bg-single

สิ้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กับการสานต่อนโยบาย 66/2523 เพื่อดับไฟใต้

04.06.2019

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

26 พฤษภาคม 2562 ผู้เขียน คนจะนะ จังหวัดสงขลา ได้รับข่าวเศร้าสองเรื่องด้วยกัน

หนึ่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คนสงขลา ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรม

สอง ระเบิดที่จะนะบ้านผู้เขียน

เรื่องที่หนึ่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในวัยย่าง 99 ปีได้ถึงแก่อสัญกรรมนั้น ในโลกโซเชียลส่วนใหญ่มีการแสดงความเสียใจ นอกจากบางคนที่มีความคิดเห็นต่างด้านการเมืองกับท่านเพราะช่วงท้ายชีวิต ตลอดวิกฤตการเมืองไทยปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มากบารมีหรืออยู่เบื้องหลังปฏิวัติรัฐประหาร ทั้งต่อนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงมีดราม่าจากฝั่งที่อ้างประชาธิปไตยบางท่าน (จริงๆ) ระหว่าง จะเสียใจ หรือจะประณามดี

สำหรับผู้เขียนแล้วเราควรแสดงความเสียใจ หรืออย่างน้อยที่สุดนิ่งเงียบไม่แสดงความคิดเห็นต่อการเสียชีวิตของท่าน

กล่าวคือ เราต้องแยกแยะว่า “เหมาะสมหรือไม่อย่างไรในช่วงเวลามีใครเสียชีวิต เพราะพอมีคนลาโลกนี้ไปไม่ได้แปลว่าความผิดพลาดของเขานั้นห้ามพูดถึง พูดถึงได้ แต่ขอให้ผ่านพ้นช่วงของการเศร้าเสียใจของผู้คนโดยเฉพาะอดีตผู้นำประเทศที่มีประชาชนมากมายเช่นกันกำลังเสียใจ”

ถึงแม้ผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับท่านหลายประการ เช่น เรื่องประชาธิปไตยและเรื่องที่ท่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังให้เบรกแนวคิดภาษามลายูเป็นภาษาทำงานที่จะใช้ในพื้นที่ชายแดนใต้ทั้งๆ ที่เป็นข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ในการแก้ปัญหาชายแดนใต้

แต่สำหรับนโยบาย 66/2523 ของท่านต้องยอมรับว่าเป็นที่มาของ “การเมืองนำการทหารเพื่อดับไฟใต้”

ความเป็นจริง นโยบาย 66/2523 มันคือสูตรสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ใช้การเมืองนำการทหาร “ยุติสถานการณ์สงครามปฏิวัติของคอมมิวนิสต์” โดยใช้วิธีทางการเมืองนำการทหาร ขจัดการขยายแนวร่วม พคท.ในเมือง

พร้อมเสนอว่า รัฐบาลจะขจัดความไม่เป็นธรรม สนับสนุนประชาธิปไตย ปฏิบัติต่อผู้เข้ามอบตัวอย่าง “เพื่อนประชาชนร่วมชาติ”

แล้วถูกปรับมาใช้ในนโยบาย “ใต้ร่มเย็น” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ “รุกทางการเมือง”

นโยบาย “ใต้ร่มเย็น” นี้มีสาระสำคัญเป็นแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร 4 เรื่อง คือ

1. สร้างความปลอดภัยให้เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติและศาสนา ไม่ว่าพี่น้องไทยพุทธหรือมุสลิมจะต้องได้รับการคุ้มครองจากกำลังของรัฐบาลให้ปลอดภัยจากการคุกคามของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ขบวนการโจรก่อการร้าย โจรจีนคอมมิวนิสต์มลายาและกลุ่มโจรต่างๆ

2. ทำพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซียให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เพื่อสถาปนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดตามแนวชายแดนให้ดีขึ้น และยกระดับความสัมพันธ์อันดีต่อกันระหว่างไทย-มาเลเซียให้สูงขึ้น

3. กำจัดอำนาจเผด็จการ อิทธิพล และอำนาจมืดที่ครอบงำบรรยากาศอยู่ทั่วไปให้หมดสิ้น โดยสันติวิธี เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

4. สร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ปกครองกับราษฎรผู้ถูกปกครอง และขจัดความแตกแยกระหว่างเจ้าหน้าที่กับราษฎรให้หมดสิ้นไป

การดำเนินการของกองทัพภาคที่ 4 ตามนโยบาย “ใต้ร่มเย็น” ทั้งทางการเมืองและการรุกทางการทหารตามแผนยุทธการต่างๆ สามารถปราบปรามยึดฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยสาขาภาคใต้ ขจัดอิทธิพลของโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายาและกลุ่มโจรก่อการร้ายต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้

ส่งผลให้ผู้หลงผิดจำนวนมากเข้ามอบตัวในฐานะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

หลังจากความสำเร็จของนโยบาย “ใต้ร่มเย็น” ภายใต้การผลักดัน ขับเคลื่อนของ “แม่ทัพ พล.อ.หาญ ลีนานนท์” (1 ตุลาคม พ.ศ.2524 – 30 กันยายน พ.ศ.2526) หลังจากนั้น พล.อ.กิตติ รัตนฉายา (2 เมษายน พ.ศ.2534 – 30 กันยายน พ.ศ.2537) ก็สานต่อ

หลังเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งใหญ่เมื่อปี 2547 นโยบาย 66/2523 ก็ถูกปัดฝุ่นเข้ามาใช้อีกครั้งภายใต้สโลแกน “การเมืองนำการทหาร” ควบคู่กับยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา

มีการรื้อฟื้นศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หลังจากที่ได้ถูกยุบไปในปี 2545 สมัยการบริหารของนายทักษิณ ชินวัตร และตราเป็นพระราชบัญญัติในปี 2551 โดยโครงสร้างให้ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี

แต่พระราชบัญญัตินี้ประชาธิปัตย์เป็นคนร่างก็จริง (“ภาณุ อุทัยรัตน์” คนของพรรคประชาธิปัตย์บริหารไม่นาน) แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กลับได้ใช้งานอย่างเต็มที่มากกว่า โดยส่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นเลขาธิการ (2554-2557) จนการบริหารได้รับความไว้วางใจจากมวลชนคนชายแดนใต้มากที่สุด

สโลแกน “การเมืองนำการทหาร” ภายใต้นโยบาย 66/23 นี้ ส่งผลต่อการเกิดกระบวนพูดคุยสันติสุขระหว่างรัฐกับผู้เห็นต่าง

และที่สำคัญ เกิดเป็นนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2560-2562 ที่ให้ความสำคัญการเข้าใจในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและเน้นการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตและชีวิตของผู้คน ระบุด้วยว่า รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ปัญหาชายแดนใต้เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องต่อเนื่องและต้องมียุทธศาสตร์รองรับนโยบาย

อย่างไรก็แล้วแต่ หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จภายใน 5 ปีนี้ ปรากฏว่าในเชิงประจักษ์ “การเมืองนำการทหาร” กลับไปเป็น “ทหารนำการเมือง”

เพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ได้ใช้ให้ กอ.รมน.ภาค 4 เป็นหน่วยงานนำ บังคับบัญชาและกำกับดูแลหน่วยงานราชการทุกแห่งใน จชต. รวมทั้ง ศอ.บต.

อีกทั้งส่งนายทหารเข้าไปเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.คนปัจจุบันและตำแหน่งสำคัญๆ ทำให้มีเสียงสะท้อนที่ไม่ค่อยดีจากประชาสังคมและชาวบ้านว่าในองค์กรนี้ เป็นการควบคุมเบ็ดเสร็จ ทั้งคนและงบประมาณ

ดังนั้น หลังจากได้รัฐบาลใหม่ นโยบาย 66/23 ที่ พล.อ.เปรมเคยฝากไว้จะไม่ประสบความสำเร็จหากในแง่ปฏิบัติ ยังไม่ได้สะท้อนเจตนารมณ์ ของนโยบายนี้ ในขณะเดียวกันวิธีการอาจต้องรีบปฏิรูปหรือปรับให้ทันสถานการณ์

รัฐบาลใหม่ต้องรีบนำพา จชต.กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยมีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ แต่ละพรรคการเมืองที่จัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจากพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยต้องร่วมผลักดันนโยบายที่เคยหาเสียงและมาตรการต่างๆ ที่ชัดเจน

รวมทั้งใช้นโยบาย “การเมืองนำการทหาร” ยกเลิกนโยบาย “ทหารนำการเมือง” คืนอำนาจและบทบาท ศอ.บต. ตามพระราชบัญญัติที่ตราโดยรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง

(แม้แต่พรรคฝ่ายค้านอย่างประชาชาติก็ต้องร่วมด้วยช่วยกันเพราะมันเป็นประเด็นร่วม)

การใช้นโยบาย “การเมืองนำการทหาร” ควรนำไปสู่การปรับปรุงการใช้กฎหมาย โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิบัติและมาตรการต่างๆ ให้สอดคล้องกับนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” อย่างเป็นรูปธรรมและมีขั้นตอนที่ชัดเจน

