bg-single

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ อาวุธชีวภาพสุดสยอง (4)

02.07.2025

Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

ย้อนรอยประวัติศาสตร์

อาวุธชีวภาพสุดสยอง (4)

เหตุก่อการร้ายชีวภาพหลัง 11 กันยายน ทางการสหรัฐพยายามสอบสวนหาต้นตอผู้ก่อการร้ายที่ส่งเชื้อแอนแทรกซ์โจใตีเหยื่ออยู่หลายปี เชิญนักจุลชีววิทยาและผู้เชี่ยวชาญอาวุธชีวภาพตัวท็อปของประเทศมาร่วมกระบวนการสอบสวน พยายามเก็บหลักฐานว่ามีใครที่จะสามารถเข้าถึงเชื้อเหล่านี้ได้ มีความสามารถมากพอจะเพาะเลี้ยงแอนแทรกซ์ทำสปอร์ผง และมีแรงจูงใจให้ก่อเหตุ

หลักฐานการวิเคราะห์ดีเอ็นเอบ่งชี้ว่าเชื้อที่อยู่ในผงนี้เป็นแอนแทรกซ์ชนิด Ames stain ซึ่งถูกคัดแยกจากวัวในมลรัฐเท็กซัสตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 1980s ถูกส่งมาเก็บไว้ที่ศูนย์วิจัยการแพทย์ทหาร ณ Fort Detrick มลรัฐแมรีแลนด์ก่อนจะถูกแจกจ่ายไปยังสถาบันอื่นๆ

สายพันธุ์นี้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์รุนแรงมักถูกใช้เป็นเชื้อต้นแบบสำหรับการพัฒนาอาวุธและการวิจัยสร้างวัคซีนของสหรัฐ เนื่องจากการเข้าถึงเชื้อนี้ถูกควบคุมแน่นหนา มีศูนย์วิจัยเพียงสิบกว่าแห่งที่มีเชื้อตัวนี้ในครอบครอง

ดังนั้น ผู้ก่อการร้ายข้ามชาติอย่างอัลกออิดะฮ์ไม่น่าเข้าถึงได้ และที่สำคัญคือ พวกนี้พอก่อเหตุแล้วก็มักจะออกมาเคลมผลงานอย่างภาคภูมิใจ แต่รอบนี้ไม่ได้มีใครพูดอะไรออกมา

นักวิจัยตัวท็อปที่ทำงานเกี่ยวกับเชื้อแอนแทรกซ์ของอเมริการวมทั้งที่ถูกเชิญมาอยู่ในทีมสอบสวนเองก็เลยกลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัย

หนึ่งในคนที่โดนหนักสุดอย่าง Steven Hatfill ถูกจับเข้าเครื่องจับเท็จสอบเค้นหนัก ถูกเอฟบีไอตามสะกดรอย ดักฟังโทรศัพท์ บุกค้นบ้านและถูกนักข่าวขุดคุ้ยประวัติกันวุ่นวายอยู่ถึงหกปี เพียงเพราะมีคนตั้งข้อสังเกตว่ากินยาปฏิชีวนะเข้าไปเยอะช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการก่อเหตุ (ซึ่งภายหลักพบว่าเขาเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดมาตอนนั้น)

หลังจากพ้นข้อกล่าวหา Hatfill ฟ้องร้องค่าเสียหายจากรัฐบาลจนได้เงินชดเชยมาเกือบหกล้านเหรียญสหรัฐ

ลัทธิโอมชินริเกียวพยายามพ่นเชื้อแอนแทรกซ์ลงมาจากดาดฟ้าตึก
Cr.ณฤภรณ์ โสดา

เชื้อแอนแทรกซ์ที่ได้จากเหยื่อรายแรก (Robert Steven) ถูกส่งไปถอดรหัสจีโนมที่ The Institute of Genome Research (TIGR) ตอนปลายปี 2001 และผลวิเคราะห์จีโนม B. anthracis ตัวแรกนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Science ตอนต้นปี 2002

ผลการถอดรหัสและเปรียบจีโนม B. anthracis อีกหลายพันตัวอย่างจากทุกแล็บที่เกี่ยวข้องกับ Ames Strainหลังจากนั้นบ่งชี้ว่าเชื้อแอนแทรกซ์ในซองจดหมายน่าจะมีที่มาจากขวดเพาะเชื้อรหัส RMR-1029 ของห้องแล็บที่ Fort Detrick และหัวหน้าแล็บผู้ครอบครองเชื้อขวดนี้มาตั้งแต่ช่วง 1990s ก็คือ Bruce Ivins นักจุลชีววิทยา นักพัฒนาวัคซีนผู้อยู่ประจำที่ศูนย์นี้มาร่วมยี่สิบปี และเป็นอีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการรับมืออาวุธชีวภาพที่อยู่ในที่สืบค้นความจริงกรณีก่อการร้ายด้วยเชื้อแอนแทรกซ์มาตั้งแต่ต้น

เพื่อนนักวิจัยของ Ivins ต่างตกใจกับการค้นพบนี้ จากที่รู้จักกันมาเขาก็ดูเป็นคนขยัน ตั้งใจทำงาน แฟมิลี่แมนที่สนุกสนานเฮฮา

เพื่อนคนหนึ่งเล่าว่าในหมู่นักวิจัยยังเคยคุยกันทีเล่นทีจริงอยู่เลยว่าในบรรดาพวกเราสิบกว่าคน ใครกันนะที่น่าจะเป็นคนร้าย

