แอบส่อง Dartmouth College วิทยาลัย Ivy League กลางป่าใหญ่ | เปิดหูเปิดตา : อัษฎา อาทรไผท
หลังจากที่ได้เล่าเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา Ivy League แห่งนี้ ที่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงในประเทศไทยไปแล้ว ครั้งนี้ขอพาท่านไปชมบรรยากาศของแคมปัสที่สวยงาม และเมืองน่าอยู่ Hanover ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา White Mountain และ Green Mountain หากใครผ่านมาทางนี้ ตรงชายแดนของรัฐ New Hampshire กับ รัฐ Vermont ที่ขั้นกลางด้วยแม่น้ำ Connecticut นี่ป็นอีกจุดหมายที่น่ามาหยุด เพราะถ้ามาแล้วคุณจะได้ดื่มด่ำบรรยากาศเมืองสวย ๆ สถาบันการศึกษาเก่าแก่ ธรรมชาติเต็มอิ่ม ประทับใจมิรู้ลืม
เมื่อเดินทางมาถึง Dartmouth College สิ่งแรกที่ผู้มาเยือนจะเห็นคือ The Green สนามหญ้าสีเขียวขจีขนาดใหญ่ ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1769 พร้อม ๆ กับการก่อตั้งของที่นี่ ในช่วงที่อากาศไม่หนาวจนเกินไป นักศึกษาจะพากันมานั่งเล่นนอนเล่น พักผ่อนรับแสงแดด ทำกิจกรรมกันตรงนี้ นักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนมายืนบนสนามนี้ เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกการมาเยือนเมืองนี้ เพราะฉากหลังของสนามใหญ่นี้คือ Baker-Berry Library อาคารห้องสมุดที่ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คหลักของที่นี่
Baker-Berry Library เปิดเมื่อปี ค.ศ.1928 มีความโดดเด่นตรงหอนาฬิกา Baker Tower ที่สูง 200 ฟุต สามารถมองเห็นได้จากทั่วเมือง Hanover หอนาฬิกานี้เขาจะมีเสียงระฆังพิเศษ ที่จะดังขึ้นเฉพาะช่วงเวลาสำคัญ ๆ เช่นงานคืนสู่เหย้า หรืองานจบการศึกษา เท่านั้น ส่วนในห้องสมุด มีจุดน่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นภาพฝาผนังที่ชั้นใต้ดิน 24 ผนัง โดย Jose Clemente Orozco ในบริเวณอ่านหนังสือชั้นใต้ดิน ที่ได้รับการยกให้เป็นถึง National Historic Landmark ห้องอ่านหนังสือที่แต่งเป็นธีม Dr.Suisse นักเขียนนิทานชื่อดัง ที่เป็นศิษย์เก่าของที่นี่ หรือห้องสมุดโบราณ ซีเรียส ๆ แบบ Ivy League บนชั้น 2 บรรยาาศห้องสมุดเงียบมาก ทุกย่างก้าวที่เดินเหยียบไปบนพื้นไม้ ดังฟังชัดไปตลอดทาง ให้อารมณ์ขลังยิ่งนัก

