bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)

01.09.2026

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)

พัฒนาโรงพักทุกด้าน

โครงการพัฒนาโรงพักที่นำรูปแบบจาก สน.ประชาชื่น โรงพักดีเด่นหลายปี ที่นำมาใช้ปรับปรุงโรงพักป่าตองอีกเรื่องคือ ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

งานด้านนี้เป็นงานหลักของ พ.ต.ท.วรวิทย์ ปานปรุง รอง ผกก.(ป.) และผมยังมอบหมายให้ ร.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ซึ่งเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี เข้ามาช่วยปรับปรุง ซึ่งมีข้อย่อยที่ให้จัดการดังนี้

1. การปรับปรุงพัฒนาระบบสายตรวจ โดยจัดทำศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมสายตรวจของสถานีตำรวจ เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยได้ดำเนินการสร้างตัวอาคารห้องปฏิบัติการสายตรวจพร้อมอุปกรณ์จำนวน 1 หลัง เพื่อ

1.1 ตั้งแม่ข่ายวิทยุรับส่ง ขนาด 1,040 วัตต์ เพื่อสั่งการควบคุมการปฏิบัติ

1.2 ตั้งคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลการป้องกันปราบปราม ในศูนย์ 2 ชุด ประกอบด้วย ข้อมูลการรับแจ้งเหตุ, บุคคลมีหมายจับ, การรับแจ้งเหตุรถหาย, บุคคลน่าจะประกอบอาชญากรรม, บุคคลถูกจับคดีอาญา, จราจร เชื่อมกับคอมพิวเตอร์งานอื่น และผู้บังคับบัญชา รวม 6 ชุด สามารถเรียกตรวจสอบข้อมูลได้ภายใน 2 วินาที

1.3 ตั้งเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์วงจรปิดตรวจสอบเหตุการณ์ ติดตั้ง 1 จุด บริเวณท้ายซอยบางลา สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ได้ 360 องศา

1.4 ตั้งแผนผังสถานที่ เพื่อบอกตำแหน่งสายตรวจ ควบคุมตำแหน่งด้วยสัญญาณไฟ

1.5 ตั้งเครื่องรับแจ้งเหตุจากสถานธุรกิจสำคัญ มีแม่ข่ายบอกตำแหน่ง คือ ธนาคาร, ร้านทอง, ร้านอัญมณีทุกที่พร้อมสัญญาณไฟ, สัญญาณภาพรับแจ้งเหตุที่ศูนย์

1.6 ทำสถานที่เก็บข้อมูลสายตรวจ 60 ช่อง เป็นที่เก็บผลการปฏิบัติ อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวกต่อการตรวจสอบ

1.7 ตั้งนาฬิกาอาชญากรรม, ตารางอาชญากรรม ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า แสดงสถิติรอบวัน รอบเดือน และรอบปี แยกประเภทคดี และสถานที่เกิดเหตุ

1.8 ทำห้องประชุมสรุปสถานการณ์ ขนาด 60 คน พร้อมอุปกรณ์การประชุม เพื่อใช้สรุปสถานการณ์ มองแนวทางปฏิบัติให้สายตรวจอย่างเป็นระบบ มีสถานการณ์จำลองให้ซักซ้อมการปฏิบัติ

ในยุคสมัยนั้น เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าทันสมัยเทียบเท่ากับปัจจุบันนี้ เป็นการเริ่มนำระบบโทรทัศน์วงจรปิด หรือ ระบบ CCTV (Closed-Circuit Television System) มาใช้บนท้องถนนในที่สาธารณะของตำรวจป่าตอง ระยะเวลาต่อมามีการพัฒนาปรับปรุงต่อยอดให้มีคุณภาพสูงขึ้น

2.มีการอบรมเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ และตรวจสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ก่อนออกปฏิบัติโดย รอง ผกก.(ป.), สวป., ร้อยเวร ป. จะประชุมชี้แจงก่อนออกปฏิบัติและส่งแถวกลับทุกผลัด ผมได้ลงมาปฏิบัติตามหัวข้อนี้ด้วยตัวเอง จนผมพบข้อบกพร่องที่น่าตกใจและเป็นอันตรายต่อตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งผมจะได้เล่าให้ทราบต่อไป และได้แก้ไขจุดบกพร่อง

3. มีการออกตรวจพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนของ รอง ผกก.(ป.) และ สวป.ในพื้นที่รับผิดชอบสม่ำเสมอ

4. มีการปรับปรุงการติดต่อสื่อสารและการสั่งการไปถึงสถานที่เกิดเหตุ โดยผ่านทางศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมสายตรวจ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องไปถึงสถานที่เกิดเหตุทุกกรณีอย่างรวดเร็ว

5. การปรับปรุงตู้ยาม ที่พักสายตรวจในการพร้อมสกัดจับกุมคนร้าย โดยมีทีวีวงจรปิดไว้ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ มีศูนย์ควบคุมอยู่ที่ตู้ยาม และมีเจ้าหน้าที่ประจำตู้ยามตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมที่จะปฏิบัติงาน

6.การตั้งจุดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ มีการแสดงเครื่องหมายในการตั้งจุดตรวจค้นชัดเจน และมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรควบคุมการปฏิบัติ

7. มีการระดมป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในรอบเดือนทุกเดือน

8. จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ออกปฏิบัติงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และให้สายตรวจเดินเท้าออกพบปะชุมชน เพื่อแสวงหาความร่วมมือในด้านการปฏิบัติงานจากประชาชน

9. มีการจัดชุดตำรวจชุมชนสัมพันธ์ออกปฏิบัติงานทุกพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ

10. มีการจัดชุดสืบสวนออกติดตามเร่งรัดสืบสวนจับกุมคนร้ายคดีสำคัญ และคดีมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน

11. ได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดีค้างเก่า

12. จัดชุดเฉพาะกิจในการควบคุมปราบปรามแหล่งอบายมุขในพื้นที่

13. จัดชุดปราบปรามยาเสพติด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความรู้ด้านยาเสพติดแก่นักเรียน และพนักงานในโรงแรมต่างๆ

14. มีการออกแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนแก่นักท่องเที่ยว และกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติงานให้เกิดความเป็นธรรมต่อนักท่องเที่ยว

15. ได้ร่วมกับป่าไม้จังหวัดในการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้และทรัพยากรตามธรรมชาติ

16. มอบหมายผู้รับผิดชอบเก็บข้อมูลแต่ละประเภท และจัดเก็บในคอมพิวเตอร์ เพื่อสะดวกในการเรียกใช้

17. จัดให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ

งานป้องกันปราบปรามมี พ.ต.ต.ยุทธวีร์ นาคะนคร เป็น สวป.

รอง สวป.มี ร.ต.อ.นเรศ ตันศุภนราธร, ร.ต.อ.ประกอบ เหมไพบูลย์, ร.ต.ท.วรรณวรรธ มั่นเมือง และ ร.ต.ต.ประสิทธิ์ ยอดทอง

เป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนา

และสั่งให้ ร.ต.อ.ลือชา พลการ รอง สว.ธร.สภ.อ.กะทู้ มาช่วยเป็นร้อยเวร (ป.) เพิ่มอีก 1 อัตรา

มี ร.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา จาก รอง สว.สส.สภ.อ.เมืองภูเก็ต มาช่วยราชการเป็นหัวหน้าสายสืบ สภ.อ.กะทู้

ด้านการควบคุมและการจัดการจราจร ปัญหาการจราจรส่วนหนึ่งแก้ไขได้ แต่ส่วนใหญ่แก้ไขไม่ได้ เพราะปัญหาเริ่มมาจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมการขนส่งทางบก โดยเฉพาะในเรื่องของรถตุ๊กตุ๊กในป่าตอง เป็นปัญหาใหญ่มาก ผมจะได้นำเสนออย่างละเอียดต่อไป ส่วนการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจคงปฏิบัติไปตามหน้าที่ปกติ มีรายละเอียดเป็นข้อย่อยๆ ดังนี้

