โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
นี่ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่เท่าไรแล้วของสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน
สงครามครั้งนี้เผยข้อมูลสำคัญของตะวันออกกลางโดยเฉพาะอิหร่านและบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจมากมาย
ที่สำคัญสงครามยังเปิดให้หลายฝ่ายเปิดเผย โลกทัศน์ (World View) ของพวกเขาต่อสงคราม ภูมิภาค และต่อโลก อันอาจนำเราไปค้นหาแนวทางในอนาคตของภูมิภาค มหาอำนาจ และต่อประเทศของเราเอง
เรียกอีกอย่างว่า สงครามอันรุนแรงและโหดร้ายนี้ให้ทั้งบทเรียนและการเรียนรู้ต่อประชาคมโลกไปพร้อมๆ กัน
อัพเดตข้อมูลล่าสุด รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ มาร์โค รูบิโอ (Marco Rubio) ได้ให้การต่อคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนสหรัฐ ว่าอิสราเอลจะโจมตีอิหร่าน ดังนั้น เรา (สหรัฐ-ขยายความโดยผู้เขียน) ก็จะไปโจมตีอิหร่านด้วย เพราะอิหร่านจะโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง
ตอนนี้มีข้อถกเถียงว่า อะไรคือ เป้าหมาย ของโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อการโจมตีอิหร่าน ดูไปแล้วเป้าหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย
จากเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง (Regime Change)
ทำลายขีปนาวุธ
เรื่องนิวเคลียร์
หรือจริงๆ แล้วทรัมป์ถูกลากจูงโดยประธานาธิบดีอิสราเอล เนทันยาฮู เขาเป็นทั้งคนวางแผน ควบคุมการกำหนดนโยบายต่างประเทศสหรัฐ
อันนี้ต้องรวมถึงกลุ่มพลังทางการเมืองในสหรัฐ ได้แก่ ผู้ทรงอิทธิพลคนเชื้อสายอิสราเอลที่มีทั้งนักการเมือง อภิมหาเศรษฐี เจ้าของสื่อรายสำคัญ พวกเขาที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐ
แต่การเคลื่อนไหวที่สำคัญมากในสงครามครั้งนี้ และอาจนำความเปลี่ยนแปลงสู่ชัยชนะหรือกลับกันเป็นความพ่ายแพ้ นั่นคือ แนวคิดและแผนงานของทรัมป์และชนชั้นนำทางนโยบายสหรัฐคือ การส่ง กำลังภาคพื้นดิน บุกและยึดพื้นที่เพื่อการเอาชนะ เพราะพวกเขาเชื่อว่า การโจมตีทางอากาศไม่ใช่ยุทธวิธีเอาชนะเด็ดขาดในสงครามใดๆ รวมทั้งครั้งนี้ด้วย
ถ้าทรัมป์ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน อะไรจะเกิดขึ้น ลองพิจารณาตามนี้
สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน
ความจริงพื้นฐานและสมมุติฐาน
จากรายงานการวิเคราะห์ ถ้าอิสราเอลบังคับบัญชาให้โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งกองกำลังทหารสหรัฐเข้าไปในดินแดนอิหร่าน มันอาจกำลังเป็นหนึ่งในการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดต่อกองกำลังสหรัฐในประวัติศาสตร์อเมริกัน
แต่อิหร่านไม่ใช่อิรัก อิหร่านไม่ใช่อัฟกานิสถาน อิหร่านคือ ชาติของประชากร 90 ล้านคน มีภูมิประเทศเนินภูเขาที่ยาวมาก และที่ซึ่งทหารอิหร่านได้เตรียมการต่อการทำสงครามนี้มานาน 45 ปี
อิหร่านทำลายฐานทัพสหรัฐไป 13 จุด มีคนตายภายใน 2 สัปดาห์แรกของสงคราม นาวิกโยธินสหรัฐเคลื่อนกำลัง อิหร่านได้โจมตีแล้ว 9 ประเทศพร้อมกันในคืนเดียว South Pars แหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลกถูกโจมตีและใช้การไม่ได้ ที่ช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) เรือ 15 ลำเสียหาย
สหรัฐสูญเสียกำลังพล 4,431 นาย ในอิรักในเวลา 8 ปี อิหร่านมีขนาดประเทศใหญ่เป็น 4 เท่าของอิรัก มีจำนวนประชากรคูณด้วย 3 มีแต่ภูเขาสูงและยาวมาก ไม่มีพื้นที่ราบทะเลทราย
สหภาพโซเวียตได้ส่งกำลังทหารจำนวน 100,000 นายเข้าไปในอัฟกานิสถานและสูญเสีย ทหารอิหร่านเข้มแข็งกว่าพวกตอลิบาน (Taliban) ของอัฟกานิสถาน 10 เท่า
พื้นฐานจริงด้านขนาดประเทศ ภูมิประเทศ จำนวนประชากร ความสามารถของกำลังพลด้านการทหาร ความสำคัญเหล่านี้ที่หลายชาติที่รบกับอิหร่านได้เผชิญ หมายความว่ากำลังพลสหรัฐย่อมเผชิญด้วย ดังในประวัติศาสตร์การรบระหว่างอิหร่านกับเหล่าศัตรูในอดีต
