bg-single

อโยธยา เมืองเก่า อยุธยา เมืองใหม่ | สุจิตต์ วงษ์เทศ

29.04.2026

ยุธยา” เป็นนามเมืองใหม่ (ของอโยธยา) มีขึ้นตั้งแต่ปีแรกสถาปนาอยุธยา พบหลักฐานต่อไปนี้ (1.) พระอัยการลักษณะพยาน ตราขึ้นในแผ่นดินพระรามาธิบดี สถาปนากรุงศรีอยุธยา ศักราช 1894 (ซึ่งตรงกับ พ.ศ.1893 เหตุจากพุทธศักราชสมัยนั้นเร็วกว่าสมัยนี้ 1 ปี) ระบุนามเต็มว่า “กรุงเทพมหานครบวรทวารวดีศรีอยุธยา–”

(2.) กำสรวลสมุทร (กำสรวลศรีปราชญ์) แต่งในแผ่นดินพระบรมไตรโลกนาถ เรือน พ.ศ.2000 ระบุนาม “อยุธยา” หลายครั้ง ได้แก่

อยุธยายศยิ่งฟ้า ลงดิน แลฤ (บท 3)
อยุธยายศโยคฟ้า ฟากดิน (บท 9)
อยุธยาไพโรจน์ใต้ ตรีบูร
ทวารวุดีเรียงหอ สระหล้าย
อยุธยายิ่งแมนสูร สุรโลก รังแฮ
ถนัดดุจสวรรค์คล้ายคล้าย แก่ตา (บท 10)

หลักฐานที่ยกมานี้ไม่สอดคล้องกับความเห็นที่มีมาก่อนว่า “อยุธยา” เป็นชื่อใหม่หลังกรุงแตกครั้งแรก ดังนี้ อโยธยาเป็นชื่ออยุธยามาแต่แรกสถาปนา พ.ศ.1893-1894 ครั้นหลังกรุงแตกครั้งแรก พ.ศ.2112 จึงเปลี่ยนนามจากอโยธยาเป็นอยุธยา ดร.ประเสริฐ ณ นคร อธิบายดังต่อไปนี้ “เรื่องอโยธยา นักประวัติศาสตร์หลายคนเข้าใจว่า อโยธยาในศิลาจารึกสุโขทัยหมายถึงอาณาจักรอโยธยาก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยา ความจริงอโยธยาในศิลาจารึกสองหลัก หมายถึงอยุธยาหลัง พ.ศ.1893 นี้เอง-สันนิษฐานว่าหลังจากกรุงแตก พ.ศ.2112 คงเปลี่ยนชื่ออโยธยามาเป็นอยุธยา เพราะชื่อเดิมไม่เป็นมงคล เนื่องจากพ่ายแพ้แตกไปแล้ว” [บทความ “ประวัติศาสตร์สุโขทัยจากจารึก” (จากปาฐกถาที่จุฬาฯ พ.ศ.2531) พิมพ์รวมในหนังสือ ประวัติศาสตร์เบ็ดเตล็ด ของ ดร.ประเสริฐ ณ นคร สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2549 หน้า 35]

“โยเดีย” เป็นคำสำเนียวนานาชาติเรียกอยุธยาด้วยชื่อเดิม “อโยธยา” ว่า “โอเดีย” (Odia) หลังจากนั้นในแผนที่ฝรั่งเรียกอยุธยาต่างๆ กันด้วยสำเนียงพื้นถิ่นของคนทำแผนที่ ได้แก่ Iudia, Judea, Judia, Juthia อโยธยา เป็นชื่อเดิมของเมืองเก่า เป็นที่รู้จักคุ้นเคยหลายร้อยปี ส่วนอยุธยาเป็นชื่อเมืองใหม่ ยังไม่เป็นที่รู้จักทั่วไป

ด้วยเหตุดังนี้ (1.) อยุธยาเป็นชื่อในพิธีกรรม รับรู้แคบๆ ในกลุ่มชนชั้นนำ และ (2.) คนทั่วไปคุ้นเคยชื่อเดิม จึงเรียกชื่อเดิมว่าอโยธยา

เปลี่ยนชื่อเมืองแก้อาถรรพ์

อโยธยาถูก “โรคระบาด” รุนแรง คือ Black Death-กาฬโรค (ไม่ใช่ อหิวาต์) สมัยเมื่อราว 700 ปีมาแล้ว เข้าใจว่าเป็น “ผีห่า” ต้องแก้อาถรรพ์ด้วยการย้ายศูนย์อำนาจไปอยู่ที่ใหม่คืออยุธยา ซึ่งสร้างสำเร็จและได้ฤกษ์สถาปนา พ.ศ.1893-1894 อยู่บริเวณหนองโสน (ปัจจุบันเรียกบึงพระราม) กษัตริย์องค์แรกของอยุธยา คือ “รามาธิบดี” องค์เดียวกับกษัตริย์องค์สุดท้ายของอโยธยา

อโยธยา (เมืองเก่าของอยุธยา) นามเต็มว่า “อโยธยาศรีรามเทพ” (แปลว่า) เมืองแห่งชัยชนะของพระรามองค์อวตาร อยุธยา (เมืองใหม่ของอยุธยา) นามเต็มว่า “กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา” (แปลว่า) เมืองสวรรค์อันเป็นที่สถิตของพระกฤษณะและของพระราม หมายถึง กรุงเทพ (อยุธยา) เมืองสวรรค์ ที่สืบจากเมืองทวารวดีของพระกฤษณะ (ละโว้, ลพบุรี) และเมืองอยุธยาสืบจากอโยธยาของพระราม (พระนครศรีอยุธยา)

พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาสืบวงศ์เขมร

พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาสืบเชื้อสายกษัตริย์อโยธยา (รามาธิบดี) และละโว้ซึ่งสืบวงศ์จากกษัตริย์กรุงศรีโสธร (เมืองพระนครหลวง) แห่งกัมพูชา เกี่ยวดองเครือญาติผ่านทางขอมละโว้ (ลพบุรี) เป็นที่รับรู้ในราชสำนักพระนารายณ์ (พบในคู่มือทูตสยามไปยุโรป ซึ่งเป็นเอกสารราชการกรุงศรีอยุธยา ราว พ.ศ.2224 พิมพ์ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ พ.ศ.2548 หน้า 90-94) ตำนานล้านนาบางฉบับ ระบุว่าพระเจ้าแผ่นดินอยุธยาสืบวงศ์ขอมละโว้ ส่วนคำให้การชาวกรุงเก่าบอกตรงๆ ว่า พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาสืบวงศ์จากพระเจ้าปทุมสุริยวงศ์แห่งเมืองพระนครหลวง กัมพูชา

ภาษาเขมรเป็นราชาศัพท์

โยธยามีภาษาราชการ 2 ภาษา คือภาษาเขมร และภาษาไทย สืบมาจนถึงอยุธยาช่วงต้นๆ เมื่อภาษาไทยมีอำนาจราชการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด (ราวแผ่นดินเจ้าสามพระยา) ชนชั้นนำที่พูดภาษาไทยได้ยกย่องภาษาเขมรเป็นภาษาเทวราช ปัจจุบันเรียกว่าราชาศัพท์

อักษรไทย และอักษรขอม

อักษรไทย คืออักษรเขมรกับอักษรมอญที่ถูกทำให้ง่ายโดยมีอักขรวิธีง่ายที่สุดในอุษาคเนย์ภาคพื้นทวีปทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพราะถูกพัฒนาขึ้นสำหรับคนที่ไม่ใช่พูดภาษาไทยเป็นภาษาแม่ (ความไม่ไทย ของคนไทย โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2559 หน้า 63) อักษรไทยและอักขรวิธีเก่าสุดใช้เขียน (ตัวหาง) บนสมุดข่อย ยุคอยุธยา (จากงานค้นคว้าของ จิตร ภูมิศักดิ์) หลังจากนั้นจึงมีผู้ปรับปรุง (เป็นตัวเหลี่ยมมน) เพื่อใช้สลักหิน เช่น รัฐสุโขทัย (มีบอกในพงศาวดารเหนือ)

ไท-ไต

ท-ไต เป็นชื่อของสิทธิ (หรืออภิสิทธิ์) ทางเศรษฐกิจ, การเมือง และสังคม ที่ได้รับจากเมืองหรือสังคม เป็นสิ่งที่ทุกชาติพันธุ์ (หรือทุกชาติภาษา) ในภาคพื้นทวีปอุษาคเนย์ (หรือสุวรรณภูมิ) เช่น เป็นไท-ไต เท่ากับเป็นคน ไม่ใช่ผีหรือสัตว์ จึงมีสิทธิ์ใช้น้ำจากแหล่งน้ำและลำธารเพื่อทำนาทดน้ำเหมือนไท-ไตอื่นๆ เป็นต้น ไท-ไต แปลว่า คน หรือชาว ในสังกัดของเมืองหรือสังคม ย่อมไม่มีอิสระเสรี ไม่เป็นเอกเทศ ซึ่งเท่ากับเป็นไพร่ (ในบางกลุ่มชนสมัยหลังๆ หมายถึงทาส) ราวหลัง พ.ศ.2400 โดยอำนาจทางความรู้ของนักค้นคว้าชาวยุโรป ไท-ไตจึงเป็นชื่อเชื้อชาติ, ชนชาติ คนสมัยหลังก็รับรู้ตามตะวันตก แล้วไม่รู้ความหมายเดิม เลยทำให้ประวัติศาสตร์ไทยเป็นนิยาย

[เก็บความโดยสรุปมาเรียบเรียงใหม่จากข้อเขียนของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ และ อ.ยุกติ มุกดาวิจิตร]

แผนที่พระนครศรีอยุธยาปัจจุบันแสดงพื้นที่ในเกาะเมืองและนอกเกาะเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองโบราณทับซ้อนกัน 2 เมือง ได้แก่(ขวา) อโยธยา (เมืองเก่า) หลัง พ.ศ.1600(ซ้าย) อยุธยา (เมืองใหม่) มีราว พ.ศ.1893(ปรับปรุงจากแผนที่ฯ ของกรมศิลปากรพ.ศ.2558)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เดิมพัน ไชยชนก ชิดชอบ กับ AI PASSPORT
15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกตัดสิน ‘ปราสาทพระวิหาร’ ตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
ผ่าแผนรื้อสวัสดิการรัฐ เช็กบิลคนเนียนจน ทางรอดไทยยุคถังปริ่มแตก
ดันดาดัน 2 : ถึงแม่จะเป็นผี แต่แม่ก็อยากจะมีอยู่จริง
ความทรงจำ
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (2)
3 ทศวรรษ ‘Love Letter’ จาก ‘จดหมายรัก’ ระหว่าง ‘คนแปลกหน้า’ สู่ ‘โซเชียลมีเดีย’ และ ‘ธาตุแท้ของมนุษย์’
การละเล่นเพลงประชาชน
‘หัวใจ กับ เครื่องมือ’
ขมคอ สตอรี่ (1)
สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | รัฐธรรมนูญ กับ ฮั้วส.ว. การเมือง ละเอียดอ่อน