bg-single

การประชุมวิชาการนานาชาติภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง “ภาษา·ระบบนิเวศ·อารยธรรม” ประจำปี 2569จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ กรุงเทพมหานคร

29.10.2026

    ​การประชุมวิชาการนานาชาติภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “ภาษา·ระบบนิเวศ·อารยธรรม” ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การประชุมโรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย และเครือข่ายพันธมิตรเพื่อพัฒนาสถาบันขงจื่อและห้องเรียนขงจื่อแห่งประเทศไทย โดยมีสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงาน พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยต้าหลี่ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครเป็นหน่วยงานสนับสนุน งานประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิดการใช้ภาษาเป็นสะพาน ใช้ระบบนิเวศเป็นสื่อกลาง และใช้อารยธรรมเป็นจิตวิญญาณ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้แทนจากสถาบันขงจื่อ โรงเรียนสอนภาษาจีน ตลอดจนสื่อมวลชนจากประเทศในกลุ่มแม่โขง-ล้านช้างและประเทศใกล้เคียงเข้าร่วมงานกว่า 100 คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการเชื่อมโยงทางภาษา การสร้างระบบนิเวศร่วมกัน และการเรียนรู้อารยธรรมซึ่งกันและกัน

    ​ผู้เข้าร่วมพิธีเปิดประกอบด้วย สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ประธานกรรมการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร  ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายหนี หยาง อุปทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย รองศาสตราจารย์ ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ดร. วรรณา ลอลือเลิศ ประธานสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) ศาสตราจารย์ ชุย ซีเลี่ยง อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง (BLCU) นักวิจัย เซียว เหวิน ผู้อำนวยการศูนย์สหวิทยาการ มหาวิทยาลัยต้าหลี่ นางหวัง เสี่ยวเยี่ยน รองผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ ศูนย์กรุงเทพฯ (CLEC-BANGKOK)  ตลอดจนศาสตราจารย์ หู อิง ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร (ฝ่ายจีน)รองศาสตราจารย์ ดร.อนันตกุล  อินทรผดุง ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อฯ (ฝ่ายไทย) และคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กว่า 10 ท่าน โดยมีผู้แทนเข้าร่วมจากหลากหลายประเทศ อาทิ จีน ไทย ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

   ​ ในพิธีเปิด ศาสตราจารย์ หู อิง ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร(ฝ่ายจีน) ได้กล่าวรายงานโครงการ และรองศาสตราจารย์ ดร.อนันตกุล  อินทรผดุง ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อฯ (ฝ่ายไทย) ได้เรียนเชิญคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติร่วมทำพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมกันทำพิธีเปิดผ่านการจัดดอกไม้ ซึ่งเปรียบเสมือนการนำ “ดอกไม้แห่งภาษา” “ดอกไม้แห่งระบบนิเวศ” และ “ดอกไม้แห่งอารยธรรม” มาเบ่งบานร่วมกัน เพื่อร่วมกันวาดภาพการพัฒนาก้าวหน้าที่หลากหลายและงดงามในภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง

    รองศาสตราจารย์ ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมเป็นลำดับแรก โดยระบุว่ามหาวิทยาลัยพร้อมใช้โอกาสจากการประชุมวิชาการในครั้งนี้ เป็นแรงขับเคลื่อนบทบาทของสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอนภาษา การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อร่วมอุทิศกำลังในการกระชับความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทย-จีน ให้ลึกซึ้ง และสนับสนุนการพัฒนาในระดับภูมิภาคต่อไป