ดังนั้น คำถามคือ ต่อไป อะไรจะเกิดขึ้น ควรพิจารณา โดยดูเป็นขั้นๆ ไป
ขั้น 1 พัฒนาการของกับดัก (trap)
อิสราเอลกดดันโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่อง กำลังภาคพื้นดิน ทรัมป์คนที่สัญญาว่า ไม่ส่งกำลังภาคพื้นดิน ตอนนี้เขาลืมสัญญานั้นแล้ว นาวิกโยธินอเมริกัน 5,000 นายเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซที่ที่เป็นเหมือนวัสดุจุดติดไฟ คำพูดโอ้อวดกดดันทรัมป์ว่าจะส่งกองกำลังมากกว่านี้
ขั้น 2
ภูมิประเทศของอิหร่านนับเป็นฝันร้ายต่อกำลังทหารสหรัฐที่เข้าไปในอิหร่าน ลองย้อนไปดูเปรียบเทียบ อิรักประเทศที่กำลังทหารสหรัฐเคยบุกเข้าไปแล้ว มีพื้นที่ราบทะเลทราย แต่อิหร่านแนวภูเขา Zagros ยาว 1,500 กิโลเมตร เป็นป่าไม้ธรรมชาติ และในทุกๆ หมู่บ้านมี ลอบซุ่มโจมตี สันเขามีที่ตั้งให้พลแม่นปืนหรือ sniper ภูเขาและป่าที่ว่านี้อิหร่านต้องใช้เวลาหลายทศวรรษสร้างป้อมปราการให้เป็นทางผ่านเอาไว้
ขั้น 3
กองทัพบกที่ไหนสามารถโจมตีตอบโต้กองกำลังนี้ได้ ที่น่าสนใจกองกำลังนี้จะเป็น พลเรือนตอนกลางวัน แต่เปลี่ยนเป็น นักรบในตอนกลางคืน ยุทธศาสตร์เดียวกันนี้ทำให้กำลังทหารของโซเวียตแห้งตายในสงครามในอัฟกานิสถาน จะยกเว้นก็กองทัพอิหร่านซึ่งมีจรวดเอาไว้โจมตี
ขั้น 4
เส้นทางซัพพลายส่งลูกกระสุนล่มสลายทั่วอ่าวเปอร์เซีย ผ่านได้เพียงช่องแคบฮอร์มุซที่ซึ่งอิหร่านควบคุมอยู่ อิหร่านใช้เพียง จรวดต่อต้านโจมตีเรือ 1 ลูก ทำให้ห่วงโซ่ซัพพลายที่ใช้เพื่อให้นาวิกโยธินอเมริกันจำนวน 5,000 นาย ยกพลขึ้นบกก็เกยตื้น
ขั้น 5
กลุ่มกบฏ ฮีสบุลลา (Hezbollah) ในเลบานอนได้เปิดภูมิภาคอันเป็นการเปิดด่านที่ 2 จากทางเลบานอน ส่วนกลุ่มกบฏ ฮูตี (Huthis) ทำการโจมตีรัฐบาลในเยเมน ทหารอิรักตัดเส้นทาง แถบทางใต้ (Southern Corridor) เท่ากับว่านี่ไม่ใช่มีแค่ 1 สงคราม มันคือต้องทำ 5 สงครามพร้อมๆ กันทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
ขั้น 6
ถุงห่อศพส่งกลับบ้าน 13 ศพใน 2 สัปดาห์ที่เกิดสงครามสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน เกิดจากการโจมตีทางอากาศอย่างเดียว การรุกรานภูมิภาคนี้หรือ ตามการวิเคราะห์ทางการทหารประมาณว่า 10,000 นายได้เสียชีวิตและสหรัฐได้เสียหายภายในเพียง 1 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับสงครามเวียดนาม การสูญเสียล้มตายนั้นเกิดขึ้นต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์
ขั้น 7
สหรัฐต้องใช้เงินมากถึง 500 พันล้านดอลลาร์เพื่อทำสงครามครั้งนี้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น บาเรลละ 150 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาก๊าซสูงกว่าราคาน้ำมัน 2 เท่า เศรษฐกิจล่มสลาย
การทำสงครามได้เปลี่ยนเป็นการต่อต้านสงคราม
การต่อต้านสงครามระเบิดออกมารุนแรงกว้างขวาง ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญชะตากรรมเหมือนกับที่ประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน ได้เผชิญ คือพวกเขาถูกทำลายล้างจากสงครามที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้ และไม่สามารถถอนตัวออกจากสงครามนั้นๆ ได้
พวกสื่อมวลชนกำลังแสดงให้เห็นว่าเหล่าทหารผ่านศึกในสงครามอิรักกำลังพูดในสิ่งเดียวกันกับที่ทหารผ่านศึกของสหรัฐทำสงครามในอิหร่านนั่นคือ เกมสงครามที่แตกต่างกันอย่างมาก
สหรัฐไม่ต้องการบุกทางภาคพื้นดินที่ต้องส่งทหารอเมริกันเข้าไปในภูเขาที่มีแต่ป่าทึบ ที่ควบคุมโดยชาติหรืออิหร่านที่ต้องการเป็น ผู้ปลดปล่อย (Marty) ตามความเชื่อทางศาสนา
เช่นเดียวกับเส้นทางซัพพลายที่วิ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ศัตรูเป็นผู้ควบคุม
นี่มันไม่ใช่สงคราม มันคือ การสังหารหมู่ ที่มีการเตรียมการ
มันคือ ‘กับดัก’ กำลังรอกองกำลังภาคพื้นดินอเมริกันอยู่ ด้วยใจระทึก