1. ให้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมและอำนวยความสะดวกการจราจรในบริเวณที่มีปัญหาการจราจร และในเขตชุมชนช่วงเวลาเร่งด่วน

2. ตั้งจุดตรวจจับกุมผู้ฝ่าฝืนกฎหมายในวันเวลาสถานที่ชัดเจน เพื่อสร้างวินัย

3. จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่เปรียบเทียบปรับคดีจราจร ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

4. จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้ความรู้และวินัยการจราจรแก่นักเรียน และพนักงานในสถานประกอบการต่างๆ ในกรณีร้องขอ

5. การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการจราจร โดยมีการสอบถามความคิดเห็นจากประชาชน

6. มีการวางแผนการจราจรให้สอดคล้อง และประสานกับงานอื่นๆ ของ สภ.

7. การประสานงานกับเทศบาลและภาคเอกชนเกี่ยวกับการจัดแผนจราจร

8. มีการจัดทำแผนจราจรระยะยาว เสนอของบประมาณเทศบาล และร่วมกับหน่วยงานอื่น จัดระเบียบกลุ่มอาชีพ 19 กลุ่ม

9. บังคับใช้กฎหมายจริงจัง โดยแจ้งรายชื่อผู้รับใบสั่งแล้วไม่มารายงานตัวภายใน 1 เดือน ไปยังขนส่งจังหวัดที่ออกใบอนุญาต เพื่อแจ้งให้มารายงานตัว ทำให้ผู้รับใบสั่งต้องมารายงานตัว

ด้านความสัมพันธ์และแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน ผมให้ความสำคัญทางด้านนี้มากไม่น้อยกว่าด้านอื่น ถ้าประชาชนกับตำรวจมีความเข้าใจกันเป็นอย่างดี จะช่วยให้ทุกคนมีความปลอดภัย สงบสุข ตำรวจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสียงสะท้อนจากประชาชนเป็นกระจกเงาทำให้เห็นการทำงานของตำรวจทั้งด้านดีและไม่ดี ได้เห็นการปฏิบัติที่ออกนอกลู่นอกทางของตำรวจ นำมาลงโทษให้เข็ดหลาบไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และหัวข้อที่ปฏิบัติ คือ

1. มีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ 1 คน ในเวลาราชการ นอกเวลาราชการมีเสมียนเวรเป็นผู้รอรับการติดต่อ

2. มีการอบรมปลูกฝังจิตสำนึกแก่ข้าราชการตำรวจทุกวันพุธ

3. มีการประชุมถ่ายทอดข้อราชการทุกเดือน และบันทึกการประชุมไว้

4. มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางสื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์ และป้ายประจำสถานีอยู่เสมอ

5. ออกอากาศถึงแนวทางปฏิบัติทางสถานีวิทยุ คณะกรรมการสถานีตำรวจออกพบปะชุมชนเพื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุก

6. มีตู้รับฟังความคิดเห็นข้อร้องทุกข์ของประชาชน หรือส่งทางไปรษณีย์

7. จัดนิทรรศการยาเสพติด เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับยาเสพติด การจราจร ตามโรงเรียน และโรงแรมต่างๆ ทุกเดือน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)
E-DUANG | รากฐาน แห่ง วิกฤตศรัทธา อันเนื่อง แต่ กรณี”โกงส.ว.”
ศ.สุชาติ ชี้ควรปฏิรูป​สตง.​จาก“องค์กรตรวจจับความผิด สู่องค์กรพิทักษ์เงินของประชาชน”
พระคเณศ เทวดามหาชน—มีงานที่ปราจีนบุรี
ไพร่สมใหม่ : จากโกงสอบสู่การยึดกุมราชการ
ขุดพบ Proposal คู่แฝด คดีลอกงานวิจัย “เมืองฮอด”