Ivins ยังเคยพูดติดตลกว่าเขาเองน่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆ

อีกหลักฐานสำคัญคือการเพาะเชื้อทำสปอร์แบบที่ส่งในจดหมายต้องความชำนาญพิเศษ ใช้เวลาเตรียมเลี้ยงและทำให้แห้งนานนานหลายชั่วโมง

จากบันทึกการทำงานในห้องแล็บก็ปรากฏว่า Ivins ดันเป็นคนที่อยู่ในแล็บยาวนานผิดสังเกตในช่วงเวลาก่อนที่จะจดหมายบรรจุเชื้อแอนแทรกซ์จะถูกส่งออกไป

ส่วนเรื่องแรงจูงใจในการก่อเหตุทางเอฟบีไอก็ตั้งข้อสงสัยไปต่างๆ นานาตั้งแต่การสร้างสถานการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้ทุนวิจัยวัคซีนแอนแทรกซ์ของเขาถูกตัด หรือไม่ก็เรื่องโอกาสหาผลกำไรจากสิทธิบัตรวัคซีนที่เขาถืออยู่

กระนั้นในความเห็นของเพื่อนร่วมงานหลักฐานพวกนี้ถือว่าอ่อนมาก นักวิจัยจากอีกหลายแล็บก็ทำงานกับเชื้อต่อได้รับมาจากขวด RMR-1029 ของ Ivins เรื่องที่ทำแล็บดึกผิดปกตินี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ในชีวิตการทำงานของนักวิจัยอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องแรงจูงใจก็ไม่ได้เป็นไปได้เพราะทีมวิจัยของ Ivins ยังได้เงินสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอมาตลอด ผลกำไรจากสิทธิบัตรก็มีส่วนแบ่งตกถึงมือนักวิจัยนิดเดียวที่เหลือไปอยู่ที่สถาบันหรือบริษัทยามากกว่า

ระหว่างถูกเอฟบีไอไล่จี้สอบสวน Ivins เครียดจัดกลายเป็นเก็บตัวและดื่มหนักจนต้องไปพบจิตแพทย์ คุยไปก็บ่นไปแถมมีพูดถึงว่าจะใช้ความรุนแรงตอบโต้การล่าแม่มดครั้งนี้

วันหนึ่งเจ้าหน้าที่บุกไปค้นบ้านของเขาและเจอเสื้อเกราะพร้อมกระสุนสองร้อยกว่านัดก็ยิ่งทำให้ดูน่าสงสัยขึ้นไปใหญ่

สปอร์แอนแทรกซ์ในเหตุก่อการร้ายหลัง 11 กันยายน 2001 คือสายพันธุ์ Ames ของสหรัฐเอง
Cr.ณฤภรณ์ โสดา

26 กรกฎาคม 2008 Ivins พยายามฆ่าตัวตายด้วยการกินยาแก้ปวดเกินขนาดและเสียชีวิตสองวันให้หลัง

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาจากนั้นกระทรวงยุติธรรมก็ออกมาแถลงการสรุปว่าการก่อเหตุปล่อยเชื้อแอนแทรกซ์เป็นฝีมือของ Ivins ทั้งหมด

ส่วนทางเอฟบีไอรีบปิดคดีนี้ไม่ได้มีการสอบสวนอะไรต่อ

อย่างไรก็ตาม เพื่อนร่วมงานของเขาและในทีมสอบสวนเองก็ยังมีหลายคนที่เคลือบแคลงใจว่าหลักฐานที่ทางการสรุปมายังถือว่าอ่อนมาก

พฤติกรรมประหลาดของเขาช่วงหลังๆ รวมทั้งการติดสินใจจบชีวิตตัวเองอาจจะเป็นผลของแรงกดดันจากเอฟบีไอไม่ใช่ความผิดปกติทางจิตที่จะเป็นแรงจูงใจให้เขาไปก่อการร้ายตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน

ที่สำคัญคือเรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าไปถึงชั้นศาล ยังไม่ได้มีการยกหลักฐานทั้งฝั่งสนับสนุนและคัดค้านมากางเทียบกันโดยตรง

เอฟบีไอแค่ลำเอียงเลือกเอาแต่หลักฐานที่ตรงกับสมมุติฐานตัวเองแต่งเป็นเรื่องเท่านั้นเอง

ดังนั้น คนร้ายตัวจริงอาจจะยังลอยนวลอยู่ก็เป็นได้

เหตุก่อการร้ายนี้ทำให้เรารู้ถึงความเปราะบางของระบบ แม้แต่การจู่โจมโดยผู้ก่อการร้ายที่อาจจะทำงานคนเดียวยังส่งผลกระทบที่ร้ายแรงและยาวนานแบบนี้

ตอนหน้าเราจะมาดูเรื่องกลยุทธ์การรับมืออาวุธชีวภาพของทางการ ต่อด้วยการใช้ไบโอเทคการพัฒนาและต่อต้านการก่อการร้าย

Bruce Ivins นักวิจัยแอนแทรกซ์ชาวอเมริกันผู้กลายมาเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุก่อการร้าย
Cr.ณฤภรณ์ โสดา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

พระร่วงนั่งกรุน้ำ-สุโขทัย พระร่วงนั่ง-บ้านดงเชือก 2 กรุชื่อยอดนิยม-หายาก
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน