bg-single

รู้จักกับ ‘ยาเค’ จุดเริ่มต้นสู่ยาสูตรล่าสุด ‘เคนมผง’ เสพแล้วหลอนหนัก

12.01.2021

ความคืบหน้าของกรณีสารเสพติดสูตรใหม่ที่มีส่วนต่อเสียชีวิตของผู้เสพหลายรายในช่วงไม่นานมานี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 00.30 น. ที่ผ่านมา ที่ สน.วัดพระยาไกร พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พร้อม พ.ต.อ.ธงชัย บัวรังษี ผกก.สน.วัดพระยาไกร ร่วมกับพนักงานสอบสวน และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ประชุมคลี่คลายคดียาเคนมผงที่ระบาดหนักรอบพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร พร้อมเชิญตัว นายโบ้ นายน้ำ และ นายป๋อง วัยรุ่นชาย 3 รายที่อยู่ในวันเกิดเหตุที่ น.ส.สุทธิณี เมตตาจิตต์ เสียชีวิต ในซอยจันทร์ 31 มาสอบปากคำ

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบถาม นายโบ้อ้างว่า ก่อนเกิดเหตุนายป๋องได้ชักชวนให้ไปซื้อยาเสพติด ซึ่งตอนนั้นไม่ทราบว่าคือยาอะไร จึงไปซื้อยาดังกล่าวที่ย่านสวนพลู แต่ปรากฏว่าไม่มี จึงเลี้ยวรถกลับไปซื้อที่ซอยโรงสี ย่านถนนพระราม 3 จำนวน 5 ถุง ในราคา 2,700 บาท อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังต้องสอบปากคำทั้ง 3 คนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนในพื้นที่เขตสายไหม มีรายงานว่า พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 รรท.ผบก.น.2 รับงานงานว่าชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด บก.น.2 นำโดย พ.ต.ท.อรรถพงษ์ จันทนะสร รอง ผกก.ฯ/หัวหน้าชุด ปส.บก.น.2 พร้อม พ.ต.ต.รัตน์พัฒน์ ฝึกฝน สว.สส.และกำลังชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด บก.น.2 ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.ศิริกาญจน์ หรือนุ่น เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง ยาเคตามีน 6 ถุงน้ำหนักรวม 8.1 กรัม จับกุมได้ที่บ้านพักภายในชุมชนจิตภาวรรณ 1 แยก 4 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีหญิงสาวชื่อ “นุ่น” ลอบขายยาเคนมผงภายในชุนชนจิตภาวรรณ 1 พื้นที่สายไหม จึงวางแผนติดต่อซื้อยาเสพติดดังกล่าว

จนพบ น.ส.นุ่น กำลังยืนอยู่ที่หน้าบ้าน ท่าทางมีพิรุธต้องสงสัยเหมือนมีสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อตรวจค้น โดย น.ส.นุ่น รับว่ามียาเสพติดอยู่ในกระเป๋ากางเกง 3 ถุง และยังให้การรับสารภาพว่ายังมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอน ตำรวจจึงให้ น.ส.นุ่น นำค้นพบยาเคตามีนเพิ่มอีก 3 ถุง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวน น.ส.นุ่น ให้การว่า ยาเคตามีนนี้มีส่วนผสมยาเคตามีนกับยาโรเซ่หรือยานอนหลับ ซึ่งจะทำให้ออกฤทธิ์ได้แรงขึ้น โดยรับยามาจากเพื่อนชายที่อยู่ย่านลำลูกกาคลอง 2 ในราคากรัมละ 470 บาท และนำมาแบ่งขายให้กับเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก และกลุ่มวัยรุ่นลูกค้าทั่วไปในย่านสายไหม ราคากรัมละ 600 บาท โดยทำมานานแล้วกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมในครั้งนี้

เบื้องต้นแจ้งข้อหา มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ยาเคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฏหมาย”ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดี

ด้าน พล.ต.ต.ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ6) ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เผยถึงยาเคนมผงที่กำลังแพร่ระบาดว่า

ยาเค หรือชื่อเต็มว่า Ketamine ยาที่ถูกนำมาใช้เป็นยาเสพติด เป็นยาทางการแพทย์ที่ใช้ในกระบวนการดมยาสลบ ในรูปยาฉีดเข้าเส้นเลือดหรือเข้ากล้ามเนื้อ โดยมีฤทธิ์สงบประสาท รู้สึกเคลิบเคลิ้ม ระงับอาการปวด ออกฤทธิ์เร็ว ทำให้หลับอย่างตื้นๆ ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ของร่างกายยังคงอยู่ และสามารถปลุกให้ฟื้นเป็นปกติได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงนิยมใช้ร่วมกับยาตัวอื่นในกระบวนการดมยาสลบ หรือระหว่างการทำหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้เวลาไม่นานนัก

อย่างไรก็ตามในขนาดยาที่ใช้ในทางการแพทย์ ก็สามารถพบผลข้างเคียงได้คือ ความดันโลหิตสูงขึ้น ชีพจรเร็วขึ้น หายใจช้าลง มีอาการฝันและบางครั้งจะเป็นฝันร้าย กระสับกระส่าย ปวดศีรษะ

พล.ต.ต.ธนิต กล่าวอีกว่า เนื่องจาก Ketamine มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท จึงมีผู้นำไปใช้เป็นสิ่งมึนเมาในรูปแบบยาผง ด้วยกรรมวิธีผ่านความร้อน หรือผลิตในรูปแบบผงโดยตรงลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย นำมาเสพเพื่อให้เกิดอาการมึนเมาจากฤทธิ์กดประสาท โดยเรียกว่าเป็น ยาเค และพบว่ามีการนำไปใช้ร่วมกับยาเสพติดประเภทอื่น เช่น ยาอี ยาไอซ์ โคเคน เฮโรอีน หรือ ดื่มแอลกอฮอร์ร่วมด้วย ผู้ที่นำไปใช้เสพติดจะสามารถเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้ เช่น มีอาการกดระบบประสาทรุนแรง ทำให้คล้ายคนเมา เดินเซ ไม่มีสติ กระบวนการทางความคิด การรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภาพแสงสีเสียงเปลี่ยนแปลงไป ระบบการทำงานของหัวใจและการหายใจแปรปรวน มีการกดการหายใจ มีอาการทางจิต เช่น ฝันร้าย ประสาทหลอน เพ้อคลั่ง

หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการทางจิต ประสาทหลอน หูแว่ว กลายเป็นคนวิกลจริตได้ Ketamine จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 การใช้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยแพทย์และสั่งจ่ายในสถานพยาบาลเท่านั้น ผู้ที่ลักลอบผลิต นำเข้า ส่งออก โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ ไม่มีใบอนุญาตนำผ่าน ต้องเสียค่าปรับและระวางโทษจำคุก

สำหรับส่วนประกอบของ ‘ยาเคนมผง’ ที่มีการนำมาใช้เสพติดและพบอันตรายถึงชีวิตที่เป็นข่าวในช่วงนี้ เป็นการนำยาเสพติดหลายตัวผสมรวมกัน โดยมียาเคเป็นส่วนประกอบหลัก ร่วมกับ ยาไอซ์ เฮโรอีน และยานอนหลับที่เรียกว่า ‘โรเซ่’ นำมาบดรวมกันจนละเอียดลักษณะคล้ายนมผง จึงเรียกว่า ยาเคนมผง โดยจากสอบถามข้อมูลพบว่า มีราคาการจำหน่ายที่ค่อนข้างสูงถึงกรัมละ 500 บาท เนื่องจากเป็นการผสมยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทรุนแรงหลายตัวร่วมกัน จึงทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์ของยาที่เป็นส่วนผสมและเกิดอันตรายร้ายแรงได้ การใช้ยาเคนมผงทำให้ผลข้างเคียงต่างๆ ของยาเคเพิ่มมากขึ้น เช่นทำให้มีฤทธิ์หลอนประสาทที่รุนแรง ทำให้ผู้เสพมีอาการหวาดระแวงและประสาทหลอนตลอดเวลา จากการศึกษาของต่างประเทศพบว่า การใช้ยาเคร่วมกับยาอื่นทำให้พบผู้เสพใช้ยาเกินขนาดได้มากขึ้น จนทำให้เสียชีวิตจากฤทธิ์กดการหายใจหรือฤทธิ์รบกวนการทำงานของหัวใจ

ดังนั้น จึงขอเตือนภัยว่า “ยาเคนมผง ยาเสพติดอันตรายร้ายแรง ยาเสพติดหลายชนิดรวมกัน เสียชีวิตได้อย่างไม่คาดคิด”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!