โดยทวีศักดิ์ บุตรตัน
อีกหนึ่งบทเรียน “โคตรโกง” ของประเทศไทย เพราะโกงตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ในท้ายที่สุดรัฐต้องควักเงินจ่าย “ค่าโง่” ให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการ 6 บริษัทเป็นเงินทั้งสิ้น 9,836 ล้านบาท
ย้อนลำดับความโครงการจัดการน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษจังหวัดสมุทรปราการ หรือสื่อเรียกกันสั้นๆ “โครงการคลองด่าน” เป็นโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมที่กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นรมว.ในขณะนั้น) ในยุคนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ เมื่อปี 2538
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในเวลานั้น อ้างเหตุผลและความจำเป็นว่าจังหวัดสมุทรปราการเป็นแหล่งปล่อยมลพิษมากที่สุดในประเทศ เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมกระจุกตัวรวมกันกว่า 4,000 โรง และมีประชากรหนาแน่นราว 1 ล้านคน
รัฐบาลต้องประกาศพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นเขตควบคุมมลพิษ โรงงานและบ้านเรือนประชาชนในสมุทรปราการพากันปล่อยของเสียที่เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมในสัดส่วน 50:50 ต้องสร้างท่อน้ำเสียในพื้นที่ฝั่งตะวันตกและตะวันออกของจังหวัดสมุทรปราการดึงน้ำลงสู่บ่อรวมที่ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ แล้วบำบัดน้ำก่อนปล่อยลงสู่อ่าวไทย
ในเวลานั้น โครงการคลองด่านมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ใช้เงินงบประมาณกว่า 23,700 ล้านบาท (ในตอนแรกวงเงินงบประมาณ 1.36 หมื่นล้านบาท มาจากงบประมาณแผ่นดิน 7.3 พันล้านบาท กองทุนสิ่งแวดล้อม 2.5 พันล้านบาท และเงินกู้จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) อีก 3.7 พันล้านบาท แต่รัฐบาลชุดต่อๆ มา จัดเพิ่มงบประมาณอีกหลายก้อนจน กระทั่งงบฯ โครงการนี้บานปลายเป็น 23,700 ล้านบาท)
แต่น่าประหลาด ชาวบ้านในพื้นที่ก่อสร้างกลับไม่เคยระแคะระคายข่าวใดๆ เกี่ยวกับโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียมาก่อนเพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพากันปกปิดความจริง
ไม่มีการจัดทำประชาพิจารณ์หรือจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
ชาวบ้านเพิ่งมารู้ข่าวเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการเรียบร้อยแล้ว และรู้ในภายหลังว่าโครงการนี้มีเงื่อนงำไม่โปร่งใส การฉ้อฉลโกงกิน จึงร่วมกันหาข้อมูลเปิดโปงผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ปมการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการในราคาแพงเกินจริง บริษัทเล่นเล่ห์นำป่าชายเลนซึ่งเป็นที่ดินสาธารณะมาแปลงโฉมขายให้กับกรมควบคุมมลพิษในราคาสุดเว่อร์
ขณะที่ฝ่ายนักวิชาการชี้ว่า การนำระบบบำบัดน้ำเสียทั้งจังหวัดมารวมไว้ในจุดเดียวเป็นแนวคิดโบราณ เพราะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างมากเนื่องจากต้องใช้ปั๊มดึงน้ำเสียไปตามท่อระยะทางนับสิบๆ กิโลเมตรเพื่อเข้าบ่อบำบัด เฉพาะค่าไฟฟ้าปาไปถึงวันละหนึ่งล้านบาท ยังไม่รวมค่าไฟฟ้าในการปั๊มน้ำผ่านการบำบัดแล้วผลักลงทะเล
ปริมาณน้ำที่ผ่านการบำบัดจะปล่อยลงทะเลวันละ 5 แสนลูกบาศก์เมตร จะทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นทะเลน้ำจืดมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทันที
ด้าน “กรีนพืช” กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เคยออกมาวิพากษ์โครงการนี้ว่า แผนลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เสนอโดยเอดีปี ไม่ได้ศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและ ชุมชนตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ การประเมินผลกระทบในระยะที่ผ่านมาเป็นเพียงประเมินจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์หรือข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยที่ไม่ศึกษาข้อมูลจากชาว บ้านผู้ทำมาหากินกับท้องทะเลและชุมชนนั้น มาเป็นร้อยๆ ปี
