมนั้นเหมาะกับเด็กๆ มากกว่า
จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้สวีเดนเคยลงทุนจัดหาแล็ปท็อป แท็บเล็ต และแอพพลิเคชั่นการเรียนรู้ให้กับนักเรียน จนห้องเรียนเต็มไปด้วยหน้าจอ
แต่ตอนนี้ ผู้ปกครอง ครู และเขตการศึกษาหลายแห่งเริ่มเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องลดการพึ่งพาเทคโนโลยีลง!
ทั้งนี้ ในกลุ่มประเทศนอร์ดิกอย่างเดนมาร์กก็กำลังเตรียมใช้มาตรการที่คล้ายกับสวีเดน ขณะที่ฟินแลนด์ ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายจำกัดการใช้มือถือในโรงเรียน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
นอกจากนี้ ก็ยังมีประเทศอื่นๆ อย่างสเปน ไปจนถึงเกาหลีใต้ ที่ต่างออกมาตรการควบคุมการใช้โทรศัพท์ หรือจำกัดการบ้านที่ต้องใช้หน้าจอ
ในส่วนของสหรัฐอเมริกา เขตการศึกษาเมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นเหตุการศึกษาที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ได้ประกาศห้ามใช้หน้าจอสำหรับเด็ก จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยกำหนดเพดานเวลาใช้งานหน้าจอรายวัน ห้ามใช้ยูทูบ และตรวจสอบสัญญาเทคโนโลยีด้านการศึกษาทั้งหมด
ทั้งนี้ แม้ว่าสวีเดน จะเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางดิจิทัลสูง และยังเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง อย่าง Spotify และ Ericsson แต่การแบนมือถือในชั้นเรียนนั้นมีเป้าหมายก็เพื่อต้องการลดสิ่งรบกวนและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีสมาธิมากขึ้น
รายงานข่าวระบุด้วยว่า รัฐบาลสวีเดนได้จัดสรรงบประมาณ 555 ล้านโครนาสวีเดน สำหรับจัดซื้อหนังสือเรียนและคู่มือครู
นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผลการประเมินนักเรียนนานาชาติ (PISA) ปี 2022 พบว่า นักเรียนสวีเดนชั้นปีสุดท้ายของการศึกษาภาคบังคับ 24.3 เปอร์เซ็นต์ มีทักษะการอ่านที่ต่ำกว่าระดับพื้นฐาน ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรป ที่อยู่ที่ 26.2 เปอร์เซ็นต์
แม็กนัส ฮาเกอ รองศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การรับรู้แห่งมหาวิทยาลัยลุนด์ บอกว่า การเรียนรู้ผ่านวัสดุจริงช่วยกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวของเด็ก ส่งผลดีต่อกระบวนการเรียนรู้โดยรวม
โดยนอกจากในโรงเรียนแล้ว หน่วยงานสาธารณสุขสวีเดนยังแนะนำให้ผู้ปกครองเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้หน้าจอ เช่น กำหนดพื้นที่ปลอดหน้าจอภายในบ้านเหมือนกับที่เด็กๆ ต้องปฏิบัติ
ทั้งนี้ ตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว เด็กสวีเดนอายุต่ำกว่า 2 ปีได้รับอนุญาตให้ใช้เฉพาะสื่อที่ไม่ใช่ดิจิทัล เช่น หนังสือ ขณะที่เด็กก่อนวัยเรียนก็ไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องใช้เครื่องมือการเรียนรู้แบบดิจิทัล และคาดว่าจะมีหลักสูตรใหม่ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านหนังสือเป็นหลักในปี 2028
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับการลดบทบาทเทคโนโลยีในห้องเรียน สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการศึกษาสวีเดนเตือนว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของอาชีพในอนาคตจะต้องใช้ทักษะดิจิทัล และการขาดทักษะเหล่านี้อาจนำไปสู่การขาดแคลนแรงงานที่มีความสามารถ ลดนวัตกรรมในภาครัฐ และเพิ่มอัตราการว่างงาน
ปีเตอร์ คาร์ลส์สัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอิมวี แล็บส์ กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าจอทุกประเภทจะส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ และซอฟต์แวร์บางชนิดมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้หรือการอ่าน
“หากมีเครื่องมือที่ดี การเรียนการสอนก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น” คาร์ลส์สันกล่าว
