bg-single

รถไฟความเร็วสูงไทยสู่ สปป.ลาว ส่วนเวียดนามเปิด ‘ซาปา’ สู่เมืองท่องเที่ยว

31.01.2023

ชาตินี้จะประมาทกันไม่ได้…และจะปรามาสชาติเล็กๆ อย่าง สปป.ลาว ไม่ได้ที่ไม่มีทะเลนำสินค้าส่งออก

เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่ไทยรู้ดีโลจิสติกส์ สปป.ลาว ก้าวไกลเกินอาเซียนด้วยรถไฟความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เชื่อมสิบสองปันนากับเวียงจันทน์ 414 กิโลเมตรเพียง 3.15 ชั่วโมง…เริ่มสร้างปี 2552 เสร็จปลายปี 2564

ไทยเพิ่งตื่น…สร้างกับเขาบ้างสายกรุงเทพฯ-หนองคาย 607 กิโลเมตร เชื่อม สปป.ลาว เฟสแรกถึงนครราชสีมา 250 กิโลเมตร เริ่มสิงหาคมปีก่อน กะแล้วเสร็จ 2570 เฟสสองถึงหนองคาย 357 กิโลเมตร สำรวจออกแบบแล้วอยู่ขั้นตอนพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดจะบริการได้ปี 2572 หรืออีก 6 ปีโน่น

เวียดนามพี่เบิ้ม สปป.ลาว จะสร้างตั้งแต่ปี 2006 หรือ 2549 ก่อนสหายลาว ใช้เงิน 56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.99 ล้านล้านบาท แต่ปีนั้นบ่จี๊ที่จะลงทุนเบ้อเร่อขนาดนั้น และเกรงจะไม่คุ้มกับค่าโดยสารแพง เพราะคนเวียดนามเมินแน่ในภาวะเศรษฐกิจบ้านเมืองอ่อนแอ

พอปี 2565 เกิดความคิดจะ “แบ๊ก ออน เดอะ เอเจนดา” ด้วยเงินทุน 58,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2 ล้านล้านบาท เข้าภาษิต “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” เพื่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจากเหนือคือฮานอยจดใต้โฮจิมินห์ซิตี้ 1,545 กิโลเมตร เฟสแรก 665 กิโลเมตร จะแล้วเสร็จปี 2575 หลังไทย ที่เหลือบริการได้ปี 2588 หรือ 2593 นู้น

นี่คือตัวอย่างการพัฒนาโลจิติกส์ระบบรางของ 3 ประเทศลุ่มน้ำโขง ที่ สปป.ลาว กับพี่เบิ้มเวียดนามและพี่ใหญ่ไทยขับเคลื่อนขณะนี้

 

เมนต์นี้เป็นมิติระหว่างไทยกับเวียดนาม…หลังลุงโฮสวมบท “ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” สำเร็จ ขับไล่พญาอินทรีแล้วตกผลึกรวม 2 เวียดนามเป็นหนึ่งเดียว จัดการสร้างบ้านแปงเมืองทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าการลงทุนในและนอกประเทศอย่างรวดเร็ว เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจซึ่งอับเฉานานปีให้ฟื้นคืนมา

ยามนั้นไทยจับจ้องเวียดนามขณะเปลี่ยนสนามรบสู่สนามการค้าตาไม่กะพริบ โดยเฉพาะเรื่อง “ท่องเที่ยว” ที่บ้านเรากำลังมาแรง…แต่เมื่อเวียดนามจะร่วมปันเค้กก้อนเดียวกัน แน่นอน! ที่เราจะชะล่าใจไม่ได้ เพราะเพื่อนมีสินค้าดิบๆ พร้อมขายหลังร้างตลาดร่วม 19 ปีครึ่ง

ผู้บริโภคในตลาดโลกย่อมสนใจให้ความสำคัญกับตลาดเก่าเปิดใหม่มากกว่าสินค้าเดิมๆ ไทยถึงรีบงัดกลยุทธ์ “THAILAND Gateway To Indochaina” ขึ้นมาใช้ โดยชวนคนมาเที่ยวไทยก่อนออกไปเที่ยวอินโดจีน แล้วย้อนกลับมาบินที่ไทยซึ่งเป็น “ฮับ” การบินขณะนั้น

ไม่นานเวียดนามส่อแววเป็นคู่แข่งท่องเที่ยวสำคัญกับไทยมากขึ้น จากการเป็นนักการค้าสายเลือดบ๋าว ดั่ย ให้คิดดูตอนไทยเปิดบ้านหลังโควิดกระหน่ำยกแรก ทัวร์ญี่ปุ่นจองตั๋วเครื่องบินมาเที่ยวไทยไม่ได้มีปัญหา เพราะไทยจองไปกลับทัวร์ญี่ปุ่นเต็มหมดทุกเที่ยวบิน

สายการบินเอกชนเวียดนามไม่รอช้ารีบฉวยวิกฤตเป็นโอกาส ทำตลาดชวนคนญี่ปุ่นมาเที่ยวเวียดนามแทน ชูจุดขายภาคใต้โฮจิมินห์ซิตี้เมืองสีสันสวรรค์นักช้องปิ้ง ภาคกลางดานังเมืองตากอากาศเทียบพัทยา-หัวหิน ภาคเหนือฮานอยบรรยากาศไม่ต่างเชียงใหม่-เชียงราย

นี่คือเชิงชั้น…การใช้เทคนิคการขายของเซลส์แมนซอฟต์เพาเวอร์ท่องเที่ยวตัวจริง

 

สรุปปีที่เพิ่งผ่านมาไทยมีต่างชาติเพียง 11.5 ล้านคน เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนโควิดพ่นพิษมีเกือบ 40 ล้านคน ปีเดียวกันเวียดนามมี 18 ล้านคน ปีที่แล้วเหลือ 5 ล้านคน…มาดูทิศทางตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศของเวียดนาม ปีนี้ค่อนข้างชัดเจนที่ชูจุดขาย “ซาปา” จังหวัดหล่าวกาย ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างกรุงฮานอยเมืองหลวง 380 กิโลเมตร เป็นเป้าหมาย

ซาปาเป็นเมืองในหุบเขา “ฟานซีปัง” ภูเขาสูงที่สุดในเวียดนามคือ 3,143 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมีภูเขา “ฮวงเหลียนเซิน” ตอนปลายสุดทางตะวันออกหิมาลัยอยู่ละแวกเดียวกัน มันช่างมหัศจรรย์เสียจนจักรวรรดินิยมฝรั่งเศสเคยใช้เป็นแหล่งพักผ่อนตากอากาศ ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 21 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 0 องศาเซลเซียสมีหิมะโปรยปรายบ้างเล็กน้อย

อาคารบ้านเรือนยุคนั้นบางส่วนจึงถูกปลูกสร้างโคโลเนี่ยนสไตล์สถาปัตยกรรมทรงชิโน-โปรตุกีส จะว่างามก็ใช่ จะว่าปวดร้าวเจ้าของแผ่นดินเกิดก็ถูก แต่ก็แปลกตากับคนมาเยือน

ซาปามีเรื่องเล่าอีกว่า…อาณาเขตส่วนหนึ่งติดพรมแดน “เหอโซ่ว” ของจีน เมื่อคราวเวียดนามกู้ชาติจากนักล่าอาณานิคมฝรั่งเศสกับนักบุญอเมริกันเกเร ช่วงนั้นจีนนี่แหละสนับสนุนเงินและอาวุธให้เวียดกงไปทำสงครามกองโจร จนใกล้สำเร็จเวียดนามกลับหันไปคบรัสเซียเสียนี่

จีนโกรธและงอนประกาศปิดพรมแดนด้านใต้ติดตอนเหนือเวียดนามอยู่พักใหญ่ เส้นทางรถไฟที่จีนสร้างมาจ่อคอหอยเวียดนามก็ถูกยกเลิกเพราะแค้นเคือง กว่าทศวรรษจีนหายโกรธและงอน อาการเริ่มดีขึ้นจนถึงวันนี้…

แต่ไม่รู้ทางรถไฟมิตรภาพจีน-เวียดนามไปถึงไหน?

 

ซาปาเมืองกลางหุบเขาเล็กกระจิ๋วหลิว มีประชากร 36,000 คนอาศัยอยู่บนความสูงเฉลี่ย 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นคน “เวียด” เรียกตัวเอง “คิ้นห์” 15% ม้งมากหน่อย 52% อพยพจากจีนโดยมีเย้า ชาวไต ตามมา และทำนาขั้นบันไดกับปลูกพืชผักผลไม้บนที่ลาดภูเขาเป็นอาชีพ

การคมนาคมคนเมืองนี้กับเมืองหลวง มีเส้นทางสาย 4 ดี. ลดเลี้ยวไปบนภูเขาที่แคบให้รถแล่นสวนทางกันได้ 2 คัน อันตรายและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กับอีกทางคือโดยสารรถไฟแล่นทั้งคืนไปสว่างเช้าที่สถานีหล่าวกาย แล้วต่อรถยนต์ไปอีก 30 กิโลเมตรถึงซาปา

ด้วยศักยภาพของดินแดนซึ่งมีธรรมชาติป่าเขาสมบูรณ์ สภาพแวดล้อมไร้มลพิษ รัฐบาลโดยท้องถิ่นได้ลงมือพัฒนาเส้นทางสาย 4 ดี. เพื่อเปิดซาปาเป็นเมืองท่องเที่ยว ด้วยการสร้างสะพานลอยฟ้า “หมอง เส็ง” สูงจากเนินเขาพื้นล่าง 83 เมตร สูงที่สุดในเวียดนามขณะนี้ สะพานนี้เชื่อมภูเขา 2 ลูกบนฐานตอม่อรองรับแนวสะพานตรงดิ่ง 612 เมตร เช่น โมเดลจีนที่ออกแบบก่อสร้างไฮเวย์คร่อมเทือกเขาไปทั่วประเทศ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง

เบื้องล่างเป็นที่ราบกลางหุบเขามีแม่น้ำไหลผ่าน และเป็นที่ตั้งสถานีพลังงานไฟฟ้า กับบางส่วนจัดระเบียบให้นักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปเซลฟี่มีภูมิทัศน์ทิวเขาเป็นแบ๊กกราวด์ ซึ่งผู้บริหารเมืองซาปายืนยันว่า… “จะใช้จุดนี้เป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยวสู่ซาปา”

ซาปาจึงนับเป็นเมืองท่องเที่ยวประเภทวิถีชุมชนท่ามกลางแวดล้อมสดใส ผู้คนชนเผ่ารู้รักษ์เอกลักษณ์ตนเอง แถมบรรยากาศช่างเหมาะสมบนเทือกเขาสูง สิ่งเหล่านี้ล้วนจูงใจให้นักท่องเที่ยวกลุ่มรักธรรมชาติและชีวิตชุมชน นิยมวอล์กอินเข้าไปท่องเที่ยวเชิงหาประสบการณ์

คือได้ดูแปลงนาขั้นบันไดกับร่องพืชผักผลไม้กลางเทือกเขา “ฟานซีปัง” และภูเขา “ฮวงเหลียนเซิน” กับชนเผ่าม้ง “บ้านกั๊ด กั๊ด” ซึ่งอยู่ห่างราว 3 กิโลเมตร โดยที่ผ่านมาบริษัทนำเที่ยวไทยมีโปรแกรมขายบริการนำเที่ยวเป็นประจำ ไปฮานอย ฮาลองเบย์ สู่แดนมหัศจรรย์ซาปา ซึ่งมีสะพานลอยฟ้า “หมอง เส็ง” ช่วยย่นระยะทางซาปา-ฮานอยได้ระดับหนึ่ง

เห็นแล้ว…ให้ตายสิ! อดคิดถึง “ปาย” แม่ฮ่องสอน กับ “บ่อเกลือ” น่าน ไม่ได้ ที่ถูกมองว่ากำลังก้าวเดินหลงทิศหลงทาง…เวียดนามคงไม่ปล่อยให้ซาปาเป็นเช่นนั้นแน่ ถ้าจะขายท่องเที่ยววิถีชุมชนแบบยั่งยืน?

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์