ศาสตราจารย์ อิน เจี้ยนจง อธิการบดีมหาวิทยาลัยต้าหลี่ ได้กล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบออนไลน์ โดยได้กล่าวถึง การดำเนินงานทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยต้าหลี่ ที่หยั่งรากลึกในยูนนานตะวันตก และมุ่งสู่ภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง พร้อมทั้งแนะนำผลสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการทุ่มเทอนุรักษ์และบริหารจัดการทะเลสาบบนที่สูง เช่น ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ มาอย่างยาวนาน ตลอดจนการส่งเสริมการศึกษานานาชาติภาษาจีนและการศึกษาวิจัยวัฒนธรรมเชิงนิเวศที่มุ่งสู่เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ยังได้เชิญชวนให้สถาบันการศึกษาจากประเทศต่างๆ ร่วมมือกันเป็นผู้พิทักษ์ระบบนิเวศลุ่มน้ำ ร่วมเป็นผู้ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงทางภาษาที่เข้มแข็ง และร่วมเป็นผู้ปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อารยธรรมอย่างแข็งขัน เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การปกป้องระบบนิเวศ ร่วมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนของคณาจารย์และนักศึกษา ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน อันจะทำให้แนวคิด “ภาษา·ระบบนิเวศ·อารยธรรม” หยั่งรากลึกและออกดอกออกผลบนผืนแผ่นดินแม่โขง-ล้านช้างอย่างแท้จริง

    ​การประชุมวิชาการในครั้งนี้ได้รับความสนับสนุนอย่างดียิ่งจากทางภาครัฐของไทย โดย ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยระบุว่า การจัดงานในครั้งนี้ประจวบเหมาะกับวาระครบรอบ 10 ปี ของการประชุมผู้นำความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งแรก สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของประเทศสมาชิกในการกระชับมิตรภาพและขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน ภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้างเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่เดียวกันที่มีสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต มีอารยธรรมอันยาวนานที่ส่องสว่างสะท้อนซึ่งกันและกัน และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองเคียงคู่กันไป การใช้ภาษาเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจและความเชื่อมั่น การใช้ระบบนิเวศเป็นรากฐานยึดมั่นการพัฒนาสีเขียว และการใช้อารยธรรมเป็นฐานรากในการส่งเสริมภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ทั้งสามประการนี้ต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และเป็นเสาหลักสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การยกระดับคุณภาพการอุดมศึกษา ตลอดจนการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการวิจัยที่มีเอกลักษณ์ในระดับภูมิภาค รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับการอุดมศึกษาสู่สากลและการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายภาษา พร้อมทั้งผลักดันความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ร่วมกับประเทศในกลุ่มแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งรวมถึงประเทศจีนอย่างแข็งขัน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกฝ่ายในการกระชับความร่วมมือทางวิชาการ การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนคณาจารย์และนักศึกษา ตลอดจนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มายกระดับศักยภาพทางการศึกษา เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การศึกษานานาชาติภาษาจีนยังถือเป็นสะพานเชื่อมโยงสำคัญที่ช่วยให้เยาวชนไทยได้เข้าใจประเทศจีนและเข้ามามีส่วนร่วมในความร่วมมือระดับภูมิภาค จึงคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สถาบันอุดมศึกษาและสถาบันขงจื่อจากชาติต่างๆ จะใช้การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีในการกระชับความร่วมมือด้านการวิจัยและการบ่มเพาะบุคลากรร่วมกัน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ขุมพลังแห่งอนาคตสำหรับความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง และสร้างผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นต่อไป

    ​นายหนี หยาง อุปทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า ประเทศจีนและประเทศไทยมีความใกล้ชิดกันทางภูมิศาสตร์และมีสายใยเชื่อมโยงกันทางวัฒนธรรม โดยปีนี้ตรงกับวาระครบรอบ 51 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และยังเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคทอง” แห่งมิตรภาพไทย-จีน อีกด้วย ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม โดยการเชื่อมโยงทางภาษาถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเชื่อมใจระหว่างประชาชน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้จะใช้การประชุมวิชาการครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญ ในการผลักดันการบูรณาการอย่างลึกซึ้งระหว่างการศึกษานานาชาติภาษาจีน กับด้านระบบนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อร่วมกันอุทิศตนแก่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของประเทศแม่โขง-ล้านช้าง ตลอดจนส่งเสริมมิตรภาพไทย-จีน ให้ยั่งยืนและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป

   ​ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ประธานกรรมการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ได้เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมทั้งกล่าวสุนทรพจน์ความว่า ในปี 2569 นี้ กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้างได้ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2แล้ว โดยประชาชนของประเทศในลุ่มน้ำแม่โขง-ล้านช้าง ต่างก็ “ดื่มน้ำจากสายธารเดียวกัน โชคชะตาผูกพันกัน” ซึ่งภาษาคือสะพานเชื่อมโยงจิตใจ ระบบนิเวศสะท้อนถึงกฎเกณฑ์แห่งการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และการปกป้องสิ่งแวดล้อมทางนิเวศในลุ่มน้ำถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่มีต่ออนุชนรุ่นหลัง ขณะเดียวกัน อารยธรรมคือรากเหง้าอันลึกซึ้งที่สั่งสมผ่านหน้าประวัติศาสตร์ และการเรียนรู้ซึ่งกันและกันทางอารยธรรมจะเป็นแรงขับเคลื่อนอันยั่งยืนในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันในระดับภูมิภาค พร้อมกันนี้ ท่านยังได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันจัดงานประชุมในครั้งนี้ และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมวิชาการดังกล่าวจะสามารถหลอมรวมสติปัญญา บังเกิดเป็นผลสัมฤทธิ์แห่งความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาคต่อไป

    ​ดร. วรรณา ลอลือเลิศ ประธานสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) ได้กล่าวในพิธีว่า ความสัมพันธ์ไทย-จีนกำลังต่อยอดจาก “ปีทอง 50 ปี” และการประชุมวิชาการในครั้งนี้ได้สร้างเส้นทางเลือกใหม่สำหรับความร่วมมือด้านการศึกษาและการเชื่อมโยงจิตใจระหว่างประชาชนในภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง การศึกษาภาษาจีนในยุคใหม่ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม โดยประเด็น “ภาษาจีน + ระบบนิเวศ” ได้เปิดทิศทางใหม่ให้แก่การศึกษานานาชาติภาษาจีน ซึ่งสามารถนำวัฒนธรรมสายน้ำแห่งลุ่มน้ำมาบูรณาการเข้ากับชั้นเรียนภาษาจีนได้ ในอนาคต สมาคมฯมีความยินดีที่จะสร้างกลไกความร่วมมืออันเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันการแลกเปลี่ยนบุคลากรครูและการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาและนวัตกรรมของการศึกษาภาษาจีนในภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้างต่อไป

     ​ศาสตราจารย์ ชุย ซีเลี่ยง อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง กล่าวว่า ภาษาคือรากเหง้าอันลึกซึ้งที่สุดของอารยธรรม และเป็นสะพานเชื่อมโยงจิตใจระหว่างผู้คนให้ใกล้ชิดกันมากที่สุด ท่านชี้ให้เห็นว่า ประเทศในลุ่มน้ำแม่โขง-ล้านช้างมีขุนเขาและสายน้ำที่เชื่อมโยงถึงกัน มีสายใยทางวัฒนธรรมที่ผูกพันกัน แม้ภาษาของทั้ง 6 ประเทศจะมีความแตกต่างกัน แต่ความปรารถนาในชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีงาม การปกป้องดูแลผืนป่าและสายน้ำอันอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนการสืบทอดคุณค่าแห่งอารยธรรมนั้น ล้วนมีความสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอมา การศึกษานานาชาติภาษาจีนจึงไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดคำศัพท์และไวยากรณ์เท่านั้น หากแต่เป็นการส่งผ่านความเข้าใจ ความเคารพ และมิตรภาพอันลึกซึ้ง ดังนั้น จึงควรใช้ภาษาเป็นสะพานในการเผยแพร่แนวคิดวัฒนธรรมเชิงนิเวศ โดยอาศัยเครือข่ายสถาบันขงจื่อและศักยภาพทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา ในการผนึกกำลังสร้างสรรค์ “ประชาคมการศึกษา” “ประชาคมมนุษยศาสตร์” และ “ประชาคมวิชาการ” แห่งแม่โขง-ล้านช้าง เพื่อร่วมอุทิศพลังทางวิชาการให้แก่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของประเทศในลุ่มน้ำแม่โขง-ล้านช้างต่อไป

