อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ : อุตสาหกรรมโทรคมนาคม กับความเหลื่อมล้ำในอาเซียนภาคพื้นทวีป (2)

โทรคมนาคมในเมียนมา : จากกิจการเพื่อความมั่นคง สู่โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการลงทุน
เมียนมาเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน
ในอดีตนั้น กิจการด้านโทรคมนาคมล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพซึ่งปกครองประเทศอย่างยาวนานนับตั้งแต่การขึ้นสู่อำนาจปี 1962
ในช่วงนี้กิจการโทรคมนาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือของกองทัพในการควบคุมประชาชนของตนและรักษาเสถียรภาพในการปกครอง
การเข้าถึงของประชาชนทั่วไปจึงเป็นไปได้ยาก
กิจการโทรคมนาคมก่อนปี 2011 : กิจการเพื่อความมั่นคง
โทรคมนาคมในเมียนมาไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
หากแต่ถูกมองว่าเป็นกิจการของความมั่นคงที่กองทัพต้องดูแลควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านเนื้อหาและขอบเขตการกระจายของข้อมูลข่าวสาร
รวมถึงความพยายามในการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารและเลือกนำเสนอ
กองทัพเข้ามาดูแลกำกับกิจการด้านโทรคมนาคมโดยตรง
มีการตั้งหน่วยข่าวกรอง (Military Intelligence : MI) คณะกรรมการควบคุมสื่อ (Press Scrutiny Board : PSB) ภายใต้กระทรวงข้อมูลข่าวสาร
จากการศึกษาของณัฐพล ตันตระกูลทรัพย์ (1) เมียนมาก่อนปี 2013 ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสื่อและเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของสังคมเพื่อการควบคุมสื่ออย่างน้อย 7 ฉบับ (2)
บทบาทของกองทัพกิจการโทรคมนาคม
ก่อนที่จะมีการเปิดประเทศนั้น ผู้ให้บริการด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเมียนมา รวมถึงหน่วยงานที่ดูแลการให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพหรือมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่แนบแน่น
เช่น การให้บริการภายใต้การควบคุมของรัฐโดยกระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม (Myanmar Post and Telecommunications : MPT) ที่เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์หรือมือถือรายแรกในเมียนมาของเอกชนที่เปิดให้บริการในปี 2002 ชื่อ Bagan Cyber tech ที่ก่อตั้งโดยนายพล Khin Nyunt นายกรัฐมนตรีของเมียนมาในขณะนั้น และให้ลูกชายของตนชื่อ Ye Naing Win ขึ้นเป็นผู้อำนวยการ
และต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Myanmar Teleport ในปี 2004 หลังนายพล Khin Nyunt ถูกปลด
ยังมีเอกชนรายใหญ่ที่ให้บริการอีกคือ Red link Communications ตั้งในปี 2008 ดำเนินงานโดย Aung Thet Mann บุตรชายของ Shwe Mann นายพลคนสำคัญในขณะนั้น และปัจจุบันเป็นประธานสภาของเมียนมา
เมียนมาให้ความสำคัญด้าน IT ของกองทัพ โดยสร้างเมืองศูนย์กลางโครงข่ายชื่อ Yadanabon Cyber City ใช้จัดการอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ มี Nay Shwe Thway Aung หลานชายคนโตของพลเอกอาวุโส Than Shwe นั้นเป็นประธาน
มีเอกชนร่วมด้วยคือ Ne Aung และ Pyi Aung สองพี่น้องลูกชายของ Aung Thaung รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม (เสียชีวิตปี 2015) และคนหลังยังเป็นลูกเขยของนายพล Maung Aye ด้วย (3)

สู่การปฏิรูปการเมือง หลังปี 2010
การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเป็นเป้าหมายทางเศรษฐกิจและเป้าหมายทางการเมืองของรัฐบาลประธานาธิบดี Thein Sein ประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกาได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และเริ่มพิจารณาการให้ความช่วยเหลือและเงินกู้ยืมแก่เมียนมา รัฐบาลญี่ปุ่นยกเลิกหนี้สินมูลค่า 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐให้กับเมียนมา จากหนี้เงินกู้ที่เมียนมามีอยู่ทั้งหมด 11.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ
เศรษฐกิจเมียนมาในอดีต พึ่งพาการส่งออกสินค้าเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ มีการใช้แรงงานในภาคเกษตรอย่างเข้มข้นและขยายตัวอย่างจำกัด การลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตมีขนาดเล็กและกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ตลอดจนมีภาคการเงินที่อ่อนแอไม่สามารถรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ (4)
การเปิดเสรีทางเศรษฐกิจครั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาจึงหวังว่ากลไกเสรีนิยมจะสามารถเข้ามารับภาระหน้าที่ดังกล่าวที่รัฐบาลเมียนมาทำไม่สำเร็จในอดีต
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการลงทุนจากต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะต่างชาติไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น รวมทั้งการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน
จากการศึกษาของณัฐพลพบว่า เมียนมาขาดแคลนระบบการขนส่ง ไฟฟ้า พลังงานและโทรคมนาคม ระบบโทรคมนาคมถือว่าด้อยพัฒนาอย่างมาก
เมียนมามีสัดส่วนผู้เข้าถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่น้อยที่สุดในโลก คือเพียง 7.08% ของประชากรกว่า 60 ล้านคน
ผู้เล่นในกิจการโทรคมนาคมเป็นของรัฐคือ Myanmar Posts and Telecommunication (MPT) มีจำนวนเลขหมาย 14% มีการให้บริการครอบคลุมทั้ง Fix line และโทรศัพท์เคลื่อนที่ 96% ทั่วประเทศ ปี 2014 MPT ลงนามร่วมทุนกับ KSGM ซึ่งมีผู้ถือหุ้นคือ KDDI Corporation & Sumitomo Corporation ซึ่งจะให้เงินลงทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ พัฒนา MPT
มิถุนายน 2013 รัฐบาลเมียนมาให้สัมปทานแก่บริษัท Tellnor สัญชาตินอร์เวย์ และบริษัท Ooredoo สัญชาติกาตาร์ เป็นผู้ลงทุนโครงข่ายการโทรคมนาคมในประเทศ
โดยรัฐบาลเมียนมาต้องการขยายการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็น 50% ในปี 2014-2015 และ 75-80% ในปี 2015-2016 (5)
————————————————————————
(1) ณัฐพล ตันตระกูลทรัพย์ “โทรคมนาคมในเมียนมา : จากกิจการเพื่อความมั่นคงสู่โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการลงทุน” ชุดโครงการวิจัย อุตสาหกรรมกับความเหลื่อมล้ำในอาเซียนภาคพื้นทวีป อาเซียน คลัสเตอร์ ฝ่ายวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งบประมาณ 2559
(2) National Coalition Government of the Union of Burma, Burma Human Rights Yearbook, 2006. [online]. Human Right Documentation Unit, Available from : http.ncgub.net/BHRY/2006/yearbook2006.pdf.p.559-560.
(3) Irrawaddy. The Coming cyber War. [Online] 2010. Available from : http://www2.irrawaddy.org/article.php?art_id=17923.
(4) Fujita, K., Mieno, F., & Okamoto, I. (Eds.) (2009) The Economic Transition in Myanmar After 1988 : Market Economy Versus State Control Vol. 1) NUS Press, pp. 1-14.
(5) International Business times, Myanmar”s Telecom Landscape Gets Complicated with A Military Backed Joint Venture set to compete with Telenor and Ooredo. [online] 2013. Available from http://www.ibitmes.com/Myanmars-telecom-Landscape.
