คันจิแห่งปี 2025 熊 อ่านว่า “คุมะ” แปลว่า “หมี” (ภาพจากนิฮนเคไซชิมบุน)
บทความพิเศษ |สุภา ปัทมานันท์
ปีหมี(熊)ดุของญี่ปุ่น
วันที่ 12 ธันวาคมสำหรับคนญี่ปุ่นถือเป็น “วันคันจิ”(漢字)
คันจิ คือ อักษรจีนในภาษาญี่ปุ่น
ภาษาญี่ปุ่นมีอักษร 3 ชนิด คือ อักษรฮิรางานะ(平仮名)อักษรคาตาคานะ(カタカナ)และ อักษรคันจิ สองชนิดแรกเป็นอักษรญี่ปุ่นที่ต้องอ่านผสมคำจึงมีความหมาย แต่อักษรคันจิเป็นอักษรจีนที่แสดงความหมายโดยตัวเองโดด ๆ แต่ละตัวมีความหมาย มีทั้งคำประสม 2,3 และ 4 ตัวอักษร
ย้อนไปราวศตวรรษที่ 6 – 7 ญี่ปุ่นรับอักษรคันจิมาจากจีน เมื่อญี่ปุ่นรับพุทธศาสนามหายานจากจีนผ่านทางคาบสมุทรเกาหลี คัมภีร์พระไตรปิฎกเขียนเป็นอักษรจีน คนญี่ปุ่นจึงเรียนรู้อักษรจีนและปรับเปลี่ยนการเขียนให้เป็นแบบญี่ปุ่นตั้งแต่นั้นมา
ตั้งแต่ปี 1995 สมาคมการสอบวัดระดับความสามารถคันจิในภาษาญี่ปุ่น สำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดเกียวโต กำหนดวันคันจิขึ้นมา สมาคมฯจะคัดเลือกอักษรคันจิหนึ่งตัว ที่มีผู้ส่งเข้ามาโหวตจากทั่วประเทศมากที่สุด และถือเป็น “คันจิแห่งปี”
ใครจะเชื่อบ้างว่า ตัวอักษรเพียงตัวเดียวนี้เป็นเหมือนบันทึกทางประวัติศาสตร์ของคนญี่ปุ่นทั้งประเทศที่ผ่านเรื่องราวต่างๆร่วมกันมา แบบย่นย่อและสั้นที่สุดประจำปี สื่อถึงเรื่องราว เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในปีนั้น ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงจวนจะสิ้นปีในเดือนธันวาคม มีทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ภัยพิบัติ กีฬา การต่างประเทศ ฯลฯ ทั้งเรื่องน่ายินดี น่าภูมิใจ หรือเรื่องทุกข์ยากที่เผชิญร่วมกัน
พิธีประกาศ “คันจิแห่งปี” จัดขึ้นที่วัดคิโยมิสึเดระ(清水寺)เมืองเกียวโตหรือที่คนไทยรู้จักในนาม “วัดน้ำใส” วัดไม้เก่าแก่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก บนระเบียงกว้างชั้นบนของอาคารไม้ ท่านเจ้าอาวาส หลวงพ่อเซฮัน โมริ(森 清範)จะเขียนตัวอักษรคันจิประจำปีด้วยพู่กันขนาดใหญ่ ขนพู่กันสีขาวทำจากขนหูวัว บนกระดาษญี่ปุ่นขนาด150 ซ.ม. x 130 ซ.ม. เป็นกระดาษทำมือคุโรทานิ ที่ทำสืบทอดกันมายาวนาน และเป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของเกียวโต ขณะที่ท่านจรดพู่กัน ผู้คนที่รอชมก็คอยลุ้นกันว่าจะเป็นอักษรใด
ภายในเวลาชั่วอึดใจ ก็ได้รู้ผลกัน !
ปี 2025 นี้ นับเป็นปีที่ 31 ของการจัดงาน มีผู้ส่งอักษรคันจิแห่งปีมาจากทุกช่องทางทั่วประเทศทั้ง ไปรษณียบัตรและทางเว็บไซต์ อักษรคันจิที่มีผู้ส่งมาโหวตมากที่สุดอันดับหนึ่ง คือ 熊อ่านว่า “คุมะ” แปลว่า “หมี” รวมจำนวน 23,346 เสียง จากทั้งหมด189,122 เสียง
เหตุใดคำว่า 熊 (หมี) จึงติดอันดับหนึ่งประจำปี 2025 ?
