THE WOMAN IN CABIN 10 | ‘ฆาตกรรมปริศนา’
ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
ฆาตกรรมปริศนาเป็นปมที่ตัวละครเอกจะต้องคลี่คลาย
ท้องเรื่องของ “ฆาตกรรมปริศนา” ในภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง มักเกิดขึ้นบนเรือสำราญท่องสมุทร
คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล… แถมต่อให้อีกว่า …วาก็ทะเล โยชน์ก็ทะเล…
ความราบเรียบ มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำกับฟ้า และความเวิ้งว้างว่างเปล่าของผืนฟ้าจรดผืนน้ำ…
ทำให้เห็นว่าชีวิตหรูหราของไฮโซที่พรั่งพร้อมด้วยความสมบูรณ์ในรูปของเงินทองเหลือเฟือ ก็มักมีมุมมืดหรือซ่อนหลังฉากที่ไม่น่าชื่นชมอยู่เช่นเดียวกับปุถุชนคนเดินดิน…
อุปมาได้กับโครงกระดูกในตู้ ซึ่งเก็บซ่อนมิดเม้นหลบเร้นสายตาของคนนอก…จนกว่าจะมีใครบังเอิญไปเปิดบานประตูตู้เข้า

ลอรา แบล็กล็อก (เคียรา ไนต์ลี) เป็นนักหนังสือพิมพ์ผู้ได้รับการยกย่องกล่าวขวัญ เป็นผู้สื่อข่าวประเภทสืบเสาะเจาะลึกและนำเสนอปมประเด็นในแง่มุมที่แตกต่าง
แน่นอนว่าการเจาะลึกของเธอจะต้องขุดลงไปสะดุดตออะไรเข้าบ้าง
ผลคือแหล่งข่าวของเธอถูกฆ่าตาย สร้างความสะเทือนใจแก่เธออย่างยิ่ง
หัวหน้าของเธอออกปากอนุมัติให้เธอไป “พักผ่อนสบายๆ” สองสามวัน ให้จิตใจโปร่งโล่งสบายขึ้นจากความหนักอึ้งของความรับผิดชอบและความรู้สึกผิดในใจ โดยให้ไปทำข่าวเบาๆ บนเรือสำราญของมหาเศรษฐินีใจบุญ ผู้กำลังป่วยเป็นมะเร็ง เรื่องโครงการจัดระดมทุนก้อนใหญ่เพื่อการวิจัยทางการแพทย์
แขกที่ได้รับเชิญไปล่องเรือสำราญขึ้นเหนือไปสู่นอร์เวย์ เพื่อลงนามในการก่อตั้งมูลนิธิ ล้วนเป็นไฮโซระดับมหาเศรษฐี ร็อกสตาร์ อินฟลูเอนเซอร์คนดัง ฯลฯ
ลอราซึ่งเพิ่งเลิกร้างกับความสัมพันธ์ครั้งล่าสุด กำลังหลบหน้าจากแฟนคนนั้น แต่ก็บังเอิ้น-บังเอิญมาจ๊ะเอ๋กันเข้าบนเรือสำราญนี้
เบน (เดวิด อาจาลา) มาในฐานะช่างภาพซึ่งได้รับการว่าจ้างมาเก็บภาพเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้
ลอรายังไม่พร้อมจะเจอหน้าเบน เพราะยังทำใจไม่ได้กับการที่เบนนอกใจเธอ
ในความพยายามหลบหน้าเบนจากสถานการณ์เฉพาะหน้า ลอราบังเอิญผลักประตูเคบินหมายเลข 10 ผลัวะเข้าไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเพิ่งออกมาจากห้องอาบน้ำ ตกอกตกใจและต้องขอโทษขอโพยกันยกใหญ่กับการล่วงล้ำเข้ามาในเคบินส่วนตัว

การสัมภาษณ์ครั้งแรกกับมหาเศรษฐินี แอนน์ บุลเมอร์ (ลิซา โลเวน คองสลี) ผู้กำลังป่วยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย ทำให้ลอราได้ล่วงรู้ข่าวก่อนที่แอนน์จะประกาศเป็นทางการว่า เธอจะยกมรดกทั้งหมดให้เป็นสาธารณกุศล
ทั้งๆ ที่สามีของเธอ ริชาร์ด บุลเมอร์ (กาย เพียร์ซ) ก็ยังมีชีวิตและยังใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน
จุดอ่อนข้อหนึ่งของหนังอาจจะเป็นการเลือกกาย เพียร์ซ มาเล่นบทนี้แหละค่ะ นับเป็นตัวเลือกที่คาดเดาได้ เพราะกาย เพียร์ซ แม้จะเป็นนักแสดงฝีมือดีคนหนึ่ง แต่มักจะได้บทบาทแบบสเตริโอไทป์ ซึ่งทำให้คาดเดาทิศทางของเรื่องได้
เมื่อลอราได้เจอเข้ากับเหตุการณ์ที่ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นพยานการฆาตกรรม และโยนร่างคนทิ้งลงน้ำ และเธอพยายามแจ้งผู้เกี่ยวข้องให้ทราบ
แต่ปรากฏว่าคำพูดของเธอไม่ได้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเลย เพราะไม่มีใครขาดหายไปจากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือ
อีกทั้งหลักฐานทางกายภาพที่ลอราคิดว่าตัวเองเจอเข้า ก็สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้แต่เบนซึ่งเคยใกล้ชิดกับเธอมาก่อนหน้า ก็ยังพลอยไม่เชื่อเธอไปด้วย
ภาษาสมัยนี้เรียกว่าลอราโดน gaslight หรือถูกปั่นหัวให้เชื่อในความจริงบางอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้น หรือให้เชื่อว่าสิ่งที่ประสบพบเห็นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง
คำนี้มีที่มาจากบทละครชื่อ Gas Light (1938) ซึ่งมีเนื้อเรื่องหลักๆ คล้ายกับหนังเรื่องนี้เลย เพียงแต่ว่าคนที่ถูกปั่นหัว คือตัวภรรยา ไม่ใช่ตัวคนนอกที่เห็นเหตุการณ์
และคำนี้ยังแตกแขนงออกและกลายมามีความหมายในเชิงจิตวิทยาในความสัมพันธ์เชิงพฤติกรรมของมนุษย์อีกด้วย

หนังพอดูได้นะคะ ไม่ถึงขั้นพลาดไม่ได้ เพราะเรื่องราวออกจะคาดเดาได้ ตัวละครออกจะเป็น “ไทป์” ฝ่ายดี-ฝ่ายเลวออกจะชัดเจนจนเว่อร์ไปนิด
ตัวละครรายล้อมแทบไม่มีการพัฒนา ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นแคแร็กเตอร์ที่น่าสนใจและสร้างสีสันแก่เรื่องราวทั้งหมด แต่กลับดูเหมือนจมหายไปท่ามกลางเหตุการณ์ทั้งหมด
ตัวร้ายก็ร้าย “เกินไป๊” กลายเป็นลูกสมุนลูกจ๊อกที่โดนไล่เบื้ยสั่งการของผู้ร้ายตัวสำคัญ
มีจุดหักมุมที่สำคัญคือการค้นพบตัวตนของ “ผู้หญิงในเคบินหมายเลข 10” ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อและการไขปมปริศนาของเรื่อง
ตอนท้ายในการเปิดโปงตัวการของเรื่องนั้นออกจะรีบร้อนรวบรัดไปหน่อย เลยขาดความน่าเชื่อ และเว่อร์ไปหมด
แต่โดยรวมๆ แล้ว ถ้าไม่คิดอะไรมาก ไม่ตั้งความหวังไว้สูง หนังก็ออกจะดูได้เพลินๆ นะคะ

THE WOMAN IN CABIN 10
กำกับการแสดง
Simon Stone
แสดงนำ
Kiera Knightly
Guy Pearce
Art Malik
Gitte Witt
Lisa Loven Kongsli
