Dartmouth College : Ivy League กลางป่าเขาลำเนาไพร | อัษฎา อาทรไผท
ในบ้านเราเมื่อเอ่ยถึง Ivy League ท่านที่ทราบว่านี่คือกลุ่มมหาวิทยาลัยเก่าแก่ ชั้นนำขั้นสูงสุดของอเมริกา ผู้ที่ไม่ค่อยสันทัดทางด้านนี้ ก็มักจะนึกถึงHarvard Yale Columbia University of Pennsylvania ก่อน บางท่านอาจจะนึกถึง Princeton Cornell และ Brown ด้วย แต่น้อยคนนักจะทราบว่ามีDartmouth College อยู่ด้วยอีกแห่ง ผมจึงอยากแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับสถาบันแห่งนี้มากขึ้น เพราะในเมืองไทยหาข้อมูลได้น้อยมาก
ณ ตะวันออกเฉียงเหนือ ( เกือบสุด ) ของสหรัฐอเมริกา บนเส้นทางเดินป่าAppalachian Trail ท่ามกลางอุทยานของ New England ริมแม่น้ำConnecticut เส้นแบ่งชายแดนของรัฐ New Hampshire กับ Vermont มีสถานศึกษาเก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1769 ตั้งอยู่ที่เมือง Hanover นามว่า Dartmouth College ตั้งอยู่
ที่นี่เป็นที่เดียวใน Ivy League ที่ยังคงเรียกตัวเองว่า college (วิทยาลัย) เนื่องจากยังคงขนาดเดิม มีนักศึกษารวมทั้งหมดเพียง 6,700 คน เล็กกว่าที่อื่น ๆ มาก เช่นเมื่อเทียบกับ Harvard ที่มีผู้ลงเรียนทั้งหมดราว 24,500 คนแล้ว จะเล็กกว่าถึงเกือบ 4 เท่า
ความพิเศษของที่นี่ คือในขณะที่มีชื่อเสียงและศักดิ์ศรีระดับ Ivy League Dartmouth เลือกมุ่งเน้นที่จะเป็นสถานศึกษาสำหรับระดับปริญญาตรี และเน้นหนักไปที่ศิลปศาสตร์ (Liberal Arts) ที่แม้นักศึกษาจะจบวิศวกรรม หรือสายวิทย์ ก็จะต้องมีความรู้ทางด้านวิชาอื่น ๆ ด้วยอย่างสมดุล

โดยการสอนทั้งหมด ผู้สอนจะเป็นโปรเฟสเซอร์ทั้งสิ้น ไม่มีการให้ครูผู้ช่วย ที่เป็นนักศึกษาปริญญาเอกหรือโทมาสอน และแต่ละห้องเรียนก็มีขนาดเล็กทำให้นักศึกษาทุกคนสามารถเข้าถึงผู้สอนได้อย่างง่ายดาย และด้วยจำนวนนักศึกษาที่น้อย ทำให้ทุกคนที่นี่มีความผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น มีวัฒนธรรมของตัวเอง โดยมีฉากหลังเป็นธรรมชาติ ภูเขา ป่าไม้ และแม่น้ำ และยังมีเครือข่ายศิษย์เก่าที่แข็งแรงมาก ๆ อีกด้วย
อย่างไรก็ตามแม้จะเน้นปริญญาตรี Dartmouth ก็ยังมีการสอนในระดับปริญญาโท และเอก ด้วย แต่สอนอยู่เพียงไม่กี่คณะ ซึ่งแม้ไม่ได้เน้น แต่ถ้ามีสอนแล้ว ก็ไม่ใช่ธรรมดา ๆ เช่น Thayer School of Engineering สถานศึกษาวิชาวิศวกรรมแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา และ Tuck School of Business ที่เป็นที่แรกในอเมริกาที่ริเริ่มสอนหลักสูตร MBA และเป็นหนึ่งในโรงเรียนธุรกิจที่เข้ายากมากแห่งหนึ่ง
ด้วยความที่เขาเน้นที่ระดับปริญญาตรีเป็นหลัก และมีขนาดที่เล็กมาก ทำให้Dartmouth ไม่ได้ผลิตและตีพิมพ์ผลงานวิจัยออกมามากมาย เท่ามหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาปริญญาโทและเอกจำนวนมาก ที่ต้องทำวิทยานิพนธ์ ทำวิจัย ทำผลงานออกมามหาศาล ทำให้ในการอันดับมหาวิทยาลัยบางเจ้า ที่ให้น้ำหนักทางด้านนี้มาก มักจัดอันดับไม่ค่อยดีให้Dartmouth

ทว่าหากไปดูที่การจัดอันดับ ที่มุ่งเน้นที่คุณภาพของการศึกษาเป็นหลัก ไม่ใช่ปริมาณของการตีพิมพ์ อันดับของเขาก็จะอยู่ในระดับต้น ๆ ราวอันดับ 5-15 ของสหรัฐอเมริกาเสมอมา และถือเป็นสถานศึกษาที่เข้ายากมากแห่งหนึ่งโดยปีการศึกษาล่าสุดนี้ มีอัตรารับเข้าเรียนเพียง 6% เท่านั้นเอง ( คัดจากผู้สมัครทั้งหมด 100% ที่ล้วนเป็นนักเรียนแถวหน้าทั้งสิ้น ทุกคนมีเกรดเฉลี่ย4.0 ขึ้นไป และคะแนน SAT 1500-1570 ต้องทำกิจกรรมดี กีฬาเด่น แสดงความเป็นผู้นำ และความโดดเด่น )
เนื่องจากตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่นี่สนับสนุนให้นักศึกษาออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นลงว่ายน้ำ พายเรือในแม่น้ำช่วงฤดูร้อน ปีนเขา เดินป่าช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม่ร่วง และเล่นสกี กีฬาหิมะบนภูเขาของทางวิทยาลัย โดยทาง Dartmouth จะมีหน่วยงานที่ดูแลทางด้านนี้โดยเฉพาะ และจัดเตรียมอุปกรณ์ การเดินทางต่าง ๆ ให้นักศึกษาได้ประกอบกิจกรรมอย่างครบครันด้วย เรียกได้ว่าเป็นสถานศึกษาของคนชอบกิจกรรมOutdoor อย่างแท้จริง
อีกอย่างที่พิเศษของที่นี่คือระบบตารางเรียนแบบ D-Plan ที่เรียนกัน 4 เทอมแบ่งเท่า ๆ กันเป็นเทอมตามฤดู Fall, Winter, Spring และ Summer ทุกเทอมมีความยาว 10 สัปดาห์เท่ากันหมด และนักศึกษาทุกคนสามารถเลือกได้ว่า จะหยุดยาวในเทอมใด ไม่จำเป็นต้องมาปิดเทอมใหญ่กันช่วงหน้าร้อนซึ่งจะมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับการฝึกงาน ที่นักศึกษาส่วนมากในอเมริกาจะสามารถฝึกงานกันได้ตอนฤดูร้อนเท่านั้น แต่ชาว Dartmouth สามารถเลือกปิดเทอมใหญ่ช่วงอื่นได้ ทำให้ไม่ต้องไปแย่งฝึกงานกับเด็กสถาบันอื่นหรือไม่บางคนแพ้ความหนาวเหน็บสุดขั้วของ New England ก็สามารถหยุดยาวตอนหิมะโหมกระหน่ำ แล้วไปจิบน้ำมะพร้าวริมสระแทนได้

นอกจากจะเป็นสถานศึกษาแล้ว Dartmouth ยังช่วยสร้างสีสันให้กับเมืองHanover ด้วยงานประเพณีที่โด่งดังตลอดปี นั่นคืองาน Homecoming & the Bonfire งานเฉลิมฉลองต้อนรับนักศึกษาใหม่ และศิษย์เก่า รอบกองไฟขนาดสูงใหญ่มหึมากลางสนามหน้าขนาดใหญ่ยามค่ำคืน จัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง Winter Carnival งานเฉลิมฉลองความรักในกิจกรรมกลางแจ้งและหิมะ มีการแข่งกีฬาฤดูหนาว ประกวดการปั้นหิมะ จัดคอนเสิร์ต และปาร์ตี้ขนาดใหญ่ ในช่วงฤดูหนาว ส่วนในฤดูใบไม้ผลิ นักศึกษาจะจัดงานมิวสิคเฟสติวัล ที่มีศิลปินโด่งดังหลากหลายแนวเพลงมาแสดง โดยสองงานแรกทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ ส่วนงานคอนเสิร์ตนักศึกษาแต่ละคนจะได้สิทธิเชิญแขกของตัวเองมาร่วมงานในจำนวนจำกัด

แม้ที่นี่จะเป็น Ivy League ที่เล็กที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้มาเยือนจะมาแล้วไม่มีอะไรทำ เพราะเพียงเดินชมภายนอกและภายในของอาคารเก่าแก่สวยงามหลายหลังในบริเวณ ชมพิพิธภัณฑ์ หรือจะเลยไปเดินป่า ในเส้นทางเดินป่าหลังวิทยาลัย ก็น่าจะต้องใช้เวลาเกิน 1 วัน นี่ยังไม่รวมการเดินเล่นในเมือง Hanover เมืองเล็ก ๆ น่ารักแบบฮิป ๆ ด้วย
ไหน ๆ ก็ได้รู้จักที่นี่มากขึ้นแล้ว ผมจะขอพาคุณไปชมสเน่ห์ของ Dartmouth College เคล้าประวัติความเป็นมา และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ตลอดจนพาชมบริเวณใกล้เคียงในตอนต่อ ๆ ไปอีกสักหน่อยครับ โปรดติดตาม