ปีนี้มีรายงานข่าวตั้งแต่ต้นปีมา หมีทั้งตัวใหญ่ตัวเล็กออกจากป่ามาเจอะเจอผู้คนบ่อยครั้งมาก เป็นที่หวาดกลัว และเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้คน บางแห่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หมีออกมาจากพุ่มไม้ทำร้ายนักท่องเที่ยว หรือเข้ารื้อหาอาหารในบ้านเรือน ร้านค้าในยามค่ำคืน บางครั้งตอนเช้าตรู่ เด็ก ๆเดินทางไปโรงเรียน เห็นหมีมาแต่ไกลต้องวิ่งหนี หลบซ่อนเอาตัวรอด และงานกีฬากลางแจ้งของโรงเรียนหลายแห่งต้องยกเลิก หรือต้องปิดโรงเรียนชั่วคราว
นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุจากการที่ญี่ปุ่นมีกำหนดส่งคืน “หมีแพนด้า” 4 ตัว จากสวนสัตว์ สวนน้ำ ซาฟารีเวิล์ด สวนสนุก “แอดเวนเจอร์ เวิล์ด” ที่จังหวัดวากายามา คืนให้แก่ประเทศจีนด้วย
อันดับสองคือ 米 อ่านว่า “โคะเมะ” แปลว่า “ข้าว” ทิ้งห่างอันดับหนึ่งเพียง 180 เสียง สาเหตุมาจากราคาข้าวในประเทศญี่ปุ่นสูงขึ้นมาก จนต้องมีการนำข้าวจากคลังข้าวที่เก็บสำรองไว้ยามเกิดภัยพิบัติออกมาประมูลเพื่อให้ข้าวในตลาดมีปริมาณมากขึ้น แต่การแก้ปัญหาราคาข้าวจนถึงขณะนี้ยังทำได้ไม่สำเร็จ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ป่าไม้และสัตว์น้ำคนปัจจุบันเสนอโครงการแจกคูปองข้าวให้แก่ประชาชน
อันดับสาม คือ 高 อ่านว่า “ทาคะ,โค” แปลว่า “แพง สูง” ตัวอักษรนี้ตรงกับชื่อของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น นาง ซานาเอะ ทาคาอิชิ(高市早苗)ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมปีนี้ นอกจากนี้ยังมีเหตุผลจากค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นมากต่อเนื่องตลอดทั้งปี รัฐบาลชุดปัจจุบันกำลังมีนโยบายให้เงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้มีบุตร ลดภาษีน้ำมัน ลดค่าไฟ เป็นต้น เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน
ปีนี้เป็น “ปีหมีดุ” ของญี่ปุ่น จากรายงานของกระทรวงสิ่งแวดล้อม มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกหมีทำร้ายทั่วประเทศ 230 คน ทำลายสถติสูงสุดเดิมของปี 2023 มี 219 คน และมีจำนวนรับแจ้งผู้พบเห็นหมีถึง 36,814 ราย มากกว่าปี 2023 ที่มี 24,348 ราย ปีนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 13 รายมากที่สุดเช่นกัน นอกจากนี้ มีจำนวนหมีที่ถูกจับได้ 9,867 ตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2023 ที่ถูกจับได้ 9,276 ตัว พื้นที่ที่จับหมีได้มากที่สุด คือ จังหวัดอาคิตะ อาโอโมริ และ ฟุคุชิมา เป็นจังหวัดทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู
เหตุใดหมีจึงออกจากป่ามาเพ่นพ่านในชุมชนบ่อยขึ้น ?
คำตอบคือ อาหารของหมีในป่าขาดแคลน
สถาบันวิจัยป่าไม้ จังหวัดอาคิตะ เป็นจังหวัดที่ได้รับความเสียหายจากหมีออกมาทำร้ายผู้คนมาก รายงานว่า ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ผลของต้นบีช(ブナ)ที่เป็นอาหารหลักของหมีในป่ามีจำนวน “ขาดแคลน” และ “อุดมสมบูรณ์” สลับกันไปปีเว้นปี ปี 2025 เป็นปีที่ขาดแคลน หมีจึงต้องออกมาหาอาหารในชุมชนมากขึ้น คาดว่าปี 2026 จะมีอาหารอุดมสมบูรณ์ขึ้น และปี 2027 จะเกิดความขาดแคลนอีก ทั้งนี้สาเหตุหลักคือ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ โลกร้อนขึ้น หลายปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีฤดูร้อนที่ร้อนขึ้นและยาวนานกว่าแต่ก่อนด้วย ดังนั้นต้องเตรียมระมัดระวังรับมือหากต้องเผชิญหน้ากับหมีในปีที่อาหารในป่า“ขาดแคลน” ด้วย
กระทรวงสิ่งแวดล้อม จึงต้องเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันภัยจากหมีมากที่สุดถึง 3.4 พันล้านเยนในปีงบประมาณหน้า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
วันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังจากจบพิธีประกาศ “คันจิแห่งปี” หลวงพ่อเซฮัน โมริ ได้ภาวนาให้เหยื่อผู้เสียชีวิตจากหมี ให้ไปสู่สุคติ ขอให้ผู้อยู่หลังได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอันจะส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของมวลมนุษยชาติ
ปีหมี(熊)ดุของญี่ปุ่น ขออย่าได้เกิดขึ้นอีก !
————————————
