bg-single

ปิงถังหูลู ขนมหวานจีนโบราณยุคราชวงศ์ซ่ง กับเรื่องเล่าต้นกำเนิดที่ว่าเป็น “ยา”

12.04.2023


ของว่างหวานอมเปรี้ยวที่ซ่อนรสชาติและรูปลักษณ์แบบเป็นจีนไว้อย่างเข้มข้น จนชวนให้ลิ้มลองทั้งในหมู่พี่น้องชาวจีนด้วยกันเอง และในหมู่นักท่องเที่ยวที่เลี้ยวเลาะไปเจอะเจอตามสถานที่ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่ติดหูติดตาผ่านหน้าจอหนังจอละครย้อนยุคของจีน ก็คือ เจ้าลูกกลมๆ สีแดงที่เรียงตัวกันเป็นแถวผ่านแนวก้านไม้ไผ่ เหมาะจะใช้ถือทานเล่นให้เพลิดเพลิน

หรือที่เรียกกันเผินๆ ว่าผลไม้เชื่อมเสียบไม้นั่นเอง

ผลไม้เชื่อมชนิดนี้ เป็นของทานเล่นที่ถือเป็นของว่างเชิงวัฒนธรรมของจีนอีกอย่าง มีกันมานานโพ้น เริ่มโด่งดังมาจากทางตอนเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงอย่างปักกิ่ง หรือเทียนจิน มหานครเคียงข้าง ก่อนจะแพร่หลายกระจายไปทั่วทั้งประเทศ จนข้ามช่องแคบไปถึงไต้หวัน แม้ชื่อเรียกตามภาษาถิ่นในแต่ละที่จะต่างกันไป

แต่หน้าตาโดยรวมก็ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกัน

สําหรับชื่อสามัญนั้น ตามภาษาจีนกลางจะเรียกว่า ปิงถังหูหลู

ซึ่งสองคำข้างหน้า ปิงถัง หมายถึงน้ำตาลที่แข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

ส่วนผลไม้ด้านในที่นำมาใช้แต่ดั้งแต่เดิม จะเป็นผลไม้ประเภทหนึ่งที่ชื่อซานจา ให้รสหวานอมเปรี้ยว

และก็เป็นรสเดียวกับขนมที่เคยเป็นขนมยอดฮิตติดในใจของทั้งผู้ใหญ่และเด็กหลายคน อย่างขนมซานจาหรือขนมเซียงจา ที่เป็นขนมแผ่นบางสีน้ำตาลเข้มเรียงกันเป็นแถวตอนสูงอยู่ในห่อกระดาษสีชมพูทรงกระบอกขนาดจิ๋ว หาซื้อกันได้ในไทยห่อละไม่กี่บาทในสมัยก่อน

ผลไม้เชื่อมเสียบไม้นี้ จะใช้ซานจาทั้งผล เป็นลูกกลมๆ สีแดงเข้ม เอาเม็ดออก เสียบตามทางยาวของก้านไม้ไผ่ นำไปเชื่อมทั้งไม้ หากเป็นแบบที่พิเศษหน่อย ก็จะมีการใส่ไส้ต่างๆ เข้าไปด้านในของซานจาอีกด้วย

นอกจากผลไม้ประเภทนี้แล้ว ยังมีการนำเอาผลไม้ประเภทอื่นๆ มาเชื่อมน้ำตาลเสียบไม้วางขายในลักษณะเดียวกัน ทั้งส้มที่แกะเป็นกลีบแล้ว กีวีที่ฝานเป็นแผ่น พุทรา สตรอเบอรี่ ผลองุ่น ไปจนถึงกล้วยหอม แอปเปิลหรือสับปะรดที่หั่นเป็นชิ้น เรียงกันทั้งแบบที่เป็นชนิดเดียวกันทั้งไม้ และแบบที่สลับสับหว่างด้วยผลไม้หลากชนิดให้สีที่สดใสสวยงาม

หรือจะแหวกแนวกันอีกหน่อยด้วยเพื่อนฝูงตระกูลถั่วหรือแม้แต่ช็อกโกแลตก็ยังมี

ของว่างแบบนี้มีเร่ขายกันมานานแล้ว เล่าต่อๆ กันมาว่า น่าจะมีมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซ่ง เมื่อพันกว่าปีที่แล้ว โดยอาจมีต้นกำเนิดมาจากการมีสรรพคุณที่ใช้เป็นยาได้

เรื่องเล่ามีอยู่ว่า มีครั้งหนึ่งที่ฮ่องเต้ในสมัยนั้น ทรงกังวลในอาการป่วยของพระสนมเอกที่ทานอะไรไม่ค่อยได้ จึงควานหาหมอมารักษาจากทั่วประเทศ

หมอคนหนึ่งได้ใช้วิธีให้ทานผลไม้ซานจาเคลือบน้ำตาลเชื่อมก่อนมื้ออาหารหลายวันติดกัน ไม่กี่วัน อาการก็หายได้จริง เป็นที่ฮือฮายิ่งนัก

คาดกันว่า น่าจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ พระสนมรับประทานแต่อาหารที่มีไขมันมาก การทานผลไม้แบบนี้มีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหารได้ ทำให้รู้สึกดีขึ้น