ถัดจากห้องสมุด Baker-Berry ไปข้าง ๆ มีห้องสมุดอีกแห่งนามว่า Rauner Special Collections Library ที่เดิมทีเป็นหอประชุมเมื่อศตวรรษก่อน แต่ถูกปรับปรุงใหม่ให้เป็นห้องสมุดในปี ค.ศ. 1999 ภายในมีชั้นหนังสือในตู้กระจกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่เก็บต้นฉบับหายาก เอกสารเก่า หนังสือโบราณ ที่นักศึกษาสามารถขอหยิบออกมาดูได้ ส่วนผู้มาเยือนอดดู แต่สามารถเดินเข้าไปชมได้รอบ ๆ หรือจะมานั่งพักที่บริเวณชั้นลอย แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างชมวิวทิวทัศน์ สลับกับหันมาซึมซับบรรยากาศในห้องสมุดก็เข้าที
เมื่อออกมาจากห้องสมุด Rauner มองไปทางซ้าย จะเห็นอาคารยุค Colonial ขนาดใหญ่ สีขาวจั๊วะตั้งอยู่ขนาบข้างสนาม The Green นั่นคืออาคารเรียนแรกของที่นี่ Dartmouth Hall ที่ทุกวันนี้ใช้ทั้งเป็นตึกเรียน และพิพิธภัณฑ์ไปในตัว โดยอาคารดั้งเดิมที่สร้างในปี ค.ศ.1784 ได้ถูกเพลิงไหมไปถึงสองครั้งในปี ค.ศ.1904 และ 1935 และถูกสร้างใหม่ในสไตล์เดิม นักศึกษามักจะมาถ่ายรูปหมู่ตอนเริ่มและจบการศึกษากันที่นี่ เพราะถือเป็นสัญลักษณ์ของ Dartmouth อาคารนี้แม้จะเป็นอาคารเรียน แต่ใครๆ ก็สามารถเปิดประตูเข้าไปเดินชมได้
ใกล้ ๆ กันมีโบสถ์ Rollins Chapel สร้างด้วยหินสีแดง สถาปัตยกรรมสไตล์ Romanesque Revival ตั้งอยู่ ที่นี่เป็นทั้งโบสถ์และวัด ประกอบพิธีทางศาสนาทั้ง คริสต์ พุทธ ยิว ฮินดู ข้างในมีความสวยงามมาก แถมยังเหมาะกับเป็นที่จัดคอนเสิร์ตขนาดย่อม ๆ ด้วย เนื่องจากมีอคุสติกที่ดีมาก ๆ โดยส่วนตัวแล้ว วันที่เดินเข้าไปรู้สึกสงบ สบายใจ อบอุ่น จนอยากนั่งอยู่ในนั้นนาน ๆ

นอกจากอาคารมากมายอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นหอพัก หรือคณะต่าง ๆ ที่หากนำมาเล่าหมดท่านอาจจะเบื่อเสียก่อน จึงขอพาเดินไปด้านหลังของวิทยาลัย 10 นาที สู่ Occom pond บึงน้ำขนาดเล็ก ที่เป็นที่ตั้งของ Dartmouth Outdoor Club ด้วย ในบึงนี้นักศึกษาจะมาเดินเล่น จ๊อกกิ้ง พายเรือเล่นกันในหน้าร้อน ส่วนในช่วงฤดูหนาว เขาจะมาเล่นเสก็ตน้ำแข็ง ฮ็อกกี้ และจัดงาน Winter Carnival กัน
ถัดไปจากบึง Occom เป็นทุ่งขนาดใหญ่ของ Dartmouth และทางเข้าเส้นทางเดินป่า เลียบแม่น้ำ Connecticut ซึ่งดูแล้วเป็นการเดินขึ้นที่สูง และมีระยะทางยาวพอสมควร เลยไม่ได้เดินเข้าไป แต่หากได้กลับมาอีก จะเตรียมตัวมา เพื่อพิชิตเส้นทางนี้แน่ ๆ
ที่ Dartmouth นี้ เขาบอกว่าระยะทางที่ไกลที่สุด จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งคือ 20 นาที แต่ส่วนมากถ้าเดินจากใจจุดกลาง จะใช้เวลาราว 10 นาที ทำให้สามารถเดินชมจุดต่าง ๆ ได้อย่างสบาย ๆ และหลังจากเดินสำรวจมามากมาย หากหิว ทุกท่านก็สามารถไปใช้บริการห้องอาหารของที่นี่ได้ โดยผู้มาเยือนจ่าย 13 เหรียญ สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารหลากหลายชนิด หลายซุ้ม พร้อมเครื่องดื่ม และขนมนานาชนิด ในบรรยากาศโรงอาหารขลัง ๆ หลังคาสูง ประดับธงของแต่ละ House ( นักศึกษาจะแบ่งกลุ่มเป็น House ต่างๆ คล้าย Harry Potter) หรือจะเลือกรับประทานในโซนทันสมัยก็มีให้เลือก ทีเด็ดคือคุ๊กกี้และเบเกอรี่ ที่อร่อยและขึ้นชื่อมาก ๆ

