bg-single

นักวิชาการต่างชาติ วิเคราะห์ 2 ปี กัมพูชายุค “ฮุน มาเนต” ประเทศถอยหลังหนัก

18.09.2025

The Diplomat เว็บไซต์นิตยสารข่าวการเมือง สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เผยแพร่ บทความของ Sue Coffey นักวิชาการที่สนใจประเด็นการเมือง-สังคมกัมพูชา และ Gordon Conochie นักวิชาการ มหาวิทยาลัย La Trobe ประเทศออสเตรเลีย ที่วิเคราะห์ประเทศกัมพูชาว่าถอยหลังอย่างหนัก หลังจากการเข้ามามีอำนาจรอบ 2 ปี ของ ฮุนมาเนต บุตรชายของสมเด็จฮุนเซ็น

บทความดังกล่าว ชี้ว่า 2 ปีแห่งการครองอำนาจของฮุน มาเนต นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 ถือเป็นการสานต่อการปกครองของราชวงศ์ฮุนที่ยาวนานเกือบ 40 ปี แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมถอยของประเทศ สรุป ได้เป็น 10 ประเด็น ดังนี้

1.ผู้มีการศึกษาแบบตะวันตก แต่ปกครองแบบเผด็จการ

จากเดิมช่วงแรกที่คนคาดหวังว่าฮุน มาเนต ซึ่งได้รับการศึกษาอย่างดีจากโลกตะวันตกจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบ้าง แต่ระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง กลายเป็นว่ารัฐบาลใช้มาตรการทางกฏหมายจัดการฝ่ายค้าน ตั้งแต่การเลือกตั้งในปี 2561 และการเลือกตั้งปี 2566 ฮุน มาเนตเป็นเพียงผู้มารับช่วงต่อการปกปครองประเทศแบบเผด็จการจากบิดา ขณะที่สมเด็จฮุนเซ็น ก็ลงจากอำนาจไปดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา โครงสร้างการเมืองไร้การตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างสถาบันทางการเมือง พรรคประชาชนกัมพูชา หรือ พรรค CPP ครองอำนาจเต็มอย่างเบ็ดเสร็จในปัจจุบัน

2.ทุจริตแพร่กระจายสถิติรั้งท้ายโลก

2 ปีแห่งการครองอำนาจของฮุน มาเนต ยังแสดงให้เห็นถึงความเสื่อมถอยของรัฐบาลที่ทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน กัมพูชาล้มเหลวอย่างน่าใจหายในแง่ของการทุจริต หลักนิติธรรม และการลดปัญหาความยากจน กัมพูชาเป็นหนึ่งในสี่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ในรายชื่อประเทศพัฒนาน้อยที่สุดของสหประชาชาติในปี พ.ศ. 2567 ส่วน ดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี พ.ศ. 2567 ขององค์กรความโปร่งใสนานาชาติ อยู่อันดับที่ 158 จาก 180 ประเทศ ดัชนีหลักนิติธรรมประจำปี พ.ศ. 2567 ของ World Justice Project อยู่อันดับที่ 141 จากทั้งหมด 142 ประเทศ

3.ไล่ปราบปรามทางการเมืองไม่หยุด

ภายใต้การปกครองของฮุน มาเนต สถิติการปราบปรามทางการเมืองและการคุมขังเพิ่มสูงขึ้นมาก ปัจจุบันมีฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองหลายสิบคนถูกคุมขัง และมีผู้ถูกจับกุมเพิ่มขึ้นทุกเดือน รัฐบาลคุกคามและจับกุมสมาชิกสหภาพแรงงาน นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และนักเคลื่อนไหวสิทธิที่ดินต่อเนื่อง ตรงกับข้ามกับบรรดาชนชั้นนำมั่งคั่งใกล้ชิดรัฐบาลที่ได้รับสิทธิในที่ดินมากมาย จนพื้นที่ป่าของกัมพูชาลดลงอย่างหนัก คุกคามแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ

4.การลงทุนต่ำ-ประชาชนไม่มีงานทำ

ระยะเวลา 2 ปี ภายใต้การปกครองของฮุน มาเนต กัมพูชามีสถิติการลงทุนต่ำมาก ไม่เพียงพอในการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรม นำไปสู่การขาดแคลนงานสำหรับชาวกัมพูชาที่อยู่นอกภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของประเทศ โดยอุตสาหกรรมที่ย้ายเข้ามาในประเทศมักเป็นงานที่ใช้ทักษะต่ำไปจนถึงปานกลาง แม้กัมพูชาจะมุ่งมั่นเป็นประเทศรายได้ปานกลางแต่มาตรการภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ และการลงทุนจากต่างประเทศที่ชะลอตัวลง ล้วนขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซ้ำร้ายยังมีปัญหาความขัดแย้งชายแดนกับไทยเมื่อเร็วๆ นี้ คาดว่าแรงงานชาวกัมพูชามากกว่าหนึ่งล้านคนได้เดินทางกลับจากประเทศไทย และขณะนี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงของการว่างงานที่ยาวนาน และขาดสนับสนุนเพียงพอจากรัฐ

5.ออกกฏหมายปิดปากคนเห็นต่าง

รัฐบาล ฮุน มาเนต ได้ฉวยโอกาสจากความขัดแย้งกับไทย ในการให้สภาแก้ไขกฎหมายสัญชาติของกัมพูชา เพื่อให้รัฐบาลสามารถปิดปากผู้เห็นต่างได้ กฎหมายฉบับแก้ไขนี้อนุญาตให้รัฐบาลเพิกถอนสัญชาติของชาวกัมพูชาได้ หากศาลที่พรรค CPP ควบคุม ตัดสินว่ามีความผิดฐานกบฏ หรือ “สมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติ” องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างประณามการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ หนึ่งในนั้นคือ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งระบุว่า “กังวลอย่างยิ่งว่ารัฐบาลกัมพูชา ซึ่งมีอำนาจในการเพิกถอนสัญชาติประชาชน จะนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อปราบปรามผู้วิพากษ์วิจารณ์และทำให้พวกเขาไร้สัญชาติ”

6.รัฐมาเฟียศูนย์กลางอาชญากรรมออนไลน์

ช่วงการบริหารของฮุน มาเนต กัมพูชา กลายเป็นประเทศสำคัญที่มีการเติบโตของปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ระหว่างประเทศ รวมถึงปัญฯหาการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานราวทาส รายงานล่าสุดจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เผยให้เห็นถึงขอบเขตของอาชญากรรมที่รัฐกัมพูชามีส่วนสนับสนุน คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอาชญากรรมไซเบอร์สร้างรายได้ 12,000-19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP ของประเทศ คาดกันอีกว่า กัมพูชาน่าจะมีเครือข่ายแก๊งต้มตุ๋นอย่างน้อย 350 เครือข่ายโดยมีแรงงานต่างชาติเข้าร่วมขบวนการนี้ ประมาณ 150,000 คน และบางคนประเมินว่าตัวเลขดังกล่าวอาจสูงกว่านี้ รัฐบาลกัมพูชาได้กลายเป็นรัฐมาเฟียที่สร้างความเสียหายไปทั่วโลก (รัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์) ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคมีความมุ่งมั่นมากขึ้นในการปราบปรามอุตสาหกรรมหลอกลวงนี้ แต่ความพยายามของกัมพูชากลับเป็นเพียงการฉาบฉวย

หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และอินโดนีเซีย กำลังดำเนินการผ่านช่องทางอาเซียนเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ แต่กัมพูชาและเมียนมาซึ่งเป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มดังกล่าว

7.อยู่ใต้อิทธิพลบิดา

ช่วงเวลาที่เกิดเหตุพิพาทชายแดน สะท้อนชัดเจนว่า ฮุนมาเนต บริหารประเทศภายใต้การสั่งการของ สมเด็จฮุนเซ็นผู้เป็นพ่อ โดย สมเด็จฮุนเซ็นเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทโดยตรงกับผู้นำไทย และยังเป็นผู้นำการตอบโต้ของกัมพูชาต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

8.ขาดสิ้นซึ่งเสรีภาพสื่อมวลชน

    แม้เต็มไปด้วยการแสวงหาผลประโยชน์ อาชญากรรมและการคอรัปชั่น แต่กลไกการตรวจสอบจากสี่อมวลชนอิสระทำไม่ได้เลย เนื่องจากสื่อเสรีในกัมพูชาถูกทำลายหรือถูกปิดปากเงียบ ไม่ว่าจะเป็น Voice of Democracy และ Radio Free Asia ที่ถูกบังคับให้ปิดการดำเนินงานในกัมพูชาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หรือ The Cambodia Daily ที่ถูกปิดตัวลงในปี 2560

    ปัจจุบันสำนักข่าวเสรีเหล่านี้ยังคงดำเนินกิจกรรมอยู่ในสหรัฐฯ แต่ก็ถูกจำกัดลงอย่างมากเนื่องจากการสูญเสียเงินทุนสนับสนุน ภายใต้นโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่งของรัฐบาลกัมพูชา ส่วน นักข่าวท้องถิ่นที่ยังคงทำงานอยู่ในประเทศก็ถูกจับกุมเป็นประจำ ขณะที่นักข่าวต่างชาติมักถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ

    9.ยุบพรรคฝ่ายค้าน

    กัมพูชาจะมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในปี 2570 และมีการเลือกตั้งระดับชาติในปี 2571 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฮุนมาเนตจะครองอำนาจครบวาระ 5 ปี เป็นความหวังของชาวกำพูชาจำนวนมากว่า อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ฝ่ายตรงข้ามอาจจะใช้การเลือกตั้งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้หากฝ่ายค้านที่มีศักยภาพเพียงพอสามารถลงเลือกตั้งได้ แต่ในความเป็นจริงวันนี้สถานการณ์กลับไม่ดีนัก

    ในปี 2560 พรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านถูกยุบพรรค เพราะฝ่ายกุมอำนาจมองเห็นแล้วว่าพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) สามารถชนะการเลือกตั้งในปี 2561ได้ โดย เขม โสคา หัวหน้าพรรคถูกตัดสินจำคุก 27 ปีในข้อหา “กบฏ” ซึ่งขณะนี้เขากำลังถูกกักบริเวณอยู่ที่บ้าน

    ในปี 2566 พรรคแคนเดิลไลท์ หรือพรรค พรรคเพลิงเทียน ซึ่งเป็นพรรคต่อจากพรรค CNRP ถูกเพิกถอนสิทธิ์จากการเลือกตั้งจนพรรคของสมเด็จฮุนเซนไร้คู่แข่ง

    10.โลกคว่ำบาตร

      จากปัญหาการหลอกลวงทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และความเสื่อมถอยของประชาธิปไตยในกัมพูชาที่ผ่านมา จึงถูกประชาคมโลกโดยเฉพาะชาติตะวันตกเริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตรมากขึ้น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อบุคคลสำคัญระดับสูงของกัมพูชา ล่าสุดคือเมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อเครือข่ายสแกมเมอร์ในเมืองสีหนุวิลล์ ของกัมพูชา โดยทรัพย์สินที่อยู่ในสหรัฐฯ หรือเกี่ยวพันกับบุคคลอเมริกันจะถูกอายัดทันที ธุรกิจและสถาบันการเงินใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกคว่ำบาตรอาจถูกลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา



      เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

      56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
      การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
      เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
      ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
      หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
      ต้มซูเปอร์ปีกไก่
      อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
      E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
      ‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
      ​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
      “อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
      การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด