หมายเหตุ : มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 24 ก.ค. 2552
อาชญา ข่าวสด
หลังจากที่สถานการณ์บ้านเมืองเริ่มคลี่คลายลง รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศใช้ พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก่อนส่งกำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552
โดยรัฐบาลใช้เวลากดดันม็อบเสื้อแดงอยู่ 3 วัน แกนนำคนเสื้อแดงจึงยอมประกาศยุติการชุมนุม และสลายตัวไปในที่สุด ขณะที่นายกฯ อภิสิทธิ์ยังคงให้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากเกรงว่าอาจมีการปลุกระดมม็อบแดงขึ้นมาอีกรอบ
แต่ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อทีมมือปืนพระกาฬปฏิบัติการอุกอาจยิงถล่มแกนนำม็อบเสื้อเหลืองขึ้นกลางกรุง
ยิงถล่ม “สนธิ ลิ้มฯ” กลางกรุง
เมื่อเวลา 05.45 น. วันที่ 17 เมษายน 2552 ตำรวจ สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มรถยนต์ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ บริเวณปั๊มคาลเท็กซ์ หน้าวัดเอี่ยมวรนุช สี่แยกบางขุนพรหม แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กทม.
ที่เกิดเหตุกลางถนนพบรถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน วล-89 กทม. ถูกยิงถล่มด้วยอาวุธปืนสงครามทั้งเอชเค อาก้า เอ็ม-16 นับร้อยนัด และยังพบระเบิดเอ็ม 79 ตกอยู่ในรถร่วมบริการสาย 30 ซึ่งเป็นรถที่วิ่งสวนมาขณะเกิดเหตุ อีกจำนวน 2 ลูก
ในรถอัลพาร์ดมีผู้บาดเจ็บ 3 รายคือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล โดนสะเก็ดลูกปืนเข้าที่ขมับขวา นายอดุลย์ แดงประดับ คนขับรถนายสนธิ ถูกยิงเข้าที่ลำตัวและศีรษะอาการสาหัส และ นายวายุภักดิ์ มัลละสิษย์ การ์ดที่นั่งมาด้านหน้าคู่กับคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
โดยทั้ง 3 รายอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
แฟนพันธุ์แท้พิสูจน์รถมือปืน
พยานในที่เกิดเหตุระบุว่านายสนธิออกจากบ้านพักย่านถนนสุโขทัย ตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง เพื่อมาจัดรายการที่ถนนพระอาทิตย์ ปรากฏว่ามีรถกระบะโตโยต้าวีโก้ 2 ประตู สีดำ ไม่ทราบทะเบียน เร่งเครื่องขับมาประกบข้างรถ มือปืนในกระบะท้าย สวมเสื้อยืดสีขาวนุ่งกางเกงลายพราง ใช้ปืนยิงใส่ล้อรถนายสนธินับร้อยนัด ก่อนหนีโดยใช้เส้นทางถนนสามเสน มุ่งหน้าไปยังเทเวศร์
หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. คุมคดีทันที มี พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบ.ช.น. นำทีมสืบสวนนครบาลร่วมคลี่คลาย
พร้อมขอความร่วมมือ นายประจวบ บุญคูณ หรือโจ แชมป์แฟนพันธุ์แท้รถมือสองปี 2007 ดูภาพวงจรปิดของรถปิกอัพคนร้าย ซึ่งพบว่ารถต้องสงสัย 2 จุด ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญและยิงนายสนธิ เป็นรถยี่ห้อเดียวกันคือโตโยต้า วีโก้ สีดำเหมือนกัน แต่เมื่อดูอย่างละเอียดเป็นคนละคัน
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ดูก็เพื่อความเชื่อมโยงของ 2 คดี โดยเรื่องยานพาหนะเป็นคนละคันกัน ส่วนเอ็ม 79 เป็นชนิดเดียวกันแต่ไม่สามารถตรวจสอบนัมเบอร์ได้
“เสธ.แดง” แฉปมสังหารอื้อ
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก แนวร่วมคนเสื้อแดง ยืนยันว่า มือปืนธรรมดาคงไม่กล้ารับงานนี้ น่าจะต้องเป็นระดับชาติ ระดับองค์กร สถาบันหรือชนชั้นปกครอง ซึ่งอาวุธที่ใช้ทั้งหมดเป็นอาวุธประจำกาย คือปืนเอ็ม-16 เอชเค 33 อาก้า หรือเอเค 47
“ถ้าผมเกี่ยวข้องด้วย ผมจะบอกว่าเกี่ยวกที่นายสนธิโดนเป็นการโดนจองกฐินหลวง แต่กลุ่มเสื้อแดงไม่เกี่ยวกับงานนี้ อาจเป็นเพราะนายสนธิได้ด่าคนทั้งประเทศจำนวนมาก ไปด่า คมช. ไปด่า ผบ.ตร. และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และยังไปด่า ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล รวมถึงการกล่าวพาดพิงสถาบันอีก บุคคลที่กระทำการยิงครั้งนี้คือระบบชนชั้นปกครอง เพราะคงไม่มีใครกล้าไปไล่ยิงคนอื่นในช่วงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินขั้นร้ายแรง”
เสื้อแดงโต้ลั่น-พรม.ชี้คนมีสี
ขณะที่แกนนำคนเสื้อแดงต่างออกมาปฏิเสธไม่รู้เรื่องการลอบสังหารนายสนธิ โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน โดยยืนยันว่าการต่อสู้ของคนเสื้อแดงและคนเสื้อเหลืองเป็นการต่อสู้ทางความคิด ไม่มีความคิดใช้กำลังเข้าประหัตประหารกัน
ฝ่ายพันธมิตรฯ หลายคนก็ออกมาระบุว่าเป็นฝีมือคนในเครื่องแบบ
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำพันธมิตรฯ ฟันธงว่า การ ลอบยิงสนธิ เป็นฝีมือของคนมีสีฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝีมือของ กลุ่มคนเสื้อแดง นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า คนที่ลอบ สังหารนายสนธิเป็นคนที่มีอำนาจ เป็นคนที่อยู่ในอำนาจเก่า หรือเป็นคนที่กำลังจะหมดอำนาจ และอยู่ในเฉพาะกลุ่มที่ ใช้อาวุธสงคราม อาวุธเหล่านี้อยู่ในกลุ่มพวกที่เป็นทหาร ตำรวจ บุคคลในเครื่องแบบ จึงไม่น่าจะยากลำบากในการ สืบหาคนกระทำ
เบาะแสเด็ด-แกะรอยกระสุน
แนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ นอกจากเน้นไปที่ พยานบุคคลหลายคนที่เห็นเหตุการณ์แล้ว ยังใช้หลัก ฐานสำคัญกล้องวงจรปิดหลายจุดมาประกอบการสืบสวนด้วย
ที่สำคัญตำรวจได้เบาะแสจากปลอกกระสุนปืนที่พบในที่เกิด เหตุ มีส่วนหนึ่งตีตรา RTA (ROYAL THAI ARMY) เป็นกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะหน่วยงานหนึ่งในสังกัดกองทัพภาคที่ 1
การประมวลเหตุการณ์ของตำรวจยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ใน สถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ทหารมีอำนาจเต็มในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
บ้านเมืองแทบทุกถนนทุกแยกมีทหารตั้งด่านตรวจถี่ยิบ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่การสังหารนายสนธิครั้งนี้ จะเป็นการจ้างวานฆ่า หรือเป็นทีมมือปืนรับจ้างที่รับงานเด็ดหัวเหยื่อเหมือนทั่วไป
น่าเชื่อได้ว่าคนร้ายเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาวุธในหน่วยงาน ราชการบางหน่วย!!?
ส่วนการประเมินถึงสาเหตุการลอบสังหารแกนนำพันธมิตรฯ ราย นี้ เป็นการหวังผลเพียงอย่างเดียวคือต้องการให้การเคลื่อนไหว ของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตหยุดชะงักลง
มีการตั้งข้อสงสัยว่าคำสั่งกำจัดนายสนธิครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับ พฤติกรรมส่วนตัวของนายสนธิเอง โดยเฉพาะเรื่องที่มีการเผย แพร่คลิปการปาฐกถาของนายสนธิที่ต่างประเทศ
เพราะเนื้อหาในคลิปนั้น นายสนธิกล่าวพาดพิงถึงบุคคล หลายคนที่นายสนธิเคยเข้าไปใกล้ชิด จนมองว่านายสนธิชอบ นำเรื่องความลับสำคัญๆ ออกมาตีแผ่เสียเอง การส่งทีมสังหารถล่มนายสนธิครั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณ หรือเป็นการเตือน!!?
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะไฟเขียวให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งถือว่ามี ความสนิทสนมกับพรรคประชาธิปัตย์และตัวนายสนธิเองเข้ามา คุมคดีก็ตาม
แต่น่าเชื่อว่าหากการลงมือครั้งนี้เป็นฝีมือกลุ่มคนในเครื่องแบบ สังกัดหน่วยงานราชการ ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะจับมือใครดมได้ อาจเป็นคำสั่งอันมีที่มาใหญ่เกินกว่าตำรวจจะแตะต้องถึง
ออกหมายจับทหารรบพิเศษ
วันที่ 10 สิงหาคม 2552 ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ ส.อ.สมชาย บุญนาค สังกัดกองร้อยกองบังคับการกรมรบพิเศษที่ 3 ค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี ตามคำร้องของชุดสอบสวน
โดยตั้ง 5 ข้อหา คือร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด พกพาไปในเมืองหมู่บ้านหรือแหล่งที่อยู่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเปิดเผย และไม่มีเหตุจำเป็น และเร่งด่วนตามสมควรแห่งพฤติการณ์ ยิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมืองหรือที่ชุมนุมชน ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป กระทำการเป็นซ่องโจร เพื่อกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
สำหรับคดีนายสนธิขณะนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยแล้ว 3 ราย คือ
1.จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา ทหารรบพิเศษลพบุรี (เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง)
2.ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ช่วยราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ (นายสนธิ เผยผ่านรายการสนธิ Talk เมื่อปี 2568 ว่าหลบหนีอยู่ประเทศกัมพูชา)
และล่าสุด 3.ส.อ.สมชาย บุญนาค สังกัดกองร้อยกองบังคับการกรมรบพิเศษที่ 3 ค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี (หลบหนี)
จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ส.อ.สมชาย เคยอยู่สังกัดเดียวกับ จ.ส.อ.ปัญญา ทั้งนี้ ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ พบว่า ส.อ.สมชาย ร่วมทีมด้วย จากการสืบสวนทราบด้วยว่า ส.อ.สมชาย หนีไปแล้ว
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2552 พนักงานสอบสวนได้นำกำลังตำรวจเข้าค้นบ้านเลขที่ 72/264 ซอยลาดปลาเค้า 72 แยก 12 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านของ นางสมส่วน อายุ 48 ปี แม่ยาย ส.ต.ท.วรวุฒิ และยึดรถยนต์ยี่ห้อ เชฟโรเลต ซาฟิร่า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ศว 8051 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นของ ส.ต.ท.วรวุฒิ มาตรวจสอบ
พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะร่วมทีมชุดคลี่คลายคดีลอบยิงนายสนธิกล่าวว่า รถที่ตรวจพบ ตรวจสอบแล้วผู้ครอบครองชื่อ นายชาญณรงค์ มูเซอ ผู้ต้องหาคดีค้าเฮโรอีน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมได้เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พร้อมเฮโรอีน 780 กรัม อายัดทรัพย์มูลค่า 117 ล้านบาท ตนไม่ทราบว่าผู้ต้องหาในคดีนี้ไปเกี่ยวข้องกับการเอารถของกลางดีเอสไอมาใช้ได้อย่างไร ทั้งที่ดีเอสไอบอกว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่ได้ไปช่วยราชการที่ดีเอสไอ
“จ่าหอ” คนนี้ ไม่เคยรับงานเพื่อเงิน
แต่ทำตามที่ “นายสั่ง”
จ.ส.อ.ปัญญา กลายเป็นจิ๊กซอว์ที่ตำรวจใช้ต่อโยงไปถึง พันเอกสุนัย ประภูชะเนย์ นายทหารรบพิเศษ ซึ่งเป็น “นาย” ที่มีความใกล้ชิด สนิทสนมและผูกพันกับ จ.ส.อ.ปัญญา อย่างมาก และมีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับ น.ส.รัศมี พลร่มหญิง ลูกจ้าง นสศ. หน้าตาดีวัย 27 ปี รวมถึง ส.ต.ท.วรวุฒิ ที่โยงเอาความเป็นเพื่อน ตท.21 ของ พ.อ.สุนัย กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดี ดีเอสไอ เข้าด้วยกัน
จ.ส.อ.ปัญญา หรือที่ พ.อ.สุนัย และบรรดาคน ฉก. 90 เรียกติดปากว่า “หอ” เพราะมาจากเหล่า สห. (สารวัตรทหาร) นั้น เป็นทหารรบพิเศษฝีมือดีชั้นเลิศ เพราะไม่ใช่แค่เป็นรบพิเศษ แต่ยังจบหลักสูตรสุดโหด ที่ไม่ใช่แค่ Recon แต่เป็นมนุษย์กบ หรือนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือ SEAL ของทหารเรือ จึงทำให้เขาเป็นที่ยอมรับในฝีมือ ไม่ว่าจะความแม่นยำในการยิงปืนทุกรูปแบบ จนถึงความนิ่งของทั้งสีหน้า และหัวใจ ที่รู้กันว่า “จ่าหอ” คนนี้ ไม่เคยรับงานเพื่อเงิน แต่ทำตามที่ “นายสั่ง” ได้ทุกอย่าง โดยไม่คิดใดๆ ว่า นายของตนเอง จะรับงานใครมาหรือเปล่า แต่แค่บอกว่า “นายสั่ง” จ่าหอ ก็ปฏิบัติตามโดยไม่ต้องยั้งคิดใดๆ แม้ว่าตนเองจะต้องเสี่ยงตาย และต้องฝากลูกเมียไว้ให้นายดูแล
ด้วยเพราะเขาเชื่อฝังหัวมาจากการเป็นทหาร ฉก.90 ปฏิบัติการพิเศษ สงครามนอกแบบมาตลอดชีวิต ว่า สิ่งที่ “นายสั่ง” คือภารกิจเพื่อความมั่นคงของชาติ นี่คือสิ่งที่ทหารรบพิเศษหลายคนห่วงเขา เพราะเป็นคนดีมีฝีมือ ทำทุกอย่างตามคำสั่ง แต่กลัวถูกหลอกใช้แค่คำว่า “นายสั่ง” ที่ก็ยังไม่รู้ว่า ใครเป็นคนสั่ง สั่งมากี่ชั้น กี่นาย แล้วที่สำคัญ เขาทำมันจริงหรือเปล่า แต่ที่สำคัญ นายคนไหนจะกล้าสั่งเด็ดหัวนายสนธิ
แต่ที่สำคัญ นายคนไหนจะกล้าสั่งเด็ดหัวนายสนธิ
แต่ที่แน่ๆ จ่าหอ ปฏิเสธผ่านทหารรบพิเศษที่ใกล้ชิด “ผมไม่ได้ทำ” เพราะวันที่เกิดเหตุยิงนายสนธินั้น เขาก้อยู่บ้าน “นาย” แต่ไม่ได้บอกว่านายคนไหน
เมื่อผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัย เป็นตำรวจมือดีและเป็นทหารรบพิเศษชั้นยอดเช่นนี้ ก็เกิดคำถามตามมาในสังคม หรือแม้แต่คนในแวดวงหรือในหมู่รบพิเศษเองว่า “ก็ไม่น่าพลาด” เพราะมีทั้งประสบการณ์ ฝีมือ และการปฏิบัติจริง
แต่กระนั้น มันก็เป็นเรื่องของดวงชะตา ที่นายสนธิยังไม่ถึงฆาต และมีผลต่อชะตาของบ้านเมืองและคนสำคัญ จึงทำให้แคล้วคลาดหรือรอดอย่างปาฏิหาริย์ ท่ามกลางความแคลงใจเรื่องการจัดฉากสร้างสถานการณ์ ที่ก็ดูเสี่ยงตายจนเกินไป ที่ผุดขึ้นมาอีก
เพราะเหตุที่คนร้ายไม่ยิงที่ตัวรถเลย แต่กระหน่ำยิงที่กระจก ที่ลักษณะการยิงเกาะกลุ่มแบบ double shot ซึ่งเป็นการยิงที่ทหารรบพิเศษและทหารบางหน่วยฝึกมาเช่นนี้ แต่การจัดชุดยิง กลับดูไม่มีอาชีพ เพราะจับฉ่ายปนกัน ทหารตำรวจ และประเภทของอาวุธปืน