ในอนาคตควรทำให้ ศอ.บต.มีความเป็นอิสระ มีความเป็นประชาธิปไตย และยกระดับให้เป็นหน่วยงานที่มีผู้นำสูงสุดมาจากการเลือกตั้งทางตรงเพื่อกระจายอำนาจสู่พื้นที่

ยกเลิกการนำ ศอ.บต.ไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กอ.รมน.4 โดยให้ กอ.รมน.4 กำกับดูแลเฉพาะหน่วยกำลัง เพื่อรักษาความสงบ และให้ กอ.รมน. ปฏิบัติตามนโยบายเกี่ยวกับ จชต. ที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ส่งผ่าน ศอ.บต.เท่านั้น

ปรับปรุงคณะเจรจา/พูดคุย โดยมีพลเรือนเป็นหัวหน้าคณะ เปิดการพูดคุย/การเจรจาสันติภาพกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอย่างจริงจังโดยมีตัวแทนภาคประชาสังคมที่เป็นอิสระในการทำงานรวมทั้งชาวพุทธและมุสลิมกลุ่มต่างๆ เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพอย่างแข็งขัน

พิจารณายกเลิกกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเริ่มจากการจำกัดและตรวจสอบการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเข้มข้น

และดำเนินการตามขั้นตอนที่ชัดเจนเพื่อยกเลิกกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเร็วในที่สุด

สําหรับเรื่องที่สองระเบิดที่จะนะบ้านผู้เขียน กล่าวคือ เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 สภ.จะนะ รับแจ้งเหตุว่ามีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวนลอบวางระเบิดในพื้นที่หลังสถานีรถไฟจะนะ พื้นที่ ม.3 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา เบื้องต้น จนท.ตร.สภ.จะนะ (ชป.รปภ.สถานีรถไฟ) เสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

(โปรดดูคลิปเหตุการณ์ระเบิดใน https://www.facebook.com/1245604111/posts/10219502908863779?s=1245604111&sfns=mo)

#ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยครับ โดยเฉพาะในเดือนรอมฎอน (เดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม) อันมีเกียรติและ (คาดว่า) วันที่ 4 มิถุนายน 2562 จะถึงวันตรุษอิดิ้ลฟิตรีฮิจเราะห์ศักราช 1440

จึงขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสุขความเจริญและสันติสุขกลับมาสู่ภาคใต้และประเทศไทย (ดูบทความผู้เขียนเรื่องวันตรุษอิดิ้ลฟิตรีใน https://prachatai.com/journal/2008/09/18369)

ยินดีต้อนรับรัฐบาลชุดใหม่แม้จะถูกกล่าวหาว่าสืบทอดอำนาจ แต่อย่างน้อยต่อไปนี้ต้องใช้สภาผู้แทนราษฎรเข้าแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองและบ้านเมืองมากขึ้น (หลังจากห่างหายมา 5 ปี)

สาระสำคัญของคำสั่ง 66/2523

1.ช่วงแรกกล่าวถึงสถานการณ์ในบริบทโลกว่า การเผชิญหน้าในรูปแบบของสงครามเย็นอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ในขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยดำรงเจตนาอันแน่วแน่ทำสงครามปฏิวัติเพื่อยึดอำนาจรัฐ โดยใช้เงื่อนไขประชาชาติประชาธิปไตยเป็นหลักและใช้เงื่อนไขอื่นๆ

2. รัฐบาลมีเจตนารมณ์ในการเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างเคร่งครัด รัฐบาลถือเป็นภาระหน้าที่สำคัญและเร่งด่วนในการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์อันเป็นสาเหตุสำคัญยิ่งในการบั่นทอนความมั่นคง

3. รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะบริหารราชการแผ่นดินโดยคำนึงถึงความผาสุกของประชาชน ยึดมั่นในการประสานผลประโยชน์ของคนในชาติ ปลูกฝังให้คนไทยทุกคนยึดมั่นในอุดมการณ์เสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ปฏิรูประบบราชการให้มีประสิทธิภาพในการรับใช้ประชาชน และให้สอดคล้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

4. นิยามบทบาทของกองทัพใหม่คือ ให้กองทัพมีบทบาทและหน้าที่สำคัญคือป้องกันประเทศและรักษาไว้ซึ่งเอกราชของชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

5. คำสั่ง 66/2523 กำหนดนโยบายให้ส่วนราชการต่างๆ นำไปปฏิบัติว่า “ต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการรุกทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เน้นหนักในการปฏิบัติทั้งปวง เพื่อลิดรอนทำลายขบวนการแนวร่วมและกองกำลังติดอาวุธเพื่อยุติสถานการณ์ปฏิวัติ

ยับยั้งการปฏิบัติเพื่อสร้างสถานการณ์สงครามประชาชาติด้วยนโยบายเป็นกลาง และขยายผลจากโอกาสที่เปิดให้เพื่อเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ด้วยอาวุธมาเป็นการต่อสู้ในแนวทางสันติ”

6.ในขั้นการปฏิบัติระบุว่าให้หลีกเลี่ยงการดำเนินการยืดเยื้อ ต้องเอาชนะอย่างรวดเร็วด้วยการรุกทางการเมือง ทำให้ประชาชนมีส่วนในการเป็นเจ้าของการปกครอง ใช้งานการเมืองเป็นสิ่งชี้ขาด งานการทหารจะต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้บรรลุภารกิจงานการเมืองเป็นสำคัญ

7. ขจัดเหตุแห่งความไม่เป็นธรรมในสังคมทุกระดับตั้งแต่ท้องถิ่นถึงระดับชาติ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในวงราชการอย่างเฉียบขาด ทำลายการกดขี่ขูดรีดทิ้งสิ้น สร้างความปลอดภัยให้เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

8. กำหนดการปฏิบัติให้มีการประสานประโยชน์ระหว่างชนชั้น เสียสละผลประโยชน์ของชนชั้นเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องมีจิตใจที่เป็นธรรม และเข้าใจปัญหาของประชาชนทุกชนชั้น

9. ส่งเสริมประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพให้สามารถในการปกครองตนเอง ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทุกชนชั้นและสาขาอาชีพได้มีส่วนร่วมทางการเมือง

10. สนับสนุนการจัดตั้งขบวนการประชาธิปไตยทั้งสิ้นที่มีอยู่ โดยคำนึงถึงสิทธิและผลประโยชน์ของกลุ่มชนนั้นๆ อันพึงจะมี อย่างไรก็ตาม เตือนให้ระมัดระวังและอย่าสับสนระหว่างขบวนการประชาธิปไตย กับขบวนการคอมมิวนิสต์ที่แอบแฝงประชาธิปไตยนำหน้า

11.ภารกิจของเจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร มีทั้งการต่อสู้โดยใช้กำลังอาวุธ และการปฏิบัติในด้านการเมืองด้วยกันทั้งสิ้น แต่การปฏิบัติด้วยกำลังอาวุธให้พิจารณาประเภท ขนาดกำลังและยุทธวิธีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่เพื่อกดดัน ลิดรอน ทำลายกองกำลังติดอาวุธโดยต่อเนื่อง

12. ปฏิบัติต่อผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์หรือผู้หลงผิดที่เข้ามอบตัวหรือที่จับได้อย่างเพื่อนประชาชนร่วมชาติ ชี้แจงเพื่อให้ได้เข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาลในปัญหานี้อย่างถ่องแท้ช่วยเหลือให้ใช้ชีวิตใหม่ร่วมกันต่อไปในสังคมอย่างเหมาะสม

13. ขจัดการจัดตั้งและขยายแนวร่วมตามแนวทางการเมืองสนับสนุนป่า และการขัดขวางการสร้างสถานการณ์ปฏิวัติ หรือสถานการณ์ที่นำชาติไปสู่การสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน อันจะสนับสนุนให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยสามารถปฏิวัติได้สำเร็จ

14. การข่าว การจิตวิทยา ประชาสัมพันธ์ เป็นมาตรการอันสำคัญและให้ดำเนินการในลักษณะเชิงรุกอย่างมีแผนและสอดคล้องกับการปฏิบัติทุกขั้นตอน

15. สำหรับโครงสร้างการบริหาร กำหนดให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รับผิดชอบในการเสนอคณะรัฐมนตรี ในเรื่องอันเกี่ยวกับนโยบายที่เกี่ยวข้อง และให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นกองอำนวยการเฉพาะกิจ

หมายเหตุ : เรียบเรียงจาก

1. การเมืองนำประชาธิปัตย์ https://deepsouthwatch.org/th/node/92

2. อาลัยเจ้าของนโยบาย “ใต้ร่มเย็น” พล.อ.หาญ https://www.isranews.org/content-page/67-south-slide/63493-harn.html



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เชลยศึกสงครามลาว (35)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (18) การตีความละคร Return to the East
E-DUANG | ทำไม ประยุทธ์ จันทร์โอชา แตกกับ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 5) : เรื่อง บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก | สุรชาติ บำรุงสุข
อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS
E-DUANG | ทำไม กรณี เจาะลึกทั่วไทย จึงเป็น เผือกร้อน ต่อรัฐบาล
2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่