หลังจากอิ่มแล้วสามารถไปเดินย่อยในพิพิธภัณฑ์ Hood Museum of Art ของ Dartmouth ได้ (แต่เขาปิดวัน อาทิตย์- อังคาร) มีงานศิลปะหลายชิ้นในหนังสือเรียนวิชา Art History ที่มาจากพิพิธภัณฑ์นี้ เรียนจากในตำราเสร็จ นักศึกษาสามารถเดินมาดูของจริงได้เลย แน่นอนว่าผู้มาเยือนก็สามารถมาชมได้ และเข้าฟรีด้วย
ปิดท้ายด้วยการเดินชมถนนสายหลักของ Hanover เมืองที่ตั้งชื่อตามเมืองในประเทศเยอรมัน และเป็นที่ตั้งของ Dartmouth College นี้ บนถนนสายหลัก Main Street ทอดยาวไปราว ๆ 1 ไมล์ มีร้านรวงอยู่เต็มสองข้างทาง ทั้งร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านไอศครีม ร้านกาแฟ เบเกอรี่ ธนาคาร ไปรษณีย์ และร้าน campus store ของทาง Dartmouth
แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่เป็นเมืองที่เท่มาก ๆ แต่ละร้านตกแต่งน่ารัก สวยงาม และมีชีวิตชีวาอย่างมาก เนื่องจากมีทั้งนักศึกษา อาจารย์ ผู้ปกครอง ผู้มาเยือน และคนเมือง Hanover หมุนเวียนกันมาใช้บริการ ถ้าใครสนใจเจาะลึกเมืองนี้ เขามีบริการ walking tour 2 ชั่วโมง พาชมรอบเมืองพร้อมแวะชิมร้านเด็ดอีกด้วย
ส่วนใครที่คิดถึงอาหารไทย ที่นี่มีร้านอาหาร ไทย ตุ๊ก ตุ๊ก ตั้งอยู่ด้วย เพียงข้ามถนนมาจากบริเวณวิทยาลัยก็ถึง ช่วยคลายความคิดถึงเมืองไทยไปได้บ้าง แต่จากการสำรวจพบว่าผู้มารับประทานจะเป็นชาวอเมริกันเสียส่วนมาก นักศึกษาไทยมักทำอาหารไทยทานกันเองในหอพัก

สุดท้ายสถานที่ ที่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้ นั่นก็คือ Hanover Inn โรงแรมเก่าแก่ สไตล์ New England ตั้งอยู่ตรงหน้า Dartmouth พอดิบพอดี เป็นโรงแรมที่อยู่คู่กับ Dartmouth เป็นที่พักให้ผู้ปกครอง ผู้มาเยือน มีร้านอาหารเปิดบริการ และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ของทางวิทยาลัยมาช้านาน ถ้าใครมาทำธุระที่นี่ แล้วพักโรงแรมนี้ จะพบกับความสะดวกอย่างมาก แน่นอนว่าค่าที่พักก็มีราคาสูงไปด้วย ทำให้ผู้มาเยือนส่วนมาก เลือกไปพักโรงแรมในเมืองใกล้เคียงแทน ที่ค่าที่พักเบากว่าเป็นเท่าตัว
และนี่คือเรื่องราวสั้น ๆ เกี่ยวกับ Dartmouth College ที่หาพบในสื่อภาษาไทยได้น้อยมาก ๆ เมื่อได้เดินทางมาถึง จึงอยากนำมาบันทึกไว้ในภาษาไทย ให้ท่านที่สนใจได้มาอ่านกัน ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง ไม่มากก็ไม่น้อยครับ ถ้าหากคุณได้มาเยือน ทั้งอากาศและบรรยากาศอันแสนประทับใจ จะทำให้วันหนึ่งที่คิดถึงที่นี่ คุณอาจจะอยากกลับไปอีกครั้งแบบผมก็ได้

* ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในอเมริกา Dartmouth College ได้อันดับที่ 5 ในการจัดอันดับของ Niche และ อันดับที่ 13 ในการจัดอันดับของ US News