ต่อมา จึงได้กลายมาเป็นของว่างพื้นบ้านที่ชาวจีนชื่นชอบ อีกทั้งยังมีสรรพคุณอื่นที่เชื่อต่อกันมา เช่นว่า ลดอาการร้อนใน ช่วยเจริญอาหาร คลายความเหนื่อยล้า บำรุงเลือด บำรุงผิวพรรณ กระทั่งบำรุงสมอง

มีบางยุคที่ผลไม้เชื่อมแบบนี้เงียบหายไปบ้าง แต่ก็กลับมาเฟื่องฟูชูความนิยมในสมัยราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายของจีน

และเมื่อช่วงหลายปีก่อน ที่มีการนำไปแสดงถึงในละครล้อเลียนของตลกจีน และยังมีเพลงฮิตติดหูที่พูดถึงว่า ทานปิงถังหูหลูแล้ว รักษาโรคได้ อายุอ่อนไปอีก 20 ปี ซึ่งแม้จะเกินจริงไปบ้าง แต่ก็เรียกกระแสกลับคืนมาได้ไม่น้อย

ปิงถังหูหลูจะเป็นที่ชื่นชอบเป็นพิเศษในฤดูหนาว เพราะเมื่อนำผลไม้ไปผ่านกระบวนการคลุกเคล้าเข้ากับน้ำตาล พอไปปะทะกับความเย็นยะเยือกของอุณหภูมิภายนอก ชั้นน้ำตาลที่จับตัวเป็นเกล็ดแข็งอยู่รอบผลไม้ จะให้ความรู้สึกราวกับกำลังลองลิ้มชิมน้ำแข็งรสหวานที่ด้านในยังมีผลไม้รออยู่อีกชั้น

ยิ่งผลไม้มีรสหวานนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ ก็ยิ่งทำให้ผลไม้เชื่อมไม้นั้น มีรสชาติมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในบางยุค ก็ยังเป็นของหวานฉลองตรุษจีนที่เด็กๆ ชาวจีนโปรดปรานกันมากอีกด้วย

ส่วนขั้นตอนการทำ จะว่าไม่ซับซ้อนก็น่าจะใช่ แต่จะทำให้อร่อยกำลังดี ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน ต้องเริ่มตั้งแต่การหาผลไม้ที่รสชาติพอเหมาะ ตัดรสกับน้ำตาลได้ดี

ส่วนการเคลือบน้ำตาล ก็ต้องใช้ไฟที่พอดี หากไฟอ่อนไป น้ำตาลจะเหนียวหนึบติดฟัน แทนที่จะหวานกรอบ

แต่หากไฟแรงไป แทนที่จะได้น้ำตาลใส จะกลายเป็นสีเข้มและออกรสขม

แต่ถ้าเอาแค่ชิมพอรู้รสหรือถือประกอบไว้ถ่ายรูปเป็นหลักฐานว่ามาถึงเมืองจีนแล้วจริง เลือกแค่แบบที่ดูดีมีสีสัน ก็หาได้ไม่ยาก

อีกอย่างหนึ่งที่สืบทอดกันมาด้วยเหมือนกัน นอกจากกรรมวิธีการทำ ก็คือ วิธีการขาย เพราะส่วนใหญ่ก็ยังพบได้ตามริมถนนหรือแผงหาบเร่ ที่จะมีจำหน่ายกันเป็นร้านอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมีไม่มากนักมาแต่ไหนแต่ไร

ผลไม้เชื่อมที่ว่านี้ ให้ทั้งอรรถรสและบรรยากาศราวกับย้อนยุคเข้าไปในภาพยนตร์กำลังภายในสักเรื่อง ที่เห็นพ่อค้าเดินถือกำฟางขนาดใหญ่เสียบผลไม้เชื่อมเป็นแท่งไว้รายรอบ หรือหาบไว้สองข้างของไหล่ เดินเร่ขายตามย่านชุมชน ร้านน้ำชา หรือโรงละคร ร้องเรียกลูกค้าด้วยโทนเสียงสนุกสนาน

มาถึงวันนี้ ก็ยังพบเห็นกันได้ในรูปแบบดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ เสียบไม้จำหน่ายให้ถือทานเล่นได้ แม้วิธีวางขายจะได้รับการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพสังคมไปบ้าง เช่นเสียบขายในแท่งโฟม แท่งพลาสติก กล่องเหล็ก หรือวางเรียงบนถาดไม้แทนกำฟางที่มัดรวมกันก็ตาม และยังขยายไปสู่ฤดูกาลต่างๆ จนหาทานกันได้ทั้งปี

ยิ่งตามแหล่งท่องเที่ยว ก็ยิ่งพบเห็นได้มาก เป็นของว่างที่ชวนให้ลิ้มลอง

นอกไปจากนี้ สมัยนี้ยังมีบรรจุหีบห่อวางขายตามร้านของฝากหรือซูเปอร์มาร์เก็ตให้ซื้อหาได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย พัฒนาไปตามยุคตามสมัย แสดงตัวชัดเจนว่า พร้อมยืนหยัดเป็นของว่างโบราณที่ขายดิบขายดี มีให้ซื้อหามาถึงทุกวันนี้ และเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมแบบจีนที่แม้จะไม่ได้ทำกำไรให้อู้ฟู่

แต่ก็เรียกรอยยิ้มของผู้ที่ผ่านมาพบเห็นได้ไม่มากก็น้อยอยู่เสมอ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี