bg-single

ณัฐวุฒิ เย้ย ส้ม สีดาลุยไฟแต่เสียรู้อนุทิน ฉะ โดนอนุรักษนิยมลูบหลังเบาๆ ก็ยกเอาอำนาจให้เขา

09.01.2026

ณัฐวุฒิ เย้ยส้ม สีดาลุยไฟแต่เสียรู้อนุทิน ยกเพื่อไทยเคยร่วมงานอนุทิน จนมีบทเรียนแล้ว ฉะ ส้ม ฝ่ายประชาธิปไตย สู้มา 20 ปี ไม่เคยเอาอำนาจอันชอบธรรมไปมอบให้อนุรักษ์นิยม แต่สีส้ม แค่ลูบหลังเบาๆก็ยกให้เขา

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แคมเปญ “ยกเครื่องชีวิตคนไทย เพื่อไทยทำได้ เลือก เพื่อไทยให้ชนะขาด“ ณ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยนายณัฐวุฒิได้กล่าวปลุกใจถึงกระแสความนิยมของพรรคที่กำลังพุ่งสูงขึ้นหรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ “โพลไหลทับ” ซึ่งสวนทางกับคำสบประมาทว่าพรรคจะสูญพันธุ์ โดยชี้ให้เห็นถึงความโชคดีและลงตัวตั้งแต่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค จับได้หมายเลข 9 ซึ่งเป็นเลขมงคลที่สื่อสารง่าย ต่างจากพรรคคู่แข่งที่ได้เลขสองหลักที่ทำมือยาก พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวพาดพิงถึงพรรคการเมืองเสื้อสีน้ำเงินที่มีสัญลักษณ์ท่าทาง “พลัส” โดยเปรียบเปรยว่าเป็นท่าปล่อยลำแสงของ “อุลตร้าแมน” ซึ่งมีขีดจำกัดในการแปลงร่างและปล่อยพลังได้เพียง 3 นาที เปรียบเสมือนการทำงานที่อาจอยู่ได้เพียงสั้นๆ หรือแค่ 2 เดือนก็หมดเวลา

นายณัฐวุฒิ ยังได้กล่าวถึงกระแสวิเคราะห์การเมืองที่มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนหวยล็อกที่ตัวอักษรย่อ “อ.อ่าง” ว่าเป็นเรื่องจริงที่เถียงไม่ได้ แต่ อ.อ่าง ในที่นี้หมายถึง “อ.เชน” หรือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองแบบ “สามก๊ก สามสี” คือ แดง น้ำเงิน และส้ม โดยวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ที่พรรคสีส้ม (พรรคประชาชน) เคยไปเซ็น MOA ร่วมกับสีน้ำเงิน (พรรคภูมิใจไทย) เปรียบเหมือนนางสีดาลุยไฟเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์แต่กลับเสียรู้ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเคยมีบทเรียนในการร่วมงานกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล มาแล้วในอดีต นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นความแตกต่างของการสูญเสียอำนาจ โดยระบุว่าฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเพื่อไทยมักถูกยึดอำนาจด้วยวิถีทางที่ไม่ปกติ เช่น รัฐประหารหรือนิติสงคราม แต่ครั้งนี้ดูเหมือนมีการส่งมอบอำนาจให้อีกฝ่ายอย่างง่ายดายเพียงแค่การลูบหลังและอ้างสัญญา MOA

