bg-single

ปิดแฟ้มคดีฆาตกรรมอำพราง! เสี่ยหึงสยองหนุ่มกิ๊กเมียเก่า สั่งอุ้ม ผจก.เครื่องมือแพทย์ ฆ่าเผาหมกไร่ร้าง ‘ไบคาน’

13.03.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม โดย อาชญาข่าวสด

ตํารวจนครบาลใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์เศษในการแกะรอยเหตุอุกอาจกลางกรุง เมื่อหนุ่มผู้จัดการบริษัทเครื่องมือแพทย์ถูกอุ้มหายไปอย่างไร้ร่องรอย สู่การค้นพบซากศพถูกเผาอำพรางในบ้านร้างกลางหุบเขาจังหวัดลพบุรี

คดีนี้มิใช่เพียงเหตุฆาตกรรมจากความหึงหวงทั่วไป

แต่คือปฏิบัติการ ‘จ้างวานฆ่า’ อย่างเป็นระบบที่มีคนมีสีเข้าไปพัวพัน และมีวงเงินสะพัดสูงถึงหลักล้านบาท

ปฐมบทคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 มารดาของนายรุทธ์ หรือท็อป มณีประเสริฐ อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ขึ้นโรงพักสุทธิสารแจ้งความว่า ลูกชายของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเริ่มแกะรอยจากกล้องวงจรปิดคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่พักของผู้สูญหาย ภายในซอยรัชดา 18 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

แล้วก็ได้หลักฐานสำคัญ ภาพวงจรปิดบันทึกเหตุระทึกไว้ในเวลา 06.20 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ เป็นภาพขณะนายรุทธ์กำลังขับรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี ออกจากที่พัก ถูกกลุ่มคนร้ายใช้รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ขับขวางด้านหน้า และมีรถจักรยานยนต์ 1 คันประกบท้าย ก่อนร่วมกันบังคับนำตัวผู้เสียหายขึ้นรถยนต์ขับหายไปอย่างรวดเร็ว

จากเหตุคนหายกลายเป็นคดีลักพาตัวไปในทันที

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งระดมตำรวจสืบสวนมือดีจากศูนย์สืบสวน บช.น., บก.น. 2 แกะรอยรถคนร้ายไปถึงบ้านเช่าหลังหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ในเย็นวันเดียวกัน

แต่หลักฐานที่พบมีเพียงร่องรอยคราบเลือดจำนวนหนึ่ง รวมถึงผ้าปิดตา ผ้าปิดปาก และเชือก ทำได้เพียงแกะรอยต่อไป

ความพยายามที่ไม่ยอมลดละของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อแกะรอยตามรถคนร้ายเดินทางไปยังจังหวัดนครสวรรค์ ต่อด้วยเพชรบูรณ์ ก่อนจะวกกลับไปยังอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

ระหว่างทางผ่านจุดต้องสงสัย เป็นฟาร์มร้างในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลชัยนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล ส่วนหนึ่งของ ‘ไร่ไบคาน’ อาณาจักรตระกูลเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลในอดีต

เมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบศพชายถูกฆ่าเผาภายในห้องน้ำ ทีมสืบสวนจึงประสาน ร.ต.อ.อภิชาติ โหมกจันทึก รอง สว.สอบสวน สภ.ชัยบาดาล เจ้าของท้องที่เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพในวันที่ 3 มีนาคม

จากคดีลักพาตัวกลายเป็นคดีฆาตกรรมอำพรางในทันใด

พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น. 2, พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถานนท์ ผกก.สส. 2 บช.น., พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร สนธิกำลังร่วมตำรวจ บช.ภาค 2, บก.ภ.จว.ลพบุรี และ สภ.ชัยบาดาล

แกะรอยทีมสังหารแบบกัดไม่ปล่อย

กระทั่งได้หลักฐานชัดเจนจนนำไปสู่ศาลอาญาออกหมายจับทีมอุ้มทั้ง 8 ราย เพียงวันเดียวก็ตามตะครุบตัวผู้ต้องหาได้ 7 ราย

เหลือแค่ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ หรืออาร์ท เงินศรีชัย อายุ 48 ปี หัวหน้าทีมอุ้ม ข้อมูลสุดท้ายพบการเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่นครพนมและหนองคาย ก่อนเงียบหายไป คาดหนีข้ามแม่น้ำโขงไปกบดานฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

สอบสวนให้การรับสารภาพสิ้นไส้ว่า ทีมอุ้ม 6 คนแรกถูกว่าจ้างโดย ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ ในวงเงิน 300,000 บาท ให้ดักอุ้มตัวนายรุทธ์ไปส่งที่บ้านเช่าในอำเภอบางบ่อ และหมดหน้าที่เพียงเท่านั้น และเสนอเพิ่มอีก 50,000 บาท หากนำโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตมาได้

จากเบาะแสคำให้การของกลุ่มผู้ต้องหา ชี้ชัดว่าต้องมีทีมอุ้มอีกชุดสานต่อภารกิจ แต่ยังต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดว่าลงมือรุนแรงจนเหยื่อเสียชีวิตที่เซฟเฮาส์บางบ่อ แล้วนำไปเผาศพอำพรางคดี หรือลากเหยื่อไปฆ่าเผาในจุดพบศพ

ทีมสืบสวนเจาะลึกถึงมูลเหตุจูงใจ หลักฐานทั้งหมดบ่งชี้ไปที่ปมชู้สาว

ย้อนกลับไปประมาณ 4-5 เดือนก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายพบกับเพื่อนหญิงสมัยเรียนที่บังเอิญพักอาศัยอยู่ที่คอนโดฯ เดียวกัน กระทั่งเกิดความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

"ad"

ทั้งที่ฝ่ายชายเตรียมจะแต่งงานกับแฟนสาวในอีกไม่กี่วัน ส่วนฝ่ายหญิงก็เป็นม่ายสาวเรือพ่วงมีลูกติดจากสามีเก่า และระหว่างมีความสัมพันธ์กันได้มีการถ่ายคลิปลับไว้ด้วย

แต่ความลับไม่มีในโลก ทันทีที่สามีเก่าของฝ่ายหญิงทราบเรื่อง ก็บังเกิดความแค้นเคืองอย่างมาก สั่งให้สาวเลขาฯ ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน จ้างนักสืบเอกชนแกะรอยหาตัวตนของชายที่มีสัมพันธ์กับเมียเก่า จนได้ข้อมูลชัดเจนตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว

จากนั้นติดต่อ ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ ซึ่งรู้จักสนิทสนมกันในช่วงที่เข้าอบรมของหน่วยราชการแห่งหนึ่งด้วยกัน ให้จัดทีมมือพระกาฬดักอุ้มตัวเหยื่อด้วยวงเงินสูงถึง 2,800,000 บาท

ในที่สุดพยานหลักฐานก็ย้อนกลับไปถึงจอมบงการใหญ่

เจ้าหน้าที่นำหมายจับศาลอาญาเข้าควบคุมตัวนายสรวีย์ รัฐพิทักษ์ถิรดา จอมบงการ และ น.ส.เบญญาภา รัฐพิทักษ์ สาวเลขาฯ ที่บ้านพักย่านวังทองหลาง กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเวลา 23.30 น. ของคืนวันที่ 5 มีนาคม

ในชั้นจับกุมทั้งคู่ยังปฏิเสธเสียงแข็ง ตำรวจจึงควบคุมตัวไปมอบให้ ผบช.น. และทีมสอบสวนมือดีสอบปากคำ

หลังถูกเค้นข้ามคืน ในที่สุด นายสรวีย์ก็ยอมเปิดปากรับสารภาพว่า เพียงให้ทีมอุ้มตัวนายรุทธ์เพื่อยึดโทรศัพท์มือถือที่บรรจุคลิปลับของอดีตภรรยาไว้เท่านั้น ไม่ได้มุ่งหวังจะเอาถึงชีวิต

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบการซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินผ่านระบบออนไลน์ เตรียมเผ่นหนีออกจากประเทศ แต่ภายหลังเกิดเปลี่ยนใจ

ในประเด็นนี้ พล.ต.ท.สยามเผยว่า ทั้งคู่มีการไปปรึกษาทนายความเพื่อเตรียมการซักซ้อมต่อสู้คดีหลังจากนี้ พร้อมยืนยันจะเข้าไปดูสำนวนคดีด้วยตัวเอง เพื่อให้มีความละเอียดและรัดกุม

แต่ไม่ว่าจะปฏิเสธอย่างไร การที่ศาลอนุมัติออกหมายจับแสดงให้เห็นแล้วว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ และเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง เนื่องจากผลตรวจดีเอ็นเอจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ยืนยันแน่ชัดแล้วว่าผู้เสียชีวิตคือนายรุทธ์

สุดท้ายเส้นทางเดินของจอมบงการและสาวเลขาฯ ก็ไปจบลงที่คุกในวันที่ 7 มีนาคม

เมื่อพนักงานสอบสวนควบคุมตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, กักขังหน่วงเหนี่ยว, เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพหรือส่วนของศพ, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย และอั้งยี่ซ่องโจร”

ผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง แต่ศาลอาญาพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ตามหมายจับ

ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนี

ศาลจึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลางทันที

สำหรับผู้ต้องหาที่มีส่วนร่วมในขบวนการอุ้มฆ่ารวม 7 คนที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ มี 5 รายที่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พนักงานสอบสวนจะเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน

ส่วนอีก 2 คน ได้รับการประกันตัวปล่อยตัวชั่วคราว มีกำหนดรายงานตัวต่อศาลอาญาในทุก 3 วัน หากสอบสวนพบว่าร่วมกระทำความผิดชัดเจนจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

คงเหลือเพียงคีย์แมนคนสำคัญ ว่าที่ ร.ต.ภูเมธที่ยังลอยนวลอยู่ เมื่อไหร่ที่จนมุมตำรวจจะทำให้จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายถูกต่อจนครบถ้วนสมบูรณ์

คดีนี้นับเป็นอุทาหรณ์ย้ำเตือน คนเราทุกคนล้วนมีอารมณ์โกรธหรือความแค้นเป็นธรรมดา

แต่สิ่งที่คดีนี้เตือนสติเราอย่างรุนแรง คือ ‘ราคาที่ต้องจ่ายของความสะใจ’

การยอมให้ความโกรธนำทางไปสู่การจ้างวานฆ่า ไม่ได้เพียงแค่ผลาญชีวิตผู้อื่น มันยังทำลายชีวิตของตนเองและครอบครัวอย่างถาวร

ความแค้นที่คิดว่าจะทำให้ชนะ กลับกลายเป็นกงเกวียนกำเกวียนที่ย้อนกลับมาสู่ผู้สั่งการและทีมงานทุกคนที่ต้องเผชิญกับโทษสูงสุดของกฎหมาย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วรวงศ์” แนะ เศรษฐกิจจะขยายตัว ไทยต้องลดการขาดดุลการค้า ห่วง 9 เดือนแรก ติดลบ 1.4 ล้านล้านบาท ฉุดเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายภูมิภาค
ปฏิบัติการภาพยนตร์ฝรั่งเศส – Les Misérables- AI โชเน็นอะนิเมะ ไวรัลระดับโลกไอคอนแห่งการต่อสู้ของเจน Z ‘Stop! Back off! Stop pushing!’
อินเดีย จากแกนนำขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด สู่ประเทศที่ฝักใฝ่ทุกฝ่าย
เวียงจันทน์ขยับ ฮานอยเขยื้อน : เวียดนามกับการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว
ทรัมป์ ‘คนทรยศ’ (Betrayal) ยกเลิกการแซงก์ชั่นน้ำมันรัสเซีย ซื้อดีเซลหมีขาวนำเข้าอเมริกา
6 ปทัสถาน ‘เคลียร์ได้’ ที่สังคมไทยต้องข้ามให้พ้น
4 ปีไม่มีใครฟัง ธีระ ศรีมงคล ผู้ใหญ่หมู่ 1 บ้านสระมะเขือ ย้ำอีกที ‘โรงขยะคือบทเรียนแสนสาหัส’
เมื่อประวัติศาสตร์เปลี่ยนข้าง : ถึงเวลาคืนความเป็นธรรม ให้เหยื่อของอำนาจรัฐ?
สัมผัสแง่งามสุดขมขื่น และความรักอันร้าวราน ผ่านอัลบั้ม O ของ เดเมียน ไรซ์
จากไทยหนึ่งเดียว สู่ ‘ไทยหลายใบ’ : ไทยศึกษาผ่านมุมมองนักวิชาการญี่ปุ่น
‘3 เสือป่า’ ภาค 2 ‘บิ๊กหยอย’ ส่งสัญญาณ? จับตา ไฟใต้ เดิมพันสุดท้าย ตท.26 หนู บุกรัง บิ๊กดุลย์ The Last Mission ‘บิ๊กเต้’ กับ สัญญาใจ ทบ.
E-DUANG | ในความนิ่ง ของ “เพื่อไทย” มี กระแส”คลื่น” ไหวเคลื่อน