คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
Facebook : @Pitsanuofficial
วันที่ 10 ตุลาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) จัดให้เป็นวันสุขภาพจิตโลก World Mental Health Day
แฟนกีฬาพันธุ์แท้ก็คงเศร้าที่เอเชี่ยนเกมส์ 2026 “ไอจิ-นาโกย่า” สิ้นสุดลง หลังจากเชียร์กีฬานานาประเภทอย่างสนุกตื่นเต้นเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์
เชื่อว่าตัวนักกีฬาเองก็คงเศร้าเช่นกัน
มีการสำรวจที่น่าสนใจในหมู่นักกีฬาโอลิมปิก ที่เมื่อการแข่งขันโอลิมปิกสิ้นสุดลง ก็ทำใจไม่ได้ถึงขนาดเป็นโรคซึมเศร้า
โรคซึมเศร้าหลังโอลิมปิก มีหลายชื่อในภาษาอังกฤษ คือ Post-Olympic Stress Disorder, Post-Olympic Let-Down หรือ Post-Olympic Blue
เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับนักกีฬาโอลิมปิกหลังจากการแข่งขันสิ้นสุด
ซึ่งสาเหตุมีดังนี้
1. จากการศึกษาในปี 1982 พบว่านักกีฬาโอลิมปิกประเทศเช็กเกีย 80% มีปัญหาทางจิตและใช้สิ่งเสพติด เนื่องจากปรับตัวให้เข้ากับชีวิตปกติหลังแข่งโอลิมปิกไม่ได้ ส่วนนักกีฬาอเมริกัน 40% ประสบปัญหานี้
นักจิตวิทยาวิเคราะห์ว่า นักกีฬาโอลิมปิกเริ่มเล่นกีฬานั้นๆ ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โลกที่เติบโตมาก็คือกีฬาที่ฝึกซ้อม เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง คนที่ตัดสินใจรีไทร์โลกของตัวเองก็เหมือนสิ้นสุดลงด้วย
2. นักกีฬาโอลิมปิกออกกำลังกายอย่างหนักในการเก็บตัวฝึกซ้อม พอการแข่งขันสิ้นสุด หยุดออกกำลัง เป็นการช็อกร่างกาย
ซึ่งจากการสำรวจของ The Journal of Sports Science พบว่า 35% ของนักกีฬาชั้นนำ 234 คน ออกกำลังกายหนักมาก หากหยุดจะก่อให้เกิดโรคซึมเศร้า หลายคนน้ำหนักตัวขึ้น ก่อให้เกิดอาการซึมเศร้าได้เช่นกัน
3. รู้สึกว่าชีวิตไม่มีเป้าหมาย เมื่อโอลิมปิกสิ้นสุด ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปกับชีวิต
เดวิด วิลเลียมส์ นักจิตวิทยากีฬาชาวอังกฤษ กล่าวว่า ช่วง 3 เดือนแรกจะรู้สึกซึมเศร้า หลังจากนั้น 6 ถึง 9 เดือนถึงจะเอาชนะอาการซึมเศร้าสำเร็จ เพราะจะเริ่มหาตัวตนของตัวเองได้ใหม่ว่าไม่ใช่นักกีฬาที่ตั้งหน้าตั้งตาฝึกเพื่อโอลิมปิก
4. ชีวิตเหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่ นักกีฬาที่แข่งโอลิมปิก 2 ถึง 3 ครั้ง และถึงเวลารีไทร์ จะรู้สึกว่างานที่ตัวเองรักได้สิ้นสุดลง ต้องเริ่มชีวิตการงานใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จากชีวิตที่มีระเบียบเคร่งครัดว่าต้องตื่นกี่โมง กินอาหารกี่โมง กี่แคลอรี ต้องซ้อมกี่โมง เข้านอนกี่โมง
พอรีไทร์ก็ไม่รู้ว่าแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง
ประเทศอังกฤษ อเมริกา และออสเตรเลีย มีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้คำปรึกษากับนักกีฬาหลังจากการแข่งขันโอลิมปิกสิ้นสุด เพื่อไม่ให้นักกีฬามีอาการซึมเศร้า สิ้นหวัง ตลอดจนช่วยให้คำแนะนำในการหางาน กรอกใบสมัครงาน สัมภาษณ์งาน
ไมเคิล เฟลป์ส (Michael Phelps) อดีตนักว่ายน้ำทีมชาติสหรัฐอเมริกา เจ้าของสถิตินักกีฬาที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ คือ 23 เหรียญทอง และเป็นเจ้าของสถิตินักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัลรวมมากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก 28 เหรียญ เปิดเผยว่า ตัวเองเคยเป็นโรคซึมเศร้า
เฟลป์สเล่าว่า ทุกครั้งหลังสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิก เขามีอาการซึมเศร้าหนักมาก
เขาเริ่มมีอาการซึมเศร้าเป็นครั้งแรกตอนสิ้นสุดโอลิมปิกปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ปีนั้นเองเขาถูกจับข้อหาเมาแล้วขับในเดือนพฤศจิกายน
ตอนนั้นเฟลป์สใช้ยาเสพติดเป็นตัวช่วยในการพาตัวเองออกจากโรคซึมเศร้าหลังการแข่งโอลิมปิก
ช่วงโอลิมปิกปี 2004, 2008 และ 2012 ผลงานเขาโดดเด่นและโด่งดังมาก แต่ความรู้สึกหลังจากโอลิมปิกจบลงกลับแตกต่างออกไป
เฟลป์สเป็นโรคซึมเศร้าหลังจบการแข่งขันโอลิมปิกมาอย่างยาวนาน จากการเก็บซ่อนอารมณ์ไว้กว่า 20 ปี จนเกือบคิดสั้นในปี 2014 แต่การตัดสินใจเข้ารับการบำบัดรักษา และออกมาเปิดเผยว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า ได้เปลี่ยนชีวิตของเขา และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอีกมากมายในการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า
ในอดีตเฟลป์สมองว่าความอ่อนแอและความรู้สึกดิ่งเป็นจุดอ่อนที่จะทำให้คู่แข่งได้เปรียบ
แต่ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่า การยอมรับความจริงต่างหากคือพลังบวกและการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