“วิเคราะห์กันว่าการเมืองครั้งนี้ แข่งกันสามก๊ก สามสี คือ สีแดง น้ำเงิน ส้ม ซึ่งหนึ่งในนี้จะได้ตั้งรัฐบาล ตอนนี้ สีแดงยืนอยู่ตรงนี้ สีน้ำเงินเป็นรัฐบาล แต่อีกสีเป็นสีดาลุยไฟ เพราะไปเซ็น MOA ตอนสีดาลุยไฟ เพราะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่สีดาในปัจจุบันกลับเสียรู้ให้ “อนุทิน” ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยจัดการแล้ว ตอนร่วมรัฐบาล แต่ทำงานไม่เข้าขา มองตาไม่รู้ใจ จึงเอา “อนุทิน” ออกจากมหาดไทย แต่สีส้ม กลับเอาไปใส่ทำเนียบรัฐบาล และวันที่ประกาศยุบสภา ผมไม่ได้รู้สึกฟินหรือสาแก่ใจ ที่หลอกกันกลางบ้าน กลางเมือง เพราะความหมายของสถานการณ์คือความเจ็บปวดและบอบช้ำของฝ่ายประชาธิปไตย เราสู้กันมา 20 กว่าปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ที่ฝ่ายประชาธิปไตย เอาอำนาจอันชอบธรรม จากประชาชน ไปให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ซึ่งหากจะเอาอำนาจจากอดีตนายกฯพรรคเพื่อไทย ต้องปล้นเอา หรือยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน โดยการใช้นิติสงคราม ถ้าเอาอำนาจจากพรรคสีส้ม เพียงแค่ลูบหลังเบาๆแล้วก็ยกให้เขา แล้วบอกว่าต้องเป็นไปตาม MOA เมื่อพอเป็นรัฐบาลก็ทำอยู่อย่างเดียว คือ โครงการคนละครึ่ง และพอ 2 เดือน ก็ยุบสภา คืนให้สีส้มครึ่งนึง ซึ่งไม่ใช่แค่หักหลัง แต่เป็นการหักหน้า คนก็วิจารณ์ว่าสีส้มถูกหักหลัง ไม่มีที่พึ่ง จนตาตื่นไปบอกประชาชน ว่าขอโอกาสอีกครั้ง” นายณัฐวุฒิ ระบุ

ในช่วงท้าย นายณัฐวุฒิ ได้ประกาศจุดยืนต่อกรณีที่พรรคประชาชนชูนโยบาย “มีเรา ไม่มีเทา” และกดดันให้ประกาศว่าจะไม่โหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่เล่นเกมตามคำท้าของใคร แต่จะยึดหลักการฟังเสียงฉันทามติของประชาชนผ่านคูหาเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความสง่างามที่สุดในระบอบประชาธิปไตย หากประชาชนตัดสินใจอย่างไร พรรคพร้อมเดินหน้าตามนั้น

“นโยบายของพรรคประชาชนครั้งนี้ ที่ชูมีเรา ไม่มีเทา ไม่มีวันยกมือให้ อนุทิน เป็นนายกฯ แล้วมาบี้พรรคเพื่อไทยว่าจะเลือกใคร เมื่อต้มกันเองแล้วเกี่ยวอะไรกับเพื่อไทย ขอให้ประชาชนจับตาพรรคที่ประกาศไม่โหวตอนุทิน เชื่อว่าไม่เกี่ยวกับเทาหรือไม่เทา แต่ไม่ปฏิเสธว่า ภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยจะไม่เล่นเกมตาม เราขอฟังเสียงของประชาชนก่อน เพราะเป็นเรื่องที่สง่างามที่สุดของประชาธิปไตย เมื่อประชาชนตัดสินใจอย่างไร เราจะเดินหน้าตามนั้น”

พร้อมย้ำความเชื่อมั่นในตัว นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี และยืนยันในดีเอ็นเอของพรรคที่สืบสานเจตนารมณ์มาจากพรรคไทยรักไทยและนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยขอให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะขาดเพื่อเข้าไปจัดตั้งรัฐบาลและทำงานให้สำเร็จ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เดิมพัน ไชยชนก ชิดชอบ กับ AI PASSPORT
15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกตัดสิน ‘ปราสาทพระวิหาร’ ตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
ผ่าแผนรื้อสวัสดิการรัฐ เช็กบิลคนเนียนจน ทางรอดไทยยุคถังปริ่มแตก
ดันดาดัน 2 : ถึงแม่จะเป็นผี แต่แม่ก็อยากจะมีอยู่จริง
ความทรงจำ
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (2)
3 ทศวรรษ ‘Love Letter’ จาก ‘จดหมายรัก’ ระหว่าง ‘คนแปลกหน้า’ สู่ ‘โซเชียลมีเดีย’ และ ‘ธาตุแท้ของมนุษย์’
การละเล่นเพลงประชาชน
‘หัวใจ กับ เครื่องมือ’
ขมคอ สตอรี่ (1)
สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | รัฐธรรมนูญ กับ ฮั้วส.ว. การเมือง ละเอียดอ่อน