    ​ทั้งนี้ ก่อนและหลังพิธีเปิด ได้มีการจัดแสดงบูธนิทรรศการวัฒนธรรมจีน ซึ่งร่วมจัดโดยสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สถาบันขงจื่อการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และสถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สุพรรณบุรี โดยสถาบันขงจื่อทั้ง 3 แห่งได้นำกิจกรรมการเรียนรู้วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์มาจัดแสดง ได้แก่ การทำพัดกระดาษลายน้ำ (พัดชี่ซ่าน), การทำถุงหอมสมุนไพรจีน และการเขียนคำอวยพร “ฮก” (ความสุข) บนกระดาษลายมงคล ซึ่งได้สะท้อนถึงเสน่ห์อันโดดเด่นของวัฒนธรรมประเพณีจีนโบราณได้อย่างมีชีวิตชีวา และได้รับความสนใจจากแขกผู้มีเกียรติเข้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์อย่างคึกคัก

    ​ทั้งนี้ การประชุมวิชาการระยะเวลา 2 วันดังกล่าว ประกอบด้วยการรายงานนำเสนอหลัก การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยผู้เชี่ยวชาญ การรายงานตามหัวข้อหลัก การประชุมย่อยขนานกัน 3 ห้อง และการเสวนาโต๊ะกลมระดับอธิการบดีและผู้อำนวยการสถาบัน นอกจากนี้ จะมีการประกาศ “ข้อเสนอแนะความร่วมมือการศึกษานานาชาติภาษาจีนในภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง: ภาษา·ระบบนิเวศ·อารยธรรม” พร้อมทั้งจัดตั้งคลังข้อมูลผู้เชี่ยวชาญสำรองด้านการศึกษานานาชาติภาษาจีนในภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง อีกด้วย

    ​การประชุมวิชาการในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างรากฐานการแลกเปลี่ยนทางมนุษยศาสตร์ระหว่างประเทศในลุ่มน้ำแม่โขง-ล้านช้างให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันการบูรณาการอย่างลึกซึ้งระหว่างการศึกษานานาชาติภาษาจีน การปกป้องระบบนิเวศ และการเรียนรู้ซึ่งกันและกันทางอารยธรรม เพื่ออุทิศคุณูปการใหม่ๆ ในการกระชับความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ตลอดจนส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความก้าวหน้าทางอารยธรรมในระดับภูมิภาคต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หอไอเฟลลุกเป็นไฟ | กวีกระวาด : วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
ยิ้มไม่ย้อม
ไฟที่ไม่เคยมอด | กวีกระวาด : มีนา ฟ้าศุกร์
นกจร | เรื่องสั้น : สุชาติ สุขประสิทธิ์
ถึงเวลาที่หนุ่มสาวต้องปกป้องอนาคตตนเอง
วิวาทะ กะเพรา vs ทุนใหญ่ ต่างมุมมอง ย้อนแย้ง จาก ความหวาดระแวง ถึง การพัฒนาพันธุ์พืช
E-DUANG | เสียงร้องท้า หน้าค่าย การเมือง ก่อนญัตติ อภิปราย ไม่ไว้วางใจ
นัวร์โพลิติกส์
สลิปเก๊กับทุนเทา
‘คนแบบคุณอานันท์’ (2) | ปราปต์ บุนปาน
การประชุมวิชาการนานาชาติภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง “ภาษา·ระบบนิเวศ·อารยธรรม” ประจำปี 2569จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ กรุงเทพมหานคร
E-DUANG | จัดการ เบน สมิธ ยิม เลียก มิใช่สนอง รังสิมันต์ โรม