“รูธ สติงเกอร์” นักวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการวิจัยของกรีนพืช มหาวิทยาลัยเอ็กซิตเตอร์ ลอนดอน วิเคราะห์โครงการบ่อ บำบัดน้ำเสียคลองด่านในเชิงเทคนิคว่าปัญหาที่สำคัญจากโครงการบำบัดน้ำเสียรวมเช่น โครงการบ่อบำบัดสมุทรปราการ คือ การจัดการกากตะกอนที่ปนเปื้อนมลพิษไม่เหมาะสม เนื่องจากตะกอนที่ปนเปื้อนด้วยสารมลพิษตกค้าง เช่น ไดออกซิน ฟูราน และ โลหะหนักจากโรงงานต่างๆ จะปนเปื้อนเข้ากับตะกอนจากน้ำเสียของครัวเรือน การแยกกากตะกอนสองชนิดเพื่อบำบัดในทางปฏิบัตินั้นไม่ได้ผลและทำได้ยาก
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับโครงการบำบัดน้ำเสียเมืองเวียริบี ประเทศออสเตรเลียมาแล้ว รัฐบาลไทยรับฟังเสียงของประชาชนโดยหยุดโครงการและ เรียนรู้ที่จะไม่เดินตามประเทศอุตสาหกรรมในการใช้เทคโนโลยีที่ผิดพลาด
ระหว่างนั้นฝ่ายรัฐกับผู้รับเหมาก่อสร้างต่างฟ้องร้องเป็นคดีความยืดเยื้อ
ขณะที่โครงการยังคงเดินหน้าต่อเนื่องนาน 8 ปีกว่ารัฐบาลจะตื่นยอมรับความจริงว่าเป็นโครงการที่มีพิรุธและประกาศยกเลิกก่อสร้าง
ช่วง 8 ปี รัฐจ่ายเงินให้บริษัทก่อสร้างไปแล้ว 2 หมื่นล้านเศษ หรือราว 90 เปอร์เซ็นต์
เมื่อความจริงปรากฏ ข้าราชการกรมควบคุมมลพิษที่เกี่ยวข้องกับคดีอันฉาวโฉกถูกสั่งย้ายข้าราชการกรมการปกครองและข้าราชการกรมที่ดิน 8 คนถูกดำเนินคดีฐานทุจริต
กรมที่ดินเร่งพลิกแฟ้มควานหาหลักฐานพิสูจน์ความขี้ฉ้อของนักการเมือง
ปี 2550 คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในโครงการคลองด่าน พร้อมระบุมีรัฐมนตรี 3 คนพัวพันกับการทุจริต
18 สิงหาคม 2551 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งจำคุก นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 10 ปี นายวัฒนาหนีหมายจับไปอยู่ต่างประเทศ
แต่กรรมยังไม่หมด นายวัฒนากับพวกรวม 19 คน ตกเป็นจำเลย ในคดีจัดซื้อที่ดินจากเอกชนขายให้กรมควบคุมมลพิษ 18,000 ล้านบาท วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 ศาลแขวงดุสิต สั่งลงโทษนายวัฒนาจำคุกอีก 3 ปี
ภาพของการทุจริตในโครงการ “คลองด่าน” ปรากฏชัดแจ้งแดงแจ๋อย่างนี้แทบไม่ต้องพิสูจน์ความจริงอื่นใดๆ อีก
6 ปีต่อมาคือวันที่ 21 พฤศจิกายน ปี 2557 ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษแพ้คดีคลองด่าน
กรมควบคุมมลพิษ ต้องจ่ายค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ่ายค่างวดงาน 4 งวดบวกดอกเบี้ย รวม 9 พันกว่าล้านบาท นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 ให้บริษัทเอกชน 6 บริษัท ที่ร่วมกันก่อสร้างโครงการคลองด่านในชื่อ “กิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี” หรือ NVPSKG ได้แก่
- บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด
- บริษัท สี่แสงการโยธา (1979) จำกัด
- บริษัท ประยูรวิศว์ จำกัด
- บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ จำกัด
- บริษัท เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด
- บริษัท สมุทรปราการ ออพเปอร์เรทติ้ง จำกัด
ความอื้อฉาวในคดีคลองด่าน เริ่มตั้งแต่ปี 2538 ลากยาวมาถึงรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
รัฐบาลชุดนี้ต้องมาสะสางความเน่าเหม็นพร้อมๆ กับหาเงิน 9 พันกว่าล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับ 6 บริษัทที่เอ่ยชื่อมาข้างต้น ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นบริษัทของใครกันมั่ง
เงินก้อนมหึมานี้ คือ “ค่าโง่” ที่เกิดจากน้ำมือคนของรัฐ นักการเมือง และนักธุรกิจที่คบคิดกันโกงบ้านโกงเมือง
ชาวบ้านตาดำๆ อย่างเราๆ ทำได้เพียงแค่สาปแช่งคนพวกนี้ไปนรกเร็วๆ
ปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติม
ช่วงปี 2560 กระทรวงการคลังและกรมควบคุมมลพิษยื่นขอ “พิจารณาคดีใหม่” โดยอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่จากคดีอาญาทุจริตคลองด่าน ซึ่งศาลฎีกาฯ นักการเมืองเคยชี้ว่ามีการทุจริตและเอื้อประโยชน์ในโครงการ
ปี 2561 ศาลปกครองกลางถอนคำชี้ขาด “อนุญาโตฯ”
ไม่ต้องเสียค่าโง่ “คลองด่าน” 9 พันล้าน
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ให้กรมควบคุมมลพิษชดใช้ค่าเสียหายในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ จำนวนกว่า 9 พันล้านบาท ให้กับ 6 บริษัทร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี ซึ่งมีบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างเป็นแกนนำ โดยศาลเห็นว่า แม้กระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ไม่ใช่คู่สัญญาและไม่ได้รับผลกระทบจากผลแห่งคำพิพากษาโดยตรง แต่กรมควบคุมมลพิษซึ่งเป็นผู้คัดค้าน เป็นคู่กรณีในฐานะผู้ว่าจ้างฯ เป็นคู่กรณีจึงมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลได้ และโครงการนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เคยวินิจฉัยว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบของราชการมีการเอื้อประโยชน์ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน คำขอพิจารณาคดีใหม่จึงเป็นไปเพื่อการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม
นอกจากนี้ การที่กรมควบคุมมลพิษได้ยื่นบันทึกถ้อยคำของพยานบุคคล พยานเอกสารในชั้นสืบพยานในคดีอาญาที่นายปกิต กิระวานิช อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ อดีตรองอธิบดี คพ. และนางยุวรี อินนา ผอ.กองจัดการคุณภาพน้ำ ตกเป็นจำเลย ในความผิดทุจริตเอื้อประโยชน์เอกชนในการทำสัญญา ก่อสร้างโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านต่อศาล ถือเป็นหลักฐานที่ไม่เคยปรากฏในการพิจารณาศาลปกครองมาก่อนหน้านี้ จึงถือได้ว่าเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 ระบุว่าหากมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วเปลี่ยนไปในสาระ ศาลสามารถสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ได้
ทั้งนี้ จากการพิจารณาหลักฐานใหม่แล้วพบว่าโครงการดังกล่าวเกิดจากการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่มีผลผูกพันกรมควบคุมมลพิษ คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ชี้ขาดให้กรมควบคุมมลพิษ ชำระค่าจ้าง ค่าเสียหาย รวม 4,983,342,383 บาท กับอีก 31,035,780 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินจำนวน 4,424,099,982 บาท และจำนวน 26,434,636 ดอลลาร์สหรัฐตามสัญญาโครงการออกแบบฯ (ประมาณ 9 พันล้านบาท) จึงมีเหตุให้เพิกถอนได้ ตามมาตรา 40 วรรค 3 แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ 2545 เนื่องจากหากศาลบังคับให้ตามคำชี้ขาด ย่อมเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ปี 2565 ศาลปกครองสูงสุดยกคำขอ
ไม่พิจารณาคดีค่าโง่คลองด่าน รัฐต้องจ่าย 9 พันล้าน
7 มีนาคม 2565 ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับ ยกคำขอพิจารณาคดีใหม่ของกรมควบคุมมลพิษและกระทรวงการคลัง ทำให้คำชี้ขาดเดิมยังมีผลบังคับใช้ รัฐจึงต้องรับภาระจ่ายค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จากโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง
รัฐจึงต้องจ่ายค่าเสียหายให้กลุ่มบริษัทผู้รับเหมากว่า 9,000 ล้านบาท (อ่านเพิ่มเติม)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาฯ จำคุก ‘วัฒนา’ 10 ปี คดีทุจริต ‘คลองด